Wednesday, June 10, 2026
Homeความคิดและมุมมองเรื่องของสุนทรียภาพ

เรื่องของสุนทรียภาพ

-

เราไม่ได้ยินคำว่าสุนทรียภาพกันมานาน อาจจะเป็นเพราะว่ามันเป็นคำโบราณล้าสมัยเกินไปแล้ว หรือว่าในยุคนี้เราอาจจะห่างไกลจากความรู้สึกของ “สุนทรียภาพ” กันแน่ครับ

ผมอ่านหนังสือหลายเล่มที่ใช้คำว่า “Aesthetic” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของคำว่าสุนทรีภาพ อ่านเจอในหลายๆที่เข้าก็เริ่มรู้สึกว่าคำนี้มีความหมายลึกซึ้งมากกว่า “ความงาม”​ ที่เราจะสามารถเห็นได้ด้วยดวงตา หรือฟังได้ด้วยหูเพียงอย่างเดียวมากนัก

คำว่า Aesthetic มีรากศัพท์ มาจากภาษากรีกอีกทีหนึ่ง αἰσθητικός (aisthētikós) ที่มีความหมายที่มีการตีความจากศิลปินหลายคน แต่ถ้าจะให้แปลแบบง่ายในภาษาของผมก็คงเขียนได้ว่า การรับรู้ถึงสิ่งที่ดีที่งามผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ จนเกิดอารมณ์และความรู้สึกลึกๆข้างในตัวเรา

ในยุคหนึ่งคำว่าสุนทรียภาพถูกนำไปใช้เชื่อมโยงกับของราคาแพง เช่นรถยนต์หรู, เหล้าราคาแพง,​ บ้านหลังใหญ่โต ฯ จนกลายเป็นความรู้สึกของคนทั่วไปที่ติดมากับคำนี้

แต่ไม่ใช่เลย Aesthetic หรือ สุนทรียภาพไม่ได้เกี่ยวข้องกับราคา ไม่ใช่ว่าคนรวยๆถึงจะมีสุนทรียภาพได้ แต่หากความรู้สึกนี้อาจจะผูกพันกับ “คุณภาพ” 

มันไม่จำเป็นว่าการขับรถหรูไปกินอาหารราคาแพงในโรงแรม 5 ดาวจะทำให้เกิดสุนทรียภาพ แต่สำหรับบางคนการเพียงได้สูดอากาศรับกลิ่นป่าที่สดชื่น ท่ามกลางเสียงของธรรมชาติ เห็นภาพป่าเขียวขจีในแสงที่งดงามยามเช้า ริมแม่น้ำกลางป่าใหญ่อันพิสุทธิ์ปราศจากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ก็อาจจะเป็นสุนทรียภาพที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินสักบาทเดียวเพื่อจะนั่งอยู่ตรงนั้น

ขอเพียงเราสงบใจและเปิดประสาทสัมผัสรับความงดงามทั้งหลายนั้นให้เข้ามาสู่ภายใน

ด้วยชีวิตที่รวดเร็วและเร่งรีบของคนยุคดิจิตอลและโลกของโซเชี่ยลมีเดีย ดูเหมือนว่าผู้คนส่วนใหญ่จะ “มีโอกาส” เข้าถึงความงามได้ง่ายขึ้นแต่จะรู้จักกับคำว่าสุนทรียภาพน้อยลงและมีโอกาสได้สัมผัสกับมันได้ยากขึ้น

ทุกวันนี้เราสามารถเลือกฟังเพลงจากทุกยุคทุกสมัยและจากทุกมุมโลกได้เพียงปลายนิ้วกดเลือก เครื่องเสียงที่สมัยก่อนเคยแพงเกินเอื้อมของคนทั่วไปก็มีให้เลือกหากันสำหรับทุกคน แต่ลองถามตัวคุณดูนะครับว่า เมื่อไหร่คือครั้งสุดท้ายที่ได้นั่งฟังเพลงที่คุณคิดว่าเพราะจับใจได้ตลอดเพลง โดยที่จิตไม่หลุดไปคิดเรื่องอื่น, ขยับตัวไปทำอย่างอื่น หรือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

ในปัจจุบัน ยุคที่ใครๆก็มีกล้องถ่ายภาพอยู่ในโทรศัพท์มือถือและพรั่งพร้อมไปด้วยเทคโนโลยี่การถ่ายภาพที่แทบจะเกินความฝันของคนยุคก่อน ในโลกยุคนี้จึงมีภาพสวยๆเกิดขึ้นมากมาย ในวันหนึ่งอาจจะมีภาพผ่านตาเรานับพัน แต่เมื่อไหร่คือครั้งล่าสุดที่คุณได้นั่งพินิจความงามของภาพสักภาพหนึ่งให้ลึกซึ้งจนเกิดความชื่นชมขึ้นภายใน

ง่ายดายกว่าคนยุคก่อน เราสามารถพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามที่ใดก็ได้ในโลก ไม่ว่าจะเป็นกลางป่า, ยอดเขาหรือกลางทะเลลึก แต่เมื่ออยู่ตรงนั้นเรากลับใช้เวลาส่วนใหญ่ในการมองจอ LCD เพื่อบันทึกภาพ หรือหนักไปกว่านั้น เพื่อบันทึกภาพตัวเราเอง

การสัมผัสสุนทรียภาพไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินตรา แต่หากเป็นเราที่จะต้องชะลอให้ช้าลงบ้าง เพื่อที่จะรับรู้คุณภาพและความงามรอบตัวเราให้มากขึ้น

ขอเพียงเราได้สัมผัสและชื่นชมสุนทรียภาพกันให้มากขึ้น ช่วยกันแบ่งปันประสบการณ์ที่สวยงามผ่านโซเชี่ยลมีเดียที่สื่อสารกันแสนจะว่องไวกันให้มากขึ้นสักนิด เมื่อผู้คนได้เสพความงดงามเหล่านี้แทนเรื่องดราม่าที่มีอย่างท่วมท้นในทุกวันนี้บ้าง แนวทางของสังคมเราก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

เพียงแค่นี้โลกมนุษย์ก็ย่อมจะดีกว่านี้แน่ครับ

ตาเกิ้น 7 ธันวาคม 2565

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

1 COMMENT

  1. จากใจเลยนะครับ เราคอเดียวกัน ผมไม่ชอบเลย คนที่ไปเที่ยว แค่ไป ชิค ๆ คูล ๆ ถ่ายรูปเกร๋ ๆ มันช่าง ฉาบฉวย ตื้นเขิน แต่ดั้นเป็นกระแสนิยมของยุคนี้ซะงั้น

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading