Thursday, July 30, 2026
Homeชีวิตและการเดินทางช่วงเวลางดงามของชีวิตกลางแจ้ง

ช่วงเวลางดงามของชีวิตกลางแจ้ง

-

ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนร้าน Outdoor ที่ผู้คนรู้จักกันกว้างขวาง ผมนับว่าล้มเหลวอย่างมาก

ที่เอาถุงนอนขนห่านอย่างดีไปนอนเปียกน้ำค้างจนชุ่ม ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าถุงนอนขนห่านนั้นดีทุกประการแต่มันกลัวน้ำกลัวเปียก เอาเต็นท์น้ำหนักเบาไปด้วยแต่ไม่กาง กลับเอามาคลุมตัวหวังกันน้ำค้างไม่ให้เปียกถุงนอน แต่ก็ไม่ช่วยอะไร

แต่ในฐานะคนกลางแจ้งคนหนึ่ง ผมว่าคืนนั้นผมก็ใช้ได้อยู่นะ

ผมมีเพียงแผ่นรองนอนและถุงนอนอยู่ข้างๆ กองไฟ ข้างหน้าคือผาหินอลังการของดอยม่อนจอง ในมุมที่น้อยคนนักจะได้เคยเห็น รอบตัวคือป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยไม้ใหญ่หนาทึบและสรรพสัตว์อยู่ในหุบเขาลึกลับ ความอบอุ่น, กลิ่นหอมและแสงวอมแวมของกองไฟสร้างความอบอุ่นทางใจให้กับคนนอนป่า เสียงสนทนาของมิตรสหายแว่วมาเบาๆ จับใจความพอได้ว่าพ่อหลวงกำลังเล่าเรื่องตำนานของสันเขาและป่าแห่งนี้ ไม่นานนักผมก็หลับไปด้วยความเพลียที่เดินกันมาสองวัน

กลุ่มนักเดินทางนั่งรอบกองไฟในป่า มีกระท่อมหลังเล็กตั้งอยู่ด้านข้าง บรรยากาศบริเวณขุนเขาในยามค่ำคืน มีดาวเต็มฟ้าประดับอยู่เหนือศีรษะ
ความอบอุ่น, กลิ่นหอมและแสงวอมแวมของกองไฟสร้างความอบอุ่นทางใจให้กับคนนอนป่า เสียงสนทนาของมิตรสหายแว่วมาเบาๆ
ภาพถ่ายกลางคืนของคนที่นอนอยู่บนพื้นหญ้าภายใต้ท้องฟ้าซึ่งประดับไปด้วยดวงดาว มีภูเขาและพุ่มไม้ในเบื้องหลัง
ภาพนี้น้องเกตุถ่ายไว้ตอนที่ออกมาดูกลางดึกว่าผมยังมีชีวิตอยู่มั๊ย

ผมตื่นลืมตาขึ้นมาอีกครั้งกลางดึกเพราะเสียงเก้งร้องไม่ไกลจากแค้มป์  พระจันทร์คืนวันเกือบเต็มดวงขึ้นมาจากหลังหน้าผานั้น ส่องสว่างไปทั้งหุบเขา   ผมนอนมองและเฝ้าฟังเสียงทุกอย่างที่เป็นไปรอบตัว แม้จันทร์จะขึ้นจนกระจ่างฟ้า แต่บนผืนดินที่มืดสนิทเช่นนี้เราก็ยังสามารถเห็นดาวได้ไม่น้อย ผมรับสัมผัสได้ถึงลมที่พัดมาเบา เสียงแมลงและเสียงของป่าที่ดังอยู่รอบไปหมด ผมนอนดู รับรู้ความงดงามรอบตัวนั้น และอยากจะสัมผัสมันให้นานที่สุด แต่ไม่นานก็หลับไปอีก

อาจจะตีสามหรืออาจจะใกล้ตีสี่ น้ำค้างหนักมากจนถุงนอนผมชุ่มไปหมด พระจันทร์ตกไปแล้วแต่เมื่อลืมตาขึ้นมาผมก็พบกับดาวเต็มฟ้ามากมายอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน หน้าผายังคงอยู่ข้างหน้าตรงนั้นเป็นเงาที่ยังพอเห็นได้จากแสงดาว 

ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว สะท้อนความงดงามของธรรมชาติ บริเวณรอบข้างมืดสนิท มีเงาของภูเขาอยู่ด้านล่าง
เงาผาใต้แสงดาว

ผมนอนมองภาพนั้นอยู่พักใหญ่น่าจะเป็นชั่วโมง แสงสีส้มก็เรืองขึ้นที่ขอบฟ้าทางขวามือ ดาวเริ่มหายไป เสียงของป่าเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง วันใหม่ของป่าเริ่มขึ้นแล้ว

ทุกครั้งเมื่อมีคนถามว่าทำไมต้องออกมาเดินป่าผมต้องหยุดคิดอยู่นาน และคำตอบของผมก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนพยายามหาข้อแก้ตัว จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ผมเริ่มมีคำตอบที่คิดว่าใช่

ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ใกล้กองไฟในป่า มีเต็นท์และถุงนอนวางอยู่บนพื้นหญ้า ด้านหลังเป็นภูเขาและท้องฟ้าสีฟ้าในช่วงเช้า
แสงเรืองที่ขอบฟ้าของเช้าวันใหม่

บางครั้งเราเดินป่ากันหลายสิบ หรืออาจจะเป็นร้อยกิโลเมตร โดยที่ไม่รู้ว่าเดินไปหาอะไร คนส่วนหนึ่งอาจจะเดินเพื่อค้นหาความงามเพื่อบันทึกลงภาพถ่าย บางคนเพื่อพิสูจน์ เพื่อพิชิต หรือแม้แต่เพื่อเอาไปอวดกัน แต่นั่นผมคิดว่าเขากำลังอยู่ในกระบวนการเรียนรู้

สำหรับผมแล้ว การเดินป่าคือการค้นหาช่วงเวลาเช่นนี้ สิ่งที่เราเรียกมันว่า “ช่วงเวลาที่งดงามของชีวิตกลางแจ้ง” “A beautiful moment of Outdoor Life” ซึ่งอาจจะแตกต่างออกไปในมุมความคิดของแต่ละคน

ช่วงเวลาที่เราได้สงบนิ่ง ไร้ตัวตน เป็นส่วนหนึ่งกับสิ่งรอบข้าง สิ่งที่คนทั่วไปเรียกมันว่าธรรมชาติ ช่วงเวลาที่ความคิดของเรามีแต่ความงดงาม 

เราจะพบช่วงเวลาเช่นนี้ได้เมื่อเราเข้าใจ และเปิดรับ มันอาจจะซ่อนอยู่ในเส้นทางเดินยาวไกลที่จะพาเราไปให้พ้นความซิวิไลย์ หลุดออกไปจากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งในรูปวัตถุและกรอบความคิด หรือมันอาจจะซ่อนอยู่ริมลำธารใกล้ๆหมู่บ้านที่ไหนสักแห่ง

เช้าวันนั้นผมตื่นขึ้นมาด้วยใจที่เต็มไปด้วยพลัง ผมมีความมุ่งมั่นและความเข้าใจถึงหน้าที่ที่ต้องทำ ผมจะต้องทำให้ผู้คนสักส่วนหนึ่งได้สัมผัสกับความงดงามเช่นนี้ และในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างเส้นทางเดินป่าเช่นนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนที่รักป่าดูแลป่าอย่างบ้านห้วยไม้หก

แต่กระนั้นมันก็มาพร้อมกับความกังวลใจในทางโลกสองอย่างคือ หนึ่งคือถุงนอนขนห่านสุดที่รักของผมจะพังมั๊ย (สรุปว่ามันไม่พังครับ สลัดๆ น้ำ แล้วตากแดดสักหน่อยก็รอดแล้ว ของดีๆ มันเป็นอย่างนี้ครับ) 

ข้อสองคือคำพูดของน้องๆ ที่ร้าน “พวกหนูเข้าใจนะว่าพี่ชอบนอนกลางแจ้งดูดาว ตากน้ำค้าง แต่ถ้าพี่จะทำ ไม่ต้องออกสื่อได้มั๊ย ที่ร้านเราขายเต็นท์ค่ะพี่” 

ตาเกิ้น

7 ธันวาคม 2568

หมายเหตุ: เส้นทางเดินป่าบ้านห้วยไม้หกนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจความเป็นไปได้ โดยเป็นการร่วมมือกันของชุมชนห้วยไม้หก, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โปรดรอติดตามข่าวดีเร็วๆนี้

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading