รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี
เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่!

รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น
ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน

เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง
ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้
คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า
แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล

แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า ผมน่าจะได้ภาพสวย แต่นี่เป็นกล้องฟิล์ม ผมอยากจะอัดเป็นรูปแล้วส่งให้ ถ้าไม่รังเกียจ ช่วยจดที่อยู่ให้ผมหน่อยครับ
เธอทำหน้าแปลกใจ แต่ก็จดให้ คุณพ่อที่นั่งอยู่กับลูกชายที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามหัวเราะ เขาคงประหลาดใจ
อีกหลายวัน กว่าผมจะได้เห็นรูปนี้บนกระดาษ ก่อนที่ผมจะเอารูปใส่ซองส่งไปให้คุณแม่คนในภาพ ภาพนี้ก็พาผมกลับไปสู่ช่วงเวลาที่งดงามอีกครั้ง เวลาที่ผู้คนพูดคุยส่งยิ้มให้กันจริงๆโดยไม่ต้องก้มหน้าส่งผ่านหน้าจอ

ช่วงเวลาสั้นๆบน time machine เวลาที่แสงแดดอ่อนยามเช้าที่ส่องมากระทบทำให้ภาพที่เห็นและเรื่องราวของชีวิตมีมิติ สายลมอ่อนที่พัดมาให้รู้สึกสัมผัสที่ผิวกาย สายตาและรอยยิ้มที่สื่อสารความรักโดยไม่ต้องมีคำพูด
ผม(คิดว่า) ผมไม่ได้ต่อต้านเทคโนโลยี่และความก้าวหน้า แต่ผมยังชื่นชมและโหยหาช่วงเวลาที่งดงามเช่นนี้ของชีวิต

ตาเกิ้น
เมษายน 2569
