ถ้าไม่ได้ออกไปไหน ผมจะมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือเรื่องการใช้ชีวิตกลางแจ้งจากนักเขียนเก่งๆ คุยโม้ได้เลยว่าผมมีหนังสือแนวนี้อยู่ไม่น้อย จากที่อ่านมา ผมมีนักเขียนในดวงใจอยู่หลายคน
และคนหนึ่งในนั้นก็คือ Jack Kulpa
Jack Kulpa เป็นนักเขียนที่เป็นที่รู้จักกันในวงการ แต่ไม่ได้โด่งดังนัก ในเวลา 40 ในอาชีพนักเขียน เขามีบทความหลายร้อยเรื่อง ตีพิมพ์ในนิตยสารกลางแจ้งแทบทุกหัวหนังสือ
Jack มีหนังสือ Packet Book ที่รวมเรื่องที่เขาเขียนไว้เพียง 2 เล่ม ชื่อ When the wild call และ True North ทั้ง 2 เล่มนี้รวมบทความสั้น ที่แต่ละเรื่องมีความยาวประมาณ 4-5 หน้า เล่าประสบการณ์และถ่ายทอดความคิดจากการตกปลา ล่าสัตว์ รอบๆเมือง ใกล้ๆบ้านและกระท่อมของเขาใน Wisconsin ที่อุดมไปด้วยป่าเขา ทะเลสาบ และสายน้ำ

ผมค่อยๆอ่านบทความของ Jack ทีละบท แต่ละเรื่อง Jack ได้ถ่ายทอดธรรมชาติที่เขาพบเจอผ่านตัวหนังสือออกมาอย่างงดงามจนผมสามารถสร้างภาพในจินตนาการตามไปได้ เรื่องเล่าของเขาผสมผสานเข้ากับสิ่งที่ผมเคยได้ไปประสบมาเองทำให้ผมเข้าใจแก่นแท้ของการตกปลา ล่าสัตว์ เข้าใจหัวใจของคนรักการใช้ชีวิตกลางแจ้งที่ผูกพันกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้งและนำไปสู่การอนุรักษ์ธรรมชาติที่เป็นเนื้อเดียวกัน
บทความดีๆเช่นนี้ทำให้ผมเชื่อในพลังของตัวหนังสือที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกความคิด สร้างแรงบันดาลใจ จนกระทั่งถึงสร้างการเปลี่ยนแปลง และคิดหวังว่าสักวันหนึ่งผมจะเขียนบทความได้ดีอย่างนี้และให้มันสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีได้
และทุกครั้งทีผมอ่านบทความของ Jack จบ ผมจะเกิดความอิจฉาเล็กๆที่ Jack และคนอเมริกันโดยทั่วไปมีโอกาสได้ใช้ชีวิตกลางแจ้งและสัมผัสธรรมชาติได้ลึกซึ้งกว่าเราคนไทยมาก
มันทำให้ผมเข้าใจได้ว่าคนไทยเราถูกจำกัดสิทธิในการใช้ชีวิตกลางแจ้งอย่างมาก และการเข้าถึงธรรมชาติที่แท้จริงเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับธรรมชาติและการอนุรักษ์ รวมไปถึงการสร้างสังคมที่มีคุณภาพ
หนังสือดีๆเช่นหนังสือของ Jack Kulpa นี้เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้ผมพยายามผลักดันเรื่องสิทธิในการใช้ชีวิตกลางแจ้งของพวกเรา และทำให้ผู้คนเข้าใจว่าถ้าเขาจะได้เรียนรู้ รู้จักธรรมชาติ และชีวิตกลางแจ้งที่แท้จริงแล้ว เราจะต้องออกไปให้ไกลกว่าลานกางเต็นท์ที่ตัดหญ้าเรียบเหมือนสวนหลังบ้านและการเดินป่ากับทัวร์บนเส้นทางที่แออัดไปด้วยผู้คน
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นได้ครับ ไม่ง่ายนัก คงจะต้องแก้ไขกันหลายอย่าง บางคนอาจจะนึกถึงระเบียบราชการ, กฎหมาย ฯ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดและเราต้องช่วยกันแก้ไขก่อนคือการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเพื่อแก้ไขความเชื่อผิดเกี่ยวกับธรรมชาติ การอนุรักษ์ และช่วยกันสร้างวัฒนธรรมการใช้ชีวิตกลางแจ้งที่ดีให้กับคนไทย ผมเชื่อว่าถ้าสิ่งเหล่านี้ดีแล้ว เรื่องอื่นจะกลายเป็นเรื่องง่าย
และผมก็หวังว่าการเขียนเล่าประกอบกับการพาผู้คนออกไปสัมผัสธรรมชาติอย่างที่เป็นอยู่จริงคือจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาเหล่านี้
ผมอ่านบทความแต่ละบทในหนังสือของ Jack อย่างละเมียด เพราะวันหนึ่งอ่านเรื่องเดียวก็อิ่มใจ มีอะไรให้คิดตามมากมาย และมีแรงบันดาลใจให้เขียนหนังสือและออกไปเล่นกลางแจ้งแล้ว อีกด้านหนึ่งก็คือพยายามเก็บไว้อ่านนานๆเหมือนเหล้าชั้นดีที่เอาไว้จิบทีละนิดให้หอมกรุ่นนานที่สุดก่อนจะหมดขวด
แต่เช่นเดียวกับเหล้าชั้นดีที่จะต้องหมดขวดเข้าสักวัน วันนี้ผมอ่านบทสุดท้ายในหนังสือ True North เรื่อง Second Chance ที่เป็นเรื่องราวการตกปลาในฤดูหนาวท่ามกลางความหวังของฤดูใบไม้ผลิสะท้อนมาสู่การใช้ชีวิตที่ Jack มองย้อนกลับไปมองชีวิตของเขาเอง

เช่นเดียวกับทุกบทที่ได้อ่านมา ตัวหนังสือของ Jack Kulpa สร้างแรงบันดาลใจให้ผมหยิบปากกามาเขียนหนังสือ วางแผนออกไปใช้ “ชีวิตกลางแจ้ง” และมีแรงบันดาลใจที่จะผลักดันให้ผู้คนได้ออกไปสัมผัสความงดงามของชีวิตกลางแจ้งให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
และมากไปกว่านั้น หนังสือทั้งสองเล่มที่ผมอ่านจบไปนี้ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ผมใช้ชีวิตให้เต็มอิ่มทุกบทเหมือนหนังสือ จนกระทั่งบทสุดท้ายอีกด้วย

ตาเกิ้น
8 ธันวาคม 2567
