Friday, July 24, 2026

จดหมาย และ เทปคาสเซ็ท

-

ผมกุมมือของหญิงสาวไว้ราวกับว่าจะไม่มีวันปล่อย

เราสบตากัน ผมจูบเธอเบาๆ เธอร้องไห้ ดึงมือออกจากมือผม เปิดประตูลงจากรถแล้วเดินเข้าบ้านไป

ผมนั่งเงียบอยู่คนเดียวในความมืดอีกเนิ่นนาน

เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ผมออกเดินทางไกลเป็นครั้งแรกของชีวิต เป็นการเดินทางเพียงลำพังไปสู่อีกซีกโลกหนึ่ง ไปอยู่ในสังคมที่ผมไม่เคยรู้จัก พูดภาษาที่ผมฟังไม่ออกพูดไม่ได้ และต้องจากลาหญิงสาวที่ผมรักไปนานจนไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตระหว่างเราสองคน

ในขณะที่ผมตื่นเต้นกับวัฒนธรรมใหม่ๆรอบตัว,​ดิ้นรนกับภาษาที่พูดไม่ได้สักคำเมื่อแรกไปถึง, ปรับตัวให้เข้ากับมิตรสหายใหม่ๆที่ได้พบเจอ และพยายามเอาตัวรอดกับการเรียน แต่ทันทีที่ผมมีเวลาได้หยุดพักสงบกับตัวเอง ผมก็จะสัมผัสและเข้าใจถึงความรู้สึกที่เคยแต่จะอ่านในนวนิยาย นั่นคืออาการ “คิดถึงจนสุดหัวใจ”

ในยุคก่อนที่จะมี Internet หรือ Email และค่าโทรศัพท์ทางไกลก็แสนแพงเกินกว่าที่ผมจะสามารถจ่ายได้ สิ่งเดียวที่จะช่วยต่อความหวังและบรรเทาความคิดถึงของผมลงได้ก็คือ “จดหมาย” 

เราเขียนจดหมายถึงกัน เล่าเรื่องราวที่ดำเนินไปของคนสองคนที่อยู่คนละซีกโลกเหมือนเส้นคู่ขนาน

ผมเฝ้ารอเปิดตู้จดหมายทุกวันด้วยความหวัง แต่ด้วยการเดินทางของจดหมายที่ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 อาทิตย์หรือบางครั้งก็นานจนคาดเดาไม่ได้ ก็ทำให้ความหวังกลายเป็นการเฝ้ารอที่ยาวนาน

อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อเปิดตู้จดหมายผมก็พบกับห่อของเล็กๆที่ส่งมาจากเมืองไทย 

ในห่อนั้นคือเทปคาสเซ็ท เมื่อเปิดฟังผมก็ได้ยินเสียงหญิงสาวที่ผมรักเป็นครั้งแรกหลังที่จากกันมากว่าครึ่งปี และยังมีอีกเพลงที่เธออัดมาให้ฟังอีกหลายเพลง

ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนหน้านั้น ตอนที่ผมเริ่มแอบชอบสาวคนนี้ ผมรู้มาว่าเธอชอบฟังเพลง โดยเฉพาะเพลงฝรั่ง 

ด้วยความที่เป็นคนเชยๆ ผมไม่เคยฟังเพลงอะไรเลย เพลงภาษาฝรั่งก็ฟังไม่ออกสักคำ ผมพยายามหัดฟังเพลงเพื่อจะได้มีเรื่องคุยกับเธอ


ผมฟังเทปคาสเซ็ทนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฟังจนนับครั้งไม่ถ้วน นอกจากเสียงเธอที่ยิ่งฟังยิ่งคิดถึงแล้วก็ยังมีเพลงเพลงหนึ่งที่ฟังแล้วฟังอีกจนเนื้อเพลงที่ผมเริ่มฟังเข้าใจซึมเข้าไปอยู่ในหัวใจผม และช่วยต่อความหวังให้ทุกครั้งที่ได้ฟัง

เพลงนั้นคือ Lover’s Moon ของ Glenn Frey

ข้อความท่อนหนึ่งของเพลงนั้นแปลจับความได้ว่า 

“คืนนี้มีดวงจันทร์แห่งความรัก 

ส่องแสงลงมาบนซีกโลกนี้

ผู้คนมากมายอยู่ใต้แสงจันทร์

แต่สำหรับผมแล้วมีเพียงหญิงสาวคนเดียวเท่านั้น

และเธอกำลังรอคอย

ผมรู้ว่าเธอกำลังรอคอย

ผมรู้ว่าเธอคอยผมอยู่

ภายใต้ดวงจันทร์แห่งความรัก”

ความคิดถึงและการรอคอยนั้นแม้ว่าจะทรมานและยาวนาน แต่มันก็ทำหน้าที่อย่างจริงใจที่จะพิสูจน์ความรักของคนสองคน

1 ปี 9 เดือน หลังจากที่เดินทางจากไป ผมก็ได้กลับมาพบกับหญิงสาวที่ผมรักและรอคอยผมมาตลอดช่วงเวลานั้น

เราแต่งงานกัน 2 ปีหลังจากนั้น ซึ่งวันนี้ครบรอบ 29 ปีพอดี เรามีลูกที่น่ารัก 2 คน มีครอบครัวที่อบอุ่นและอบอวลไปด้วยความรักของเราทั้ง 4 คนตลอดมา คุ้มค่าทุกนาทีที่รอคอยครับ

ตาเกิ้น

15 พฤษภาคม 2564

อ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ ตามลำดับเลยครับ

ไหว้ครู

การทำเรื่องเฉิ่มๆที่ดีที่สุดในชีวิตผม

ใช้รถเก่าแล้วชีวิตจะดี

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

ของหวานที่ดีต่อใจ

ขนมน้ำแข็งใส “หวานจาก เค็มเคย” ถ้วยเดียว เราไม่เพียงจะได้ชิมรสชาติที่หวานผสมเค็มอย่างกลมกล่อมแตกต่าง แต่ค่าขนมของเรายังถูกส่งต่อไปอุดหนุนแหล่งผลิตอาหารพื้นบ้านที่กำลังจะสูญหายไปถึง 5 ชุมชน ใน 4 จังหวัด เป็นการทำอะไรดีๆด้วยการกินของอร่อย โดยที่ไม่ต้องออกแรงเดินทางไปไกลเลย เพราะมีคนลงแรงไปทำแทนเราแล้ว ขณะที่สังคมไทยหมุนวนอยู่กับความขัดแย้งทางการเมืองที่ถกเถียงกันทุกเรื่องยกเว้นที่จะแย่งกันทำให้ความเป็นอยู่ของคนไทยดีขึ้น ในเบื้องหลังเงียบๆ มีคนตัวเล็กๆ ร้านขนมเล็กๆ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือชุมชนที่มีมรดกทางอาหารล้ำค่าของประเทศเราให้คงอยู่ได้ด้วยการเพิ่มคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นและพยายามแปรรูปออกมาให้คนเมืองอย่างเราเข้าถึงได้ง่ายขึ้น “หวานจาก เค็มเคย”  คือตัวอย่างที่ดี ในขนมแสนอร่อยถ้วยเดียวนี้มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมดอกจากของบ้านขนาบนาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ให้รสหวานแบบกลมกล่อมเพราะเจือเอาความเค็มนิดๆมากจากน้ำกร่อยในถิ่นกำเนิดของมันมาด้วย ลูกจากที่มาจากฉะเชิงเทรา โมจิทำด้วยข้าวฝ่างจากสกลนคร...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading