Friday, June 5, 2026
Homeความคิดและมุมมองพ่อเฒ่ากับเจ้าหนูอีกสักครั้ง

พ่อเฒ่ากับเจ้าหนูอีกสักครั้ง

-

ในบรรดาหนังสือกลางเแจ้งที่ผมเคยอ่านมา “พ่อเฒ่ากับเจ้าหนู” หรือ “Old mand and the boy” ของ Robert Ruark น่าจะเป็นเล่มที่ผมชื่นชอบที่สุดและเคยเขียนถึงไว้หลายครั้งแล้ว

Old man and the boy เป็นเรื่องราวของเด็กน้อยที่ใช้เวลาวันหยุดในวัยเด็กอยู่กับคุณตาผู้ซึ่งสอนให้ยิงปืน ยิงนก ตกปลา ล่ากวาง ฝึกหมา ต่อเรือ ฯลฯ ในขณะเดียวกันก็สอดแทรกเรื่องราวของธรรมชาติและการอนุรักษ์ที่ถูกต้องเข้าไปด้วยอย่างที่คนอ่านไม่รู้ตัว

Old man and the boy นี้เริ่มจากการเป็นคอลั่มน์ประจำที่ Robert Ruark เขียนให้นิตยสาร Field & Stream ตั้งแต่ปี 1953 จนจบในปี 1961 รวมทั้งหมดถึง 106 ตอน โดยที่ไม่เคยขาดเลยแม้แต่เดือนเดียว

คอลั่มน์นี้มีแฟนคลับกลุ่มคอยติดตามกันทุกเดือน เด็กก็ชอบอ่าน ผู้ใหญ่ก็ติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง ต่อมามีการรวมเล่มออกมา 2 เล่มชื่อ Old man and the boy และ Old man’s boy grows older ซึ่งผมก็ได้อ่านหมดทุกตอนหลายรอบแล้ว แต่ก็มาพบที่หลังว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ถูกรวมไว้ในสองเล่มนั้น และใน Ruark The lost classics เล่มนี้ก็คัดสรรมาให้อ่านเต็มอิ่มอีก 27 ตอน 

Old man and the boy มีรวมเล่ม เป็น 2 เล่ม
หนังสือ Lost Classics รวม บทความของ Robert Ruark   27 ตอน ที่ไม่ได้รวมอยู่ใน Old man and the Boy

ทุกครั้งที่ผมได้อ่านเรื่องราวของเด็กชายที่โลดแล่นไปในทุ่งโล่งและดงทึบ หรือสายน้ำที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่าและปูปลาในธรรมชาติ ผมจะรู้สึกอิจฉาคนอเมริกัน และคนชาติอื่นๆที่เขาสามารถรักษาธรรมชาติเอาไว้ได้จนสามารถออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งได้อย่างสมบูรณ์ทุกรูปแบบ และรู้สึกหดหู่กับ “การอนุรักษ์” แบบบ้านเราที่ห้ามทุกอย่าง แต่ไม่จัดการ จนล้มเหลว ยิ่งอนุรักษ์ก็ยิ่งหมด

หนังสือ Old man and the boy เคยมีการแปลเป็นภาษาไทยชื่อ พ่อเฒ่ากับเจ้าหนู ยังพอหาได้ในตลาดหนังสือมือสอง

จนกระทั่งวันนี้ที่ผมได้อ่านเรื่อง “In you own backyard” ในเล่มนี้ ผมชอบจนต้องเอามาเล่าสู่กันฟังคร่าวๆครับ

ในวันหนึ่งท่ามกลางฤดูร้อนที่น่าเบื่อไม่มีอะไรทำ เด็กชายเปิดนิตยสาร Field & Stream ให้คุณตาดู แล้วบอกว่าสักวันหนึ่งจะต้องไปยิงสิงโต ยิงแรดที่อัฟริกา ไปตกปลามาลินตัวโตที่นิวซีแลนด์ แบบในหนังสือนี้ นี่ซิของจริง ไม่ใช่นกตัวเล็กๆ กระต่าย กระรอก หรือปลาตัวกระจ้อยที่เราตกเรายิงกัน

ตาฟังแล้วก็บอกว่า เมื่อฤดูที่แล้วเธอยิงนกกระทาผิด 14 ตัวติดต่อกัน คิดว่าจะยิงสิงโตโดนเหรอ ตาเคยเป็นกะลาสีไปอัฟริกามาแล้ว สิงโตก็เคยเห็น แต่ไม่เห็นว่ามันจะน่ายิงตรงไหน กินก็ไม่ได้ นิวซีแลนด์ก็เคยไป อยู่ไกลสุดขอบโลก ไอ้ปลามาลินเนี่ยเนื้อมันไม่ได้อร่อยเลย ว่าแล้วก็ไล่เด็กน้อยไปขุดไส้เดือนเพื่อไปตกปลาเพิร์ชกัน

เด็กน้อยยิ่งหงุดหงิด เพราะกำลังอยากฝันเรื่องแรดเรื่องปลามาลินตัวโตๆ ตากลับชวนไปตกปลาเพิร์ชตัวกระจ้อยอีกแล้ว แต่ก็ขัดตาไม่ได้

ทั้งสองเอาเรือลำเล็กๆออกไปตกปลาในแม่น้ำหลังบ้าน ระหว่างนั้นคุณตาก็สมมุติให้เด็กน้อยเป็นพรานใหญ่นักสำรวจ Dr.Livingstone ที่กำลังล่องแม่น้ำกลางป่าทึบในอัฟริกาและต้องตกปลาไนล์เพิร์ชตัวยักษ์มาเลี้ยงผู้คนในคณะซาฟารีที่หิวโหย เมื่อได้ยินเสียงกระรอกตาก็สมมุติว่ามันต้องเป็นไฮยีน่าที่คอยมากินพวกเราที่กำลังจะหมดแรง 

ไม่นานนักทั้งสองก็เล่นกันอย่างสนุกสนานจนเห็นพ้องต้องกันว่า ต้นไม้ที่เขย่าอยู่เพราะกระรอกนั้นน่าจะมีกอริลล่าปีนอยู่ และเมื่อกวางส่งเสียงนั่นก็น่าจะเป็นสิงโตคำราม

จากวันที่น่าเบื่อมันก็กลับกลายเป็นวันที่สนุกที่สุดวันหนึ่งของเด็กชาย

และเมื่อสบโอกาสตาก็สอนให้ว่า

“ตาไม่รู้ว่าวันหนึ่งเธอจะได้ไปยิงสิงโต ล่าแรด หรือ เย่อปลามาลินหรือเปล่า

ปัญหาก็คือคนส่วนใหญ่ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตฝันหาอะไรที่ยากเกินเอื้อมไปจนแก่เฒ่าก็อาจจะไม่ได้มัน แต่พวกเขาก็พลาดทุกอย่างดีๆที่เขาจะสนุกกับมันได้รอบตัว เพียงถ้าพวกเขาไม่มัวแต่ฝัน รอวันพรุ่งนี้ หรือคอยมองชะเง้อข้ามเทือกเขา”

ผมอยากให้คุณได้อ่าน “พ่อเฒ่ากับเจ้าหนู” กันครับ เพราะมันอาจจะเปลี่ยนแปลงความคิดของคุณได้ในหลายๆมุมไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ธรรมชาติ, การอนุรักษ์ที่ถูกต้อง ไปจนถึงเรื่องของชีวิต 

แต่ที่สำคัญกว่าผมอยากชวนให้ออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งในธรรมชาติเท่าที่เราจะพอมีกันก่อนครับ หวังว่าเมื่อออกไปแล้วคุณจะเข้าใจธรรมชาติจริงๆมากขึ้น แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องอนุรักษ์กัน

แต่ผมน่ะ ตอนนี้ขอคว้าปืน .22 เอ๊ย .458 ออกไปเดินในป่าหลังบ้านก่อน เมื่อกี้นี้ผมว่าผมได้ยินเสียงขันอยู่ น่าจะเป็นเสือครับ

ข้าพเจ้าขณะกำลังย่างปลาช่อนยักษ์ ที่ได้มาไม่ไกลจากอะเมซอน (คอฟฟี่) มากนัก

ตาเกิ้น

8 มกราคม 2568

พร้าว เชียงใหม่

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading