Tuesday, July 28, 2026
Homeความคิดและมุมมองปืนยาวของขวัญคริสมาส

ปืนยาวของขวัญคริสมาส

-

ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่ชื่อว่า  Horned Moons & Savage Santas ซึ่งเป็นหนังสือรวมเล่มบทความชีวิตกลางแจ้งจากนิตยสารในดวงใจภาคภาษาอังกฤษของผมที่ชื่อ Sporting Classic

หนังสือเล่มนี้เยี่ยมมากครับ ทุกเรื่องล้วนแต่เต็มไปด้วยรสชาติและลึกซึ้งไปด้วยความหมาย แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมอ่านแล้วประทับใจจนอยากจะเอามาให้อ่านทั่วๆกัน จึงแปลมาให้อ่านกันเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับสมาชิก ThailandOutdoor Netzine ทุกท่านครับ

บทความเรื่องนี้ชื่อ Christmas Rifle ของนักเขียนนิรนามท่านหนึ่ง

ลองอ่านดูนะครับ

พ่อไม่เคยเห็นใจ คนเกียจคร้าน หรือคนสุรุ่ยสุร่าย และคนที่ไม่เคยพอกับสิ่งที่จำเป็น แต่สำหรับคนที่ต้องการและจำเป็นจริงๆแล้ว หัวใจของพ่อเปิดกว้างราวกับกลางแจ้ง บทเรียนอย่างหนึ่งที่ผมได้รับพ่อก็คือความสุขที่สุดของชีวิตนั้นแท้จริงแล้วนั้นมาจากการให้มากกว่าการรับ

วันนั้นเป็นวันก่อนคริสมาสของปี 1881 ผมอายุ 15 และผมรู้สึกว่าโลกนี้ช่างแสนหดหู่เพราะครอบครัวเราไม่มีเงินพอที่จะซื้อปืนยาวที่ผมอยากได้เป็นของขวัญคริสมาสอย่างแทบเป็นแทบตาย

เราทำงานทุกอย่างเสร็จตั้งแต่เย็น ผมคิดว่าพ่อคงอยากมีเวลาว่างที่จะอ่านไบเบิ้ลร่วมกัน หลังจากอาหารค่ำ ผมถอดรองเท้าบู๊ทแล้วนอนเหยียดยาวอยู่หน้าเตาผิง รอให้พ่อหอบไบเบิ้ลเล่มเก่าลงมา จริงๆแล้วผมก็นอนเสียใจอยู่เงียบๆเรื่องปืนยาว และไม่มีอารมณ์ที่จะอ่านคำสั่งสอนอะไรอีกในตอนนั้น แต่ด้วยความแปลกใจ พ่อไม่ได้ลงมาพร้อมกับไบเบิ้ลแต่กลับแต่งตัวเตรียมที่จะออกจากบ้านอีกครั้ง ทั้งๆที่เราก็จัดการธุระเรียบร้อยไปหมดแล้ว

แต่ผมก็ไม่ได้สนใจกับเรื่องนั้นนานนัก เพราะผมกำลังมัวสงสารโชคชะตาของตัวเองอยู่ ไม่นานนักพ่อก็กลับเข้ามาอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่ามันเป็นคืนที่หนาวเย็นเพราะผมสังเกตเห็นน้ำแข็งเกาะอยู่ที่เคราพ่อ

“แม็ท มากับพ่อซิ แต่งตัวให้แน่นหนาหน่อย คืนนี้ข้างนอกหนาวมาก”

และนั่นก็ทำให้ผมหัวเสียมากๆ นอกจากที่ผมจะไม่ได้ปืนยาวเป็นของขวัญแล้ว พ่อยังจะลากผมออกไปในค่ำคืนที่แสนหนาวเย็นโดยที่ไม่มีเหตุผล เราได้ทำทุกอย่างจนเรียบร้อยสำหรับวันนั้นแล้ว ผมนึกไม่ออกจริงๆว่ายังมีอะไรที่เราจะต้องออกไปทำอีก โดยเฉพาะในค่ำคืนเช่นนี้ แต่ผมก็รู้ว่าพ่อไม่ค่อยมีความอดทนกับคนที่อ้อยอิ่งเวลาที่เขาบอกให้ทำอะไรสักอย่าง ผมก็ได้แต่สวมบู๊ท สวมหมวก และเสื้อโค๊ทแล้วตามพ่อออกไป

แม่ยิ้มให้ผมอย่างมีเลศนัยในตอนที่ผมเปิดประตูออกนอกบ้าน ต้องมีอะไรสักอย่าง แต่ผมนึกไม่ออกจริงๆในตอนนั้น

เมื่อเดินออกมาข้างนอกผมก็ยิ่งท้อแท้ เลื่อนใหญ่เทียมม้าหลายตัวจอดอยู่หน้าบ้าน เห็นอย่างนี้ผมก็พอจะบอกได้แล้วอะไรก็ตามที่เรากำลังจะทำนั้นไม่ง่ายและรวดเร็วแน่ เราไม่ใช้เลื่อนยกเว้นแต่เวลาที่เราจะขนย้ายอะไรที่หนักหนาจริงๆ พ่อขึ้นไปนั่งพร้อมด้วยบังเหียนในมือ ผมปีนไปนั่งอย่างลังเลข้างๆพ่อ แค่นี้ความหนาวก็ทรมานผมพอแล้ว และผมก็ยิ่งอารมณ์เสียไปใหญ่

พ่อขับเลื่อนอ้อมไปจอดที่หน้าโรงเก็บฟืน พ่อโดดลงโดยที่มีผมตามลงไป 

“พ่อคิดว่าเราน่าจะเอาขอบอันสูงใส่กับเลื่อนนะ มาช่วยกันดีกว่า”

ขอบอันสูง! งานช้างล่ะทีนี้

​ ผมแค่อยากจะใช้ขอบอันเตี้ย แต่เมื่อพ่อใส่ขอบเลื่อนอันสูง มันก็หมายความว่าสิ่งที่เราจะทำจะต้องเป็นงานใหญ่มากเลยทีเดียว

หลังจากที่เราเปลี่ยนขอบเลื่อน พ่อก็เข้าไปในโรงฟืนแล้วกลับออกมาด้วยไม้ฟืนเท่าที่จะหอบได้ ไม้ฟืนที่ผมใช้เวลาตลอดหน้าร้อนลากลงมาจากเขา เลื่อยเป็นท่อนๆ แล้วออกแรงผ่าด้วยขวานที่ละอัน พ่อจะทำอะไรนี่ ในที่สุกผมก็อดไม่ได้ที่จะถาม

“พ่อจะทำอะไรครับนี่”

“ลูกเคยผ่านไปทางบ้านคุณเจนเซ่นบ้างมั๊ย” คุณเจนเซ่นที่พ่อพูดถึงเป็นหญิงที่อยู่ห่างไปสักสองไมล์ สามีเธอเสียชีวิตไปเมื่อสักปีมาแล้ว ทิ้งให้เธออยู่กับลูกสามคน โดยที่ลูกคนโตอายุแค่แปดขวบ

แน่ล่ะผมเคยผ่านไปทางนั้นแต่มันเกี่ยวอะไร “ครับ แล้วทำไมล่ะพ่อ”

“พ่อขี่ม้าผ่านไปวันนี้ เจ้าหนูน้อยแจ๊กกี้กำลังออกมาเดินควานหาเศษไม้อยู่ แม็ท พวกเขาไม่มีไม้ฟืนใช้เลย” 

พอ่พูดแค่นั้นแล้วก็หันกลับเข้าไปในโรงฟืนและกลับมาพร้อมกับไม้ฟืนอีกหนึ่งหอบใหญ่ ผมทำตามพ่อ เราขนฟืนใส่เลื่อนจนเต็ม จนผมสงสัยว่าม้าจะลากไปไหวหรือ 

พ่อบอกว่าพอแล้ว และเดินเข้าไปที่ตู้อบรมควัน พ่อหยิบขาหมูรมควันและเบคอนชิ้นใหญ่ลงมาส่งให้ผมเอาไปรอที่เลื่อน เมื่อกลับมา พ่อแบกแป้งกระสอบใหญ่และหิ้วกระสอบอีกใบมาในมือซ้าย

“พ่อครับ มีอะไรอยู่ในกระสอบใบเล็กครับ” 

“รองเท้า พวกเขาไม่มีรองเท้าใส่กันเลย พ่อเห็นเจ้าหนูแจ๊กกี้เอากระสอบป่านมาพันเท้าตอนที่เดินหาเศษไม้ พ่อมีขนมหวานมานิดหน่อยด้วย มันจะเป็นวันคริสมาสได้อย่างไรถ้าไม่มีขนมหวาน”

เรานั่งเลื่อนไปบ้านคุณเจนเซ่นโดยไม่ได้พูดกันสักคำ ขณะที่ผมพยายามจะเข้าใจว่าพ่อพยายามจะทำอะไร เราไม่ใช่ครอบครัวที่ร่ำรวยหรือมีอะไรมากมายเลย แม้เราจะมีฟืนกองโตแต่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้ถูกเลื่อยและผ่าให้อยู่ในสภาพมี่ใช้ได้ เราอาจจะมีแป้งและเนื้อพอแบ่งปัน แต่เราไม่ได้มีเงินเลยแล้วทำไมพ่อถึงจะต้องซื้อรองเท้าและขนมหวานไปให้ ผมสงสัยจริงๆว่าทำไมพ่อต้องทำอย่างนี้ คุณเจนเซ่นก็มีเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กว่าเรา ทำไมเราจะต้องสนใจด้วย

เราจอดเลื่อนที่หลังบ้านคุณเจนเซ่นแล้วขนไม้ลงให้เงียบที่สุด และขนเนื้อ,แป้ง และรองเท้าไปที่ประตูหน้า พ่อเคาะประตู ประตูบ้านแง้มเปิดพร้อมกับเสียงกลัวๆ “นั่นใครน่ะ” 

“ผมลูคัส ไมล์ และแม็ทลูกชายผมครับคุณนาย เราเข้าไปได้มั๊ยครับ”

คุณเจนเซ่นเปิดประตูให้เราเข้าไป เธอมีผ้าห่มห่อตัวอยู่ เด็กๆห่อตัวด้วยผ้าห่มผืนเดียวกันหน้าเตาผิงที่มีกองไฟเพียงริบหรี่ที่แทบจะไม่ได้ให้ความอบอุ่นใดๆทั้งสิ้น คุณเจนเซ่นมะงุมมะงาหรากับไม้ขีดอยู่พักใหญ่และก็จุดตะเกียงขึ้นมาได้ในที่สุด 

“เราเอาของมาให้คุณหลายอย่างครับ คุณนาย” พ่อพูดพร้อมกับวางกระสอบแป้งลง ผมวางเนื้อลงบนโต๊ะ จากนั้นพ่อก็ส่งกระสอบใบเล็กที่มีรองเท้าให้เธอ คุณเจนเซ่นเปิดกระสอบอย่างลังเลและหยิบรองเท้าออกมาทีละคู่ ในกระสอบนั้นมีรองเท้าสำหรับเธอและเด็กๆคนละคู่ ทั้งหมดเป็นรองเท้าอย่างดีที่สุด แข็งแรงและทนทานนานปี

ผมเฝ้ามองเธอตลอดเวลานั้น เธอกัดริมฝีปากล่างไว้เน้นเพื่อไม่ให้มันสั่น น้ำตาเธอคลอเบ้า และในที่สุดมันก็ไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง เธอเงยหน้ามองดูพ่อผมเหมือนกับว่าเธอต้องการพูดอะไรสักอย่างแต่พูดไม่ออก

“เราเอาไม้ฟืนมาให้ด้วยครับ” พ่อพูด “แม็ท ไปเอาไม้ฟืนมาให้พอใช้ในบ้านนะ เราจะได้ก่อไฟให้บ้านอุ่นขึ้น”

ผมไม่ใช่แม็ทคนเดิมเมื่อผมเดินออกไปขนไม้ฟืน ผมรู้สึกเหมือนอะไรมาตันอยู่ที่คอหอย แม้ไม่อยากจะยอมรับแต่ผมก็เต็มไปด้วยน้ำตา ในความคิดผมมองเห็นแต่ภาพเด็กสามคนซุกตัวอยู่หน้าเตาผิง โดยที่แม่ของพวกเขายืนอยู่ด้วยน้ำตานองหน้าและตื้นตันจนพูดไม่ออก หัวใจผมพองโต และความสุขที่ผมไม่เคยได้รู้จักมาก่อนท่วมท้นความคิดและจิตวิญาณ ผมเคยได้ให้ในวันคริสมาสมาก่อน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่การให้สร้างความหมายและความแตกต่างได้เช่นนี้ ผมเห็ได้เลยว่าเราได้ช่วยชีวิตของพวกเขาไว้

ไม่นานนักผมก็ก่อกองไฟที่โชติช่วงและมันก็ทำให้ทุกคนมีชีวิตชีวาอีกครั้ง เด็กเริ่มหัวเราะได้เมื่อพ่อส่งลูกกวาดให้ คุณเจนเซ่นมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มที่เธออาจจะไม่เคยมีมาแสนนาน

ในที่สุดเธอก็หันมาที่เรา “ขอให้พระเจ้าคุ้มครองพวกคุณ  ฉันรู้ว่าพระองค์ได้ส่งพวกคุณมา ฉันและเด็กได้เฝ้าสวดอ้อนวอนพระเจ้าขอให้ส่งเทพมาช่วยเรา”

เหมือนอะไรมาตันคอหอยอีกครั้งและน้ำตาคลอเบ้า ผมไม่เคยนึกถึงพ่อแบบนั้นมาก่อน แต่หลังจากที่คุณเจนเซ่นพูดออกมา ผมก็เร่ิมเห็นว่ามันน่าจะเป็นจริงแบบนั้น

ผมมั่นใจเลยว่าไม่เคยมีคนที่ดีกว่าพ่อบนโลกใบนี้ ผมเริ่มที่จะนึกถึงเวลาที่พ่อตั้งใจทุ่มเทและเหนื่อยยากที่จะทำให้แม่กับผม และคนอื่นๆอีกมากมาย เรื่องราวเหล่านั้นตามกันมาเป็นสายและไม่จบสิ้น

พ่อคะยั้นคะยอให้ทุกคนลองรองเท้าก่อนที่เราจะกลับ ผมต้องแปลกใจอีกครั้งที่ทุกคู่พ่อดีกับเท้าแต่ละคนอย่างไม่น่าเชื่อ ผมสงสัยจริงๆว่าพ่อกะขนาดรองเท้าถูกได้อย่างไร ผมได้แต่เชื่อว่าเมื่อพ่อมาจัดการธุระให้พระเจ้า ท่านก็คงจะช่วยจัดเรื่องขนาดรองเท้าให้

น้ำตาไหลนองหน้าคุณเจนเซ่นอีกครั้ง เมื่อเราลุกขึ้นและบอกลา 

พ่อสวมกอดเด็กๆที่ละคนในวงแขนของเขา เด็กๆกอดพ่อแน่นและไม่อยากให้เราจากไป ผมเข้าใจได้ว่าพวกเขาคงจะคิดถึงพ่อของพวกเขามาก และผมก็ดีใจที่ผมยังมีพ่อของผมอยู่

ที่หน้าประตู พ่อหันมาพูดกับคุณเจนเซ่น “ภรรยาผม อยากจะให้ผมเชิญคุณนายและเด็กๆ ไปร่วมทานอาหารวันคริสมาสกับเราในคืนพรุ่งนี้ ไก่งวงนั้นตัวใหญ่เกินกว่าที่เราสามคนจะกินได้ และผู้ชายจะเกิดอารมณ์โกรธได้ง่ายหากเขาจะต้องกินไก่งวงติดๆกันหลายมื้อ เราจะมารับในราวสิบเอ็ดโมง มันคงดีมากที่เราจะมีเด็กเล็กในบ้านอีกครั้ง เจ้าแม็ทลูกชายผมนี่ไม่ได้ตัวเล็กมานานมากแล้ว”

คุณเจนเซ่นพยักหน้ารับคำ “ขอบคุณอีกครั้งค่ะคุณไมล์ ขอให้พระเจ้าคุ้มครองคุณ และฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะต้องทำเช่นนั้น”

บนเลื่อนในขากลับ ผมรู้สึกถึงความอบอุ่นที่มาจากข้างใน ผมไม่ได้แม้แต่รู้สึกถึงอากาศที่หนาวเย็นอีกต่อไป เมื่อเราออกมาสักพักหนึ่ง พ่อก็หันมาพูดกับผม

“พ่ออยากจะบอกอะไรให้ลูกรู้สักอย่าง”

“พ่อกับแม่ได้พยายามเก็บเงินทีละเล็กทีละน้อยมาตลอดปีเพื่อที่จะซื้อปืนยาวให้ลูก และพ่อก็เข้าไปในเมืองเช้านี้เพื่อจะไปซื้อปืน แต่ระหว่างทางพ่อเห็นเด็กน้อยแจ๊กกี้เดินหาเศษไม้โดยมีกระสอบป่านห่อเท้าอยู่ ทำให้พ่อคิดว่าพ่อจะต้องทำอะไร และพ่อก็ใช้เงินที่มีอยู่ไปกับรองเท้าและขนมหวานให้เด็กๆนั้น พ่อหวังว่าลุกจะเข้าใจนะ”

ผมเข้าใจและตาผมก็ชุ่มชื้นไปอีกครั้ง ผมเข้าใจดีและดีใจที่พ่อทำไปอย่างนั้น ในตอนนี้ปืนยาวดูเหมือนจะมีความสำคัญน้อยมากสำหรับผม พ่อได้ให้ผมยิ่งกว่านั้นมากมายนัก พ่อได้ให้ความหมายจากใบหน้าของคุณเจนเซ่นและรอยยิ้มอันสดใสของเด็กๆ ตลอดชีวิตต่อมาเมื่อผมได้เห็นสมาชิกในครอบครัวเจนเซ่นหรือเพียงท่อนไม้ฟืน ความทรงจำนั้นก็กลับมาพร้อมกับความสุขที่ผมรู้สึกเมื่อนั่งเลื่อนกลับมากับพ่อในค่ำคืนนั้น พ่อได้ให้ผมมากกว่าปืนยาวในคืนนั้น พ่อได้ให้คริสมาสที่ดีที่สุดในชีวิตผม

แปลโดย ตาเกิ้น

ขอส่งความสุขปีใหม่นี้ให้กับผู้อ่านทุกท่านด้วยบทความที่งดงามนี้

หวังว่ามันจะช่วยให้ท่านมีความสุขกับการให้ เพราะคนที่ขาดแคลนขัดสนที่เราจะพอช่วยเหลือได้ยังมีอีกมากครับ และเมื่อนั้นความทุกข์จากความอยากได้อยากมีของเราก็อาจจะคลายลง

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการใช้ชีวิตกลางแจ้งในปีใหม่นี้และตลอดไป

สวัสดีปีใหม่ครับ

จาก ทีมงาน ThailandOutdoor Netzine

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading