ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก
“ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม
“เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน
เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย
ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง
ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน
ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน
ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น
ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร
เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป บุ่มบ่าม ไม่ใจเย็นพอ
พี่ยุทธตบไหล่ปลอบใจผม “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรามาลองกันใหม่วันหลัง”
พี่ยุทธเป็นผู้ใหญ่ที่ผมนับถือมากคนหนึ่ง ด้วยความที่เกิดก่อนผมถึง 16 ปี พี่ยุทธจึงมีโอกาสเติบโตและใช้ชีวิตตั้งแต่วัยหนุ่มในยุคที่ป่ายังคงเป็นป่า อุดมไปด้วยป่าทึบและสรรพสัตว์ และด้วยสายงานอาชีพ พี่ยุทธทำงานสำรวจในป่าถึงปีละ 10 เดือน จึงทำให้เป็นคนที่ชำนาญการใช้ชีวิตกลางแจ้งที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยได้รู้จัก โดยที่พี่ยุทธไม่เคยโอ้อวดอะไรเลยถ้าไม่มีใครถามก็แทบจะไม่เล่าให้ฟัง
ผมโชคดีมากที่มีโอกาสได้เรียนรู้วิถีการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ไปจนถึงวิธีใช้ชีวิตให้มีความสุขจากพี่ยุทธ
เช่นเดียวกับพ่อผม คนที่ใช้ชีวิตท่ามกลางป่าเขาและรักชีวิตกลางแจ้งแต่ต้องทำงานและดูแลครอบครัวอยู่ในเมือง เรามักจะอยากมีบ้านสักหลังที่ชายป่าเพื่อหลบมาใช้ชีวิตเรียบง่ายหนีจากความวุ่นวายของเมืองกรุง พี่ยุทธก็เช่นกัน และบ้านหลังนั้นก็เสมือนเป็นโรงเรียนชายป่าของผมและเพื่อนๆ
และบทเรียนชีวิตในโรงเรียนนี้ก็เข้ามาในเวลาที่เราไม่คาดคิด แม้กระทั่งบนโต๊ะอาหาร
เราล้อมวงกันที่โต๊ะอาหารที่เรียงรายไปด้วยอาหารที่ช่วยกันหามาจากรอบๆตัว ปลาที่ซี หลานชายผมตกมาจากบ่อ กุ้งฝอยที่นวล แม่บ้านใช้กรงดักมา สะเดาจากต้นกินกับน้ำปลาหวาน จะขาดก็แต่ไก่ที่บินหนีคนซุ่มซ่ามไปได้ก่อน
เช่นเดียวกับในนิยาย เมื่อมีความสุขก็ต้องมีผู้ร้าย เรายังไม่ทันจะลงมือ หมู่แมลงวันก็เริ่มมาตอมอาหาร
ขณะที่ผมพยายามหาอะไรมาไล่ตีแมลงวันจนวุ่นวาย แต่ก็ไม่ได้ตัว พี่ยุทธกลับหยิบหนังสติ๊กมาเส้นหนึ่ง ตัดมันออกเป็นยางเส้นตรงๆ
“ลองแบบนี้ดูนะครับ”
พี่ยุทธจับยางเส้นนั้นยืดออกบนโต๊ะพร้อมๆกับเคลื่อนมืออย่างช้ามากเข้าไปใกล้แมลงวันที่เกาะอยู่ จนเข้าไปใกล้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อพี่ยุทธปล่อยให้หนังยางนั้นดีดไปข้างหน้า เจ้าแมลงวันที่แสนว่องไวตอนที่ผมพยายามจะตีมันก็สิ้นชื่อ
“ถ้าเราค่อยๆขยับเข้าไปช้าๆมันไม่หนีหรอก ถ้ามันหนีก็เริ่มใหม่ ไม่ต้องรีบ”
เอาละซิ มื้อนั้นแทบจะไม่มีคนสนใจกินข้าวกันเลยทีเดียว
เช้าวันต่อมา ผมนอนดูฟ้าที่เริ่มสาง แสงที่ขอบฟ้าสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มเห็นเงารางๆของต้นไม้รอบบ้าน
“เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าขันมาไกลๆ ทำให้ผมลุกพรวดขึ้นมาเห็นพี่ยุทธที่แต่งตัวพร้อมนั่งรออยู่แล้ว
“ไงครับ ตาเกิ้น ไปลองกันอีกสักรอบมั๊ย”
______________________________________________________
ชีวิตสมัยใหม่วุ่นวายจนเราจับต้นชนปลายไม่ถูก วันๆหนึ่งดูเหมือนจะหมดไปอย่างรวดเร็ว ทำอะไรไม่เคยทัน ทั้งๆที่เราเร่งรีบ เมื่อไม่กี่วันก่อนผมได้ยินเพื่อนบางคนบอกว่าปีนี้หมดไปเร็วจริงๆ ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย
วันนี้ขึ้นปีใหม่แล้ว ขอให้เป็นปีที่เพื่อนๆไม่รีบร้อน หัดทำอะไรให้ช้าลงบ้าง เลือกทำเฉพาะอะไรที่เราอยากทำ ถ้ามันไม่ทันเราก็เร่ิมใหม่ และมีความสุขกับทุกนาทีที่คืบคลานเข้ามานะครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ
ตาเกิ้น
1 มกราคม 2569
กระท่อม@พร้าว
No wild chicken was harmed during this education session, yet.
