Sunday, June 21, 2026
Homeความคิดและมุมมองปัญหาที่หนักหนาที่สุด คือเราไม่เข้าใจปัญหา

ปัญหาที่หนักหนาที่สุด คือเราไม่เข้าใจปัญหา

-

ปัญหาที่หนักหนาที่สุด คือเราไม่เข้าใจปัญหา

แล้วก็มักจะลากกันไปผิดประเด็น และไม่รู้จักจัดลำดับความสำคัญ

ปรกติผมไม่ค่อยได้ติดตามเรื่องราวในโซเชี่ยล ก็ไม่เลยไม่เข้าใจอยู่หลายวันว่าทำไมคนถึงพูดกันว่า ไข่เจียวเขาเรียกไข่ทอด และถกเถียงกันเรื่องราคาโซล่าเซล

และปรกติผมจะไม่ออกความเห็นในเรื่องที่เป็นประเด็นในโซเชี่ยล เพราะมักจะมี “คนรู้” เยอะอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าพอจะรู้กับเขาอยู่บ้าง เลยขอออกความเห็นสักหน่อยครับ

ไม่ใช่เรื่องไข่ทอดหรือโซล่าเซลนะครับ แต่เป็นเรื่องวิถีชีวิตของคนในชนบทผมโชคดีที่ได้มีโอกาสได้คลุกคลีกับเพื่อนๆที่อยู่กับป่าอยู่บนดอยมาบ้าง และล่าสุดที่น่าสนใจมากก็คือ ผมมีโอกาสได้ไปนั่งฟังงานวิจัยของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ เกี่ยวกับชุมชนในจังหวัดน่าน

น่าสนใจมากครับ เพราะอาจารย์หลายท่านใช้เวลากว่า 2 ปีทำงานอยู่กับชาวบ้านจนเข้าใจรากของปัญหา และพยายามช่วยกันหาทางแก้ปัญหานั้นบ้านน้ำปี้และบ้านวนาไพรอยู่ในเขตอุทยานฯศรีน่าน ที่อยู่ในเขตอุทยานฯก็เพราะอยู่มาก่อนนานแล้วอุทยานฯมาประกาศล้อม

ทีมงานวิจัย พบว่าชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านนี้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่งขาย หลังจากปลูกข้าวโพดมาสิบกว่าปี แต่ละครัวเรือนมีหนี้สินโดยเฉลี่ยกว่า 5 แสนบาท! จะเลิกปลูกก็ไม่ได้เพราะหนี้ท่วมตัว ติดอยู่ในวงจรอุบาท จะทำอย่างอื่นสภาพพื้นที่ก็ไม่อำนวย ที่จะขายก็ไม่มี ขายข้าวโพดได้ไม่พอ ต้องกู้เงินมาซื้อข้าวกิน จนมีคำพูดที่ว่า พอวางช้อนก็ต้องไปกู้เงินมาซื้อข้าวมื้อต่อไป

ตรงนี้คือปัญหาครับ การปลูกพืชเชิงเดี่ยว การกดราคาจากนายทุนจากระดับเจ้าสัวไปจนถึงระดับล่าง

ปัญหาและสิ่งที่จำเป็นอันดับต้นๆของเขาและหมู่บ้านที่คล้ายๆกันนี้อีกกว่า 4,000 หมู่บ้านในประเทศไทย ย่อมไม่ใช่การอยากกินไข่ทอด, อยากดูทีวีที่มีแต่การใบ้หวยและขายผลิตภัณฑ์เสริมความงาม แต่หากเป็นการหาวิธีให้เขาสามารถมีอาหารกินได้เองไม่ต้องซื้อและอยู่กับธรรมชาติรอบๆตัวเขาให้ได้ อย่างยั่งยืน ไม่ใช่ยืนรอคนไปหยิบยื่นให้ อย่าบอกให้เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่กินไข่นะครับ ข้าวยังไม่มีจะกินจะเอาอะไรมาให้หมูให้ไก่กินครับ

โชคดีอยู่บ้างที่มีคนเข้าใจปัญหานี้ พี่ฉิม บัณฑิต ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ทำงานมานานนับปีเพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำและสามารถทำนามีข้าวกินเองได้คนดีย่อมดึงดูดคนดี มีอาจารย์และนักวิชาการอีกหลายท่านเข้าไปช่วยพี่ฉิมและชาวบ้าน บางคนมาช่วยเรื่องน้ำ, บางคนมาช่วยเรื่องพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ บางคนมาช่วยสร้างอาชีพเสริม

การทำให้น้ำธรรมชาติไหลอยู่ได้ทั้งปีคือชีวิตของคนทั้งหมู่บ้าน

2 ปีที่ผ่านมานี้ 2 หมู่บ้านนี้มีข้าวกินเองแล้วไม่ต้องกู้เงินไปซื้อ หนี้สินเริ่มลดลง แต่รายได้ก็ลดลงไปด้วยเพราะเขาปลูกข้าวโพดน้อยลง ตอนนี้เราถึงเริ่มคุยกันว่าจะสร้างอาชีพเสริมอะไรให้ชาวบ้านได้อีกบ้าง

เรื่องนี้มีรายละเอียดอีกเยอะ ต้องลงมือทำกันอีกยาวครับ แต่ผมมาเล่าให้ฟังเพื่อจะบอกว่า สาระสำคัญของปัญหาชนบทไม่ใช่แค่ เรื่องของไข่ทอด, ไม่ใช่เรื่องต้องดูทีวี หรือมีโซล่าเซล

แต่ปัญหาอยู่ที่คนเมืองอย่างเราไม่เคยเข้าใจปัญหา แล้วเอาวีถีสมมุติของเราไปเป็นบรรทัดฐานและไปสร้างปัญหากันเสียเอง

อ่านแล้วไม่ต้องมาดราม่ากับผมนะครับ ถ้าอยากเห็นของจริงผมจะพาไป แต่ถ้าพาไปเห็นแล้วต้องลงมือช่วยแก้ปัญหาไปด้วยกันนะครับ

นาที่นาเกียนอุดมสมบูรณ์มากครับ หมู่บ้านนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยครับ

ปล. ภาพประกอบนี้ไม่ได้มาจากน่าน แต่มาจากแถวๆบ้านนาเกียนที่เป็นประเด็นอยู่นี่แหละครับ จะบอกให้ว่าหมู่บ้านนี้เป็นที่ในอุดมคติมาก อยู่ที่สูงกว่า 1,000 เมตร ห้อมล้อมไปด้วยป่า น้ำท่าอุมสมบูรณ์ ปลูกข้าวได้มาก มีโครงการหลวงมาช่วยให้ปลูกกาแฟพร้อมทั้งรับซื้อ ผมยินดีที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่นี่โดยยอมแลกกับการไม่กินไข่เจียวและไม่ดูทีวีไปตลอดชีวิตเลยครับ

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading