Wednesday, September 30, 2026
Homeความคิดและมุมมองของหวานที่ดีต่อใจ

ของหวานที่ดีต่อใจ

-

ขนมน้ำแข็งใส “หวานจาก เค็มเคย” ถ้วยเดียว เราไม่เพียงจะได้ชิมรสชาติที่หวานผสมเค็มอย่างกลมกล่อมแตกต่าง แต่ค่าขนมของเรายังถูกส่งต่อไปอุดหนุนแหล่งผลิตอาหารพื้นบ้านที่กำลังจะสูญหายไปถึง 5 ชุมชน ใน 4 จังหวัด เป็นการทำอะไรดีๆด้วยการกินของอร่อย โดยที่ไม่ต้องออกแรงเดินทางไปไกลเลย เพราะมีคนลงแรงไปทำแทนเราแล้ว

ภาพของผู้หญิงนั่งที่โต๊ะไม้ในร้านขนม ข้างหน้าเป็นจานขนมน้ำแข็งใสที่มีวัตถุดิบหลากหลายและน้ำเชื่อมเสิร์ฟในแก้วเล็ก
ขนมน้ำแข็งใส “หวานจาก เค็มเคย” ถ้วยเดียว เราไม่เพียงจะได้ชิมรสชาติที่หวานผสมเค็มอย่างกลมกล่อมแตกต่าง แต่ค่าขนมของเรายังถูกส่งต่อไปอุดหนุนแหล่งผลิตอาหารพื้นบ้านที่กำลังจะสูญหายไปถึง 5 ชุมชน ใน 4 จังหวัด

ขณะที่สังคมไทยหมุนวนอยู่กับความขัดแย้งทางการเมืองที่ถกเถียงกันทุกเรื่องยกเว้นที่จะแย่งกันทำให้ความเป็นอยู่ของคนไทยดีขึ้น ในเบื้องหลังเงียบๆ มีคนตัวเล็กๆ ร้านขนมเล็กๆ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือชุมชนที่มีมรดกทางอาหารล้ำค่าของประเทศเราให้คงอยู่ได้ด้วยการเพิ่มคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นและพยายามแปรรูปออกมาให้คนเมืองอย่างเราเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

“หวานจาก เค็มเคย”  คือตัวอย่างที่ดี ในขนมแสนอร่อยถ้วยเดียวนี้มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมดอกจากของบ้านขนาบนาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ให้รสหวานแบบกลมกล่อมเพราะเจือเอาความเค็มนิดๆมากจากน้ำกร่อยในถิ่นกำเนิดของมันมาด้วย ลูกจากที่มาจากฉะเชิงเทรา โมจิทำด้วยข้าวฝ่างจากสกลนคร มะพร้าวอ่อนจากราชบุรี และกุ้งเคยเค็มจากฉะเชิงเทรา

การ์ดเมนูเกี่ยวกับขนมน้ำแข็งใส "หวานจาก เค็มเคย" แสดงส่วนผสมและแหล่งที่มาของวัตถุดิบจากไทย เช่น น้ำเชื่อมดอกจาก ข้าวเหนียว มะพร้าวอ่อน และกุ้งเคยเค็ม

เมนูขนมต่างๆในร้านไสใส ถูกบรรจงประดิษฐ์ขึ้นมาจากวัตถุดิบธรรมชาติของท้องถิ่นต่างๆที่กำลังจะสูญหายไปกับกาลเวลา เช่นน้ำตาลดอกเหนา ต้นไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติและใช้เวลาถึง 25 ปีกว่าจะเก็บลูกและปาดน้ำหวานได้ก่อนจะยืนต้นตาย ปัจจุบันนี้มีคนที่ทำน้ำตาลดอกเหนาเป็นอยู่เพียง 5 ครอบครัวในจังหวัดพังงาเท่านั้น

ภาพถ่ายของกระบวนการผลิตขนมไทยที่แสดงถึงวัตถุดิบพื้นบ้านและความชำนาญของคนทำ จากชุมชนต่างๆ โดยมีภาพจัดเรียงอยู่บนผนังไม้
ร้านไสใสเสาะหาวัตถุดิบธรรมชาติมาจากชุมชนต่างๆทั่วประเทศ

ผมมีความเชื่อว่า สิ่งที่มีค่าที่สุด เป็นสเน่ห์แท้ๆของประเทศไทย และจะทำให้ประเทศไทยอยู่ได้ เจริญรุ่งเรื่องได้คืออาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละท้องถิ่นที่เร่ิมต้นจากวัตถุดิบธรรมชาติของพื้นที่นั้นๆแล้วหล่อหลอมขึ้นมาเป็นวัฒนธรรมอาหารของชุมชนที่สะสมมายาวนาน  สิ่งเหล่านี้เป็นสเน่ห์ที่สามารถดึงดูดให้คนทั่วโลกสนใจ และไม่มีใครจะลอกเลียนแบบได้

แต่น่าเสียดาย ที่ตอนนี้สังคมไทยเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้เลย เมื่อไม่ถูกให้คุณค่า หลายสิ่งอย่างก็เริ่มสูญหาย และด้วยความไม่ใส่ใจที่จะเลือกกินของดีๆของพวกเราคนเมืองใหญ่ ไม่ว่าเราจะไปจังหวัดไหนภาคไหน เราก็จะได้กินอาหารที่เหมือนๆกันที่ปรุงขึ้นมากจากวัตถุดิบที่ซื้อมาจากร้านขายส่งอาหารรายใหญ่ที่ผูกขาดไปทั่วประเทศ

โปสเตอร์เมนูอาหารที่มีรูปถ้วยโยเกิร์ตผสมผลไม้สด พร้อมส่วนผสมต่างๆ เช่น ข้าวพอง, ถั่ว, และน้ำผึ้ง
คราฟโยเกิร์ต ใส่ครีมงาขี้ม่อนคั่วอร่อยมากครับ เป็นอีกตัวอย่างของความสร้างสรรค์ที่พยายาม “แปล” วัตถุดิบท้องถิ่นให้คนเมืองเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

การให้คุณค่าและแสวงหาวัตถุดิบธรรมชาติในท้องถิ่นมาบริโภคกันนั้น นอกจากจะกระจายรายได้ไปถึงชุมชน,  รักษาวัฒนธรรมอาหารของเราให้มีคุณค่ายั่งยืนแล้ว ยังส่งผลดีกับการอนุรักษ์ธรรมชาติอีกด้วย ลองนึกดูง่ายๆว่าถ้าชุมชนมีรายได้จากการขายลูกจาก, ใบจาก และน้ำตาลจาก เราก็คงไม่ต้อง “CSR” ไปปลูกป่าชายเลนกัน

ผู้หญิงยืนอยู่ระหว่างชั้นวางที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและอาหารในร้านค้า เธอกำลังถือบรรจุภัณฑ์สีเทาเพื่อตรวจสอบรายละเอียด
นอกจากขนมหวานแล้ว ทางร้านไสใสยังไปเสาะหาข้าวพันธุ์พื้นเมืองอร่อยๆมาจำหน่าย 


ว่าก็ว่าเถอะผมนี่เสียดายและน้อยใจมากที่คนไทยเราสามารถแยกรสชาติขององุ่นพันธุ์ดีของฝรั่งเศสและอิตาลีที่ใช้ทำไวน์ได้ ชื่นชมเมล็ดกาแฟของเอธิโอเปีย โคลัมเบีย แต่ไม่มีใครแยกความอร่อยของข้าวที่เรากินกันทุกวัน ไม่มีใครได้ชื่นชมข้าวพันธุ์ดีที่เรามีซ่อนอยู่ในชุมชนต่างๆทั่วประเทศ
บรรจุภัณฑ์ของข้าวกล้องอินทรีย์ "ข้าววิสุทธิ์" แสดงชื่อและลักษณะผลิตภัณฑ์บนฉลากพร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับรสชาติและคุณลักษณะของข้าว
ผมลองซื้อข้าวมาหลายชนิด และลองหุงพันธุ์ขาววิสุทธิ์เป็นอย่างแรก อร่อยมากครับ รสชาติเป็นข้าวเจ้าปนข้าวเหนียว หอมอ่อนๆ  แตกต่างจริงๆ


แต่ถ้าจะพูดให้ดัดจริตถูกใจคนสมัยใหม่ต้องบอกว่า มันมีบอร์ดี้ อะไรแบบนี้มั๊ย

ถ้าคุณเหมือนผมที่ไม่ชอบจะบริจาคเงินแบบให้เปล่า ไม่ว่าจะกับมูลนิธิ หรือศาสนสถานอะไร เพราะผมเชื่อว่าการส่งเสริมให้คุณค่าสิ่งที่เป็นจริงมีอยู่จริงนั้นยั่งยืนกว่าการให้เปล่าที่ไม่มีวันจบสิ้นมากนัก 

หากอยากจะทำดี ไม่ต้องไปบริจาคเงินที่ไหนก็ได้นะครับ เรามาเลือกใช้เงินของเราให้มีคุณค่า ให้มันไปถึงคนที่ทำดี สร้างสรรค์สิ่งดีๆ สร้างคุณค่าที่เป็นประโยชน์กับสังคม ซึ่งแน่นอนว่ามันจะส่งผลไปให้ประเทศเราดีขึ้นไปด้วย 

ผลิตภัณฑ์อาหารที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้มีขวดและกระปุกบรรจุอาหารหลากหลายชนิดในร้านขนม รวมถึงน้ำเชื่อมและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ
ที่ร้านมีสารความหวานต่างๆเช่นน้ำเชื่อมและน้ำตาลต้นจาก, ต้นเหนา, ตาลโตนด, น้ำผึ่้งจำหน่ายด้วย ของดีๆทั้งนั้นครับ

เริ่มที่ร้านไสใสนี่ก็ได้ครับ ขนมที่นี่นอกจากรสชาติจะกลมกล่อมจากวัตถุดิบธรรมชาติ และอร่อยจากความสร้างสรรค์ของเมนูต่างๆแล้ว กินแล้วยังอิ่มใจมากครับ

เพราะคนทำเขาใส่ “ใจ” เข้าไปอย่างเต็มที่ครับ

กล่องขนมและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจัดแสดงในร้าน, มีป้ายแสดงความพร้อมในการชิมและเน้นความแตกต่างจากวัตถุดิบธรรมชาติ.
เขามีจัดเป็นกล่องของขวัญด้วย ผมว่ามันเป็นกล่องของขวัญที่ “มีคุณค่า” กว่าตะกร้าที่เขาจัดขายกันทั่วไปมากนัก

ปีนี้ผมจะซื้อไปให้ผู้ใหญ่ที่เคารพครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

– ร้านไสใส อยู่ใกล้ประตูผี ถ้าขับรถไปสามารถไปจอดรถที่ปั๊มเชลฝั่งตรงข้ามได้
– ถ้ากินขนมแล้วอยากเดินป่าหรือพายเรือช่วยชุมชน ขอเชิญไปเดินป่าที่แม่เงา และพายเรือที่แม่น้ำน่านได้ครับ คนทำเขาก็ใส่ “ใจ” เข้าไปอย่างเต็มที่เหมือนกันครับ

ตาเกิ้น

27 ตุลาคม 2568

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

ไมค์กี้

“ใครยิงธนูเป็นช่วยสอนผมหน่อย ที่ไหนมีธนูขายบ้างช่วยบอกหน่อยครับ”  ผมเขียนข้อความประมาณนี้ลงในเว็บบอร์ด “รอบกองไฟ” ของเว็บ ThailandOutdoor เมื่อ 22 ปีก่อนด้วยความคับแค้นใจว่าหาซื้อธนูไม่ได้ และไม่มีใครสอนให้ยิง “ผมทำงานอยู่ร้านธนู” <Mike Wann> “ร้านอยู่ที่ไหนครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย” <ตาเกิ้น>  “ผมอยู่แคลิฟอร์เนียครับ 555” <Mike Wann> จากนั้นผมก็คุยกับ Mike Wann ทางข้อความอย่างเมามัน เขาให้ความรู้เรื่องธนูที่หาไม่ได้ในเมืองไทย พอผมบอกว่าอยากได้เขาก็หาคันธนูมือสองชั้นดีถอดเป็นชิ้นๆส่งมาให้ผมประกอบ แล้วก็สอนให้ผมยิงธนูจากระยะไกลจากอเมริกา ธนูคันแรกที่ Mike ส่งมาให้ผม ทำให้เกิดประกายไฟของการยิงธนูในเมืองไทย...

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading