Thursday, February 9, 2023
Homeยิงธนูการเลือกลูกธนูอย่างถูกวิธี

การเลือกลูกธนูอย่างถูกวิธี

-

ลูกธนูเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่นักธนูทุกคนต้องมี ถ้าขาดลูกธนูไปก็คงทำการยิงไม่ได้ ถึงแม้ว่าลูกธนูจะมีหน้าที่แค่วิ่งเข้าไปหาเป้า แต่การเลือกใช้ลูกธนูให้เหมาะสมนั้นมีความสำคัญมาก ซึ่งมีหลายเรื่องที่เราต้องดูให้ดีและเลือกให้ถูกต้อง

ส่วนประกอบต่างๆ ของลูกธนู

 ลูกธนูจะมีส่วนประกอบหลักๆ 4  ด้วยกันคือ

1. Shaft หรือก้านลูกธนู
2. Nock หรือท้ายลูกธนู ใช้สำหรับเสืยบเข้ากับสายธนู  
3. Vane หรือปีกลูกธนูเป็นแผ่นพลาสติก ช่วยในการหมุนของลูกธนู  
4. Point หรือหัวลูกธนู มักทำจากโลหะ และมีปลายแหลมเพื่อให้ปักเข้าเป้าได้

ลูกธนูในปัจจุบันมีหลายรุ่น หลายขนาดมาก วัสดุหลักที่ใช้ทำลูกธนูจะมี 2 ชนิดคือคาร์บอนและอลูมิเนียม โดยลูกธนูแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อก็อาจจะมีลักษณะ หน้าตาของแต่ละชิ้นส่วนแตกต่างกันไป สำหรับการเลือกลูกธนูที่เหมาะสมก็จะมี 3 เรื่องที่เราต้องสนใจ

1. รุ่นของลูกธนู 

ถ้าคุณเป็นคนที่เพิ่งเริ่มฝึกยิง จะแนะนำว่าให้เริ่มต้นที่ลูกธนูราคาไม่แพงก่อน เพราะช่วงที่ฝึกใหม่ๆ อาจมีการยิงพลาดหลุดออกจากเป้า ซึ่งถ้าลูกธนูไปชนกับก้อนหินหรือกำแพง อาจจะทำให้ลูกธนูเสียหายได้ ซึ่งถ้าลูกราคาแพงๆ หักไปก็คงจะเสียดายไม่น้อย พอยิงได้เป็นแม่นในระดับนึง แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นลูกธนูที่ดีขึ้นอีกที

ลูกธนูโดยทั่วไปจะมีวัสดุที่ใช้ทำ 2 ชนิดด้วยกันคืออลูมิเนียมและคาร์บอน ซึ่งก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน 
ลูกธนูอลูมิเนียมจะมีข้อดีคือราคาถูก หักได้ยากและในตอนที่ออกจากโรงงานมาจะตรงมากกว่าลูกคาร์บอน แต่ข้อเสียคือมีโอกาสงอได้ หากถอนจากเป้าไม่ถูกวิธีหรือยิงหลุดเป้าไปโดนหินหรือกำแพง ซึ่งเมื่องอแล้วก็ดัดได้แต่จะไม่ตรง 100% ในขณะที่ลูกคาร์บอนเมื่อยิงพลาดโดนกำแพง จะไม่งอแต่อาจจะแตกปลาย ซึงถ้าลูกธนูมีความยาวมากพอก็สามารถตัดส่วนที่แตกออก 

Goldtip Pierce ลูกธนูคาร์บอนที่ทนทานมาก

ความแตกต่างระหว่างลูกธนูเกรดธรรมดากับลูกธนูเกรดสูงๆ มีสองอย่างคือวัสดุที่ใช้ผลิตและความเท่ากันของแต่ละลูก แน่นอนว่าวัสดุที่ดีขึ้นจะช่วยให้การวิ่งของลูกธนูนิ่งขึ้น รวมถึงมีอายุการใช้งานนานขึ้น แต่ประเด็นที่สำคัญของลูกธนูเกรดสูงๆ คือความเท่ากันของแต่ละลูก เมื่อซื้อลูกธนูมา 1 โหล เราต้องการให้ทุกลูกมีน้ำหนักใกล้เคียงกันมากที่สุด เพราะความแตกต่างของน้ำหนักแต่ละลูก จะทำให้การทำกลุ่มลูกยากขึ้น ลูกธนูเกรดสูงๆ แต่ละลูกจะมีน้ำหนักต่างกันไม่เกิน 0.5 เกรน (0.03 กรัม) เท่านั้น

ในการเลือกรุ่นของลูกธนู  นั้นนอกจากวัสดุและเกรดแล้ว สิ่งที่เราต้องสนใจคือ เรายิงธนูประเภทใด (Compound, Recurve หรือ Traditional) และเราจะใช้ในการยิงระยะใด 

ลูกธนูบางรุ่นก็ถูกออกแบบมาให้ไช้กับธนูได้ทุกประเภท แต่บางรุ่นก็จะเหมาะกับธนูประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น จึงต้องเลือกให้เหมาะสม 

ดูข้อมูลของลูกธนูรุ่นต่างๆ ได้ทีนี่

ส่วนเรื่องระยะการยิง นั้นในแต่ละระยะ จะต้องการลูกธนูที่มีลักษณะแตกต่างกัน (ข้อนี้เน้นไปที่การแข่งขันของนักกีฬาเป็นหลัก สำหรับผู้ที่เริ่มต้นยิงอาจจะยังไม่ต้องสนใจส่วนนี้ เพราะในช่วงแรกเราจะเริ่มจากการยิงระยะใกล้ๆก่อน ซึ่งสามารถใช้ลูกธนูได้ทุกขนาด)

–  การยิงระยะใกล้ (18 m, 25 m) นักกีฬา ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ลูกธนูที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ เนื่องจากต้องการให้ลูกธนูมีโอกาสได้แต้มที่สูงขึ้น แต่นักกีฬาบางส่วน (โดยเฉพาะนักกีฬา Recurve ที่ใช้น้ำหนักปอนด์ต่ำ) จะใช้ลูกธนูขนาดเล็ก เพราะต้องการให้ลูกธนูมีความเร็วสูง (ลูกใหญ่ขึ้นจะวิ่งช้าลง) 

ลูกธนูสำหรับยิงระยะใกล้รุ่น Goldtip Nine.3 Max Pro

    – การยิงระยะไกล (50 m, 70 m)  ลมจะเป็นปัจจัยที่มีผลกับการวิ่งของลูกธนูมาก ดังนั้นจะต้องใช้ลูกธนู ที่มีขนาดเล็ก เพื่อให้วิ่งได้เร็วและลมก็จะมีผลน้อยกว่า

วิดีโอแนะนำลูกธนูสำหรับการยิงระยะไกล

2. ความแข็งของลูกธนู (Shaft Spine, เบอร์ลูกธนู)

ความแข็งของลูกธนูคือสิ่งที่บอกว่าลูกธนูนี้สามารถรับแรงได้มากแค่ไหน คันธนูที่น้ำหนักดึงมากก็จะส่งแรงไปที่ลูกธนูได้มาก เช่นเดียวกับระยะดึง ยิ่งดึงยาว แรงส่งก็จะยิ่งมาก ดังนั้นการเลือกความแข็งของลูกธนูเราจะต้องทราบทั้ง น้ำหนักดึงของธนูและระยะดึงของผู้ยิง       

ลูกธนูแต่ละรุ่นจะมีการผลิต ความแข็งในช่วงที่ต่างกัน ดังนั้นลูกธนูบางรุ่นก็อาจจะไม่มีความแข็งที่เราต้องการ โดยลูกธนูส่วนใหญ่จะบอกความแข็งเป็นตัวเลขที่เรียกกันว่าเบอร์ลูกธนู ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็จะมีระบบเบอร์ลูกธนูที่ต่างกันออกไป การเลือกเบอร์นี้จะต้องดูจากตารางเบอร์ลูกธนูของแต่ละยี่ห้อ

ตารางสำหรับเลือกลูกธนู Carbon Impact รุ่น Superclub

        การเลือกความแข็งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากเลือกใช้ความแข็งต่ำเกินไปมาก เมื่อยิงออกไปอาจทำให้ลูกธนูหักกลางอากาศได้เลย ซึ่งอันตรายมากต่อผู้ยิงเองและคนรอบข้าง หากไม่แน่ใจจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนการซื้อและนำไปใช้

ลูกธนูที่หักจากการเลือกใช้เบอร์ลูกธนูที่ไม่ถูกต้อง

 3. ส่วนต่างๆของลูกธนู 

ปีกลูกธนู

ปีกลูกธนูเป็นส่วนที่ทำให้ลูกธนูหมุนและวิ่งได้เสถียร โดยจะมี 2 แบบด้วยกันคือปีกยางและปีกขนนก การเลือกจะต้องเลือกวัสดุและขนาดของปีก  โดยขึ้นอยู่กับประเภทของคันและขนาดของลูกธนู         
    – คัน Traditional ที่เป็นธนูไม้ จะต้องใช้ปีกขนนก เพราะการยิงปีกยาง จะทำให้ตัวคันเป็นรอยได้ เนื่องจากธนู Traditional จะไม่มี Arrow Rest (ที่วางลูกธนู) ส่วนเรื่องขนาดของปีกนั้นเลือกให้เหมาะกับขนาดลูกธนู ถ้าลูกเล็กก็ควรใช้ปีกเล็ก (3 นิ้ว) ลูกใหญ่ก็ใช้ปีกใหญ่ (4 ถึง 5 นิ้ว)

Goldtip Tradional ลูกธนูคาร์บอนลายไม้ พร้อมปีกขนนกขนาด 4 นิ้ว

    – คัน Recurve  และ Compound จะนิยมใช้ปีกยางขนาดเล็ก (1.5 ถึง 2 นิ้ว) กับลูกธนูขนาดเล็กสำหรับการยิงระยะไกล สำหรับลูกขนาดใหญ่ที่ใช้ยิงระยะใกล้ จะใช้ปีกยางหรือปีกขนนกขนาดใหญ่ (3 ถึง 4 นิ้ว)

Goldtip Ultralight ลูกธนูคาร์บอนพร้อมปีกยางขนาด 3 นิ้ว

ข้อดีของปีกลูกธนูแบบขนนกคือจะช่วยให้ลูกธนูตั้งตัวได้เร็วกว่าปีกยาง แต่ลูกธนูจะวิ่งช้าลง และปีกขนนกถ้าเปียกน้ำจะใช้ยิงไม่ได้ ทำให้เหมาะสำหรับการยิงระยะใกล้ในร่มมากกว่า

ปีกลูกธนูอีกแบบหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมของนักกีฬา Recurve คือปีกแบบ Spin Wing  ซึ่งเป็นปีกลูกธนูแบบโค้ง ออกแบบมาเพื่อการยิงระยะไกล เนื่องจากจากปีกลักษณะนี้จะทำให้ลูกธนูหมุนมากกว่าปีกลูกธนูแบบปกติ ทำให้การทรงตัวของลูกดีขึ้นแต่ก็มีข้อเสียคือจะทำให้ลูกธนูวิ่งช้าลง ดังนั้นจึงจะเหมาะกับคันธนู Recurve ที่มีน้ำหนักดึงประมาณ 30 ปอนด์ขึ้นไปเท่านั้น 

ปีกลูกธนูแบบ spinwing

ท้ายลูกธนู (nock) และหัวลูกธนู (point)

เนื่องจากลูกธนูมี่หลากหลายขนาด ดังนั้นลูกธนูแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ จะใช้ขนาดท้ายและหัวลูกธนูแตกต่างกัน หรือแม้แต่ลูกธนูรุ่นเดียวกัน แต่ความแข็งต่างกันก็จะใช้ส่วนประกอบที่ไม่เหมือนกัน ลูกธนูบางรุ่นจะมีมาให้ครบทั้งท้ายลูกและหัวลูกในชุดเลย แต่บางรุ่นก็แยกจำหน่ายต่างหาก ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้อลูกธนู ควรดูข้อมูลให้ละเอียด

ตัวอย่างส่วนประกอบต่างของลูกธนู Goldtip

การตรวจสอบลูกธนูก่อนการใช้งาน

วิดีโอแนะนำการตรวจสอบลูกธนูก่อนการใช้งาน

นอกจากการเลือกธนูให้เหมาะสมแล้ว เพื่อความปลอดภัยควรตรวจสอบสภาพลูกธนูก่อนการใช้งานทุกครั้ง ว่ามีรอยร้าว หรือไม่ และควรใช้ลูกธนูที่มีความยาวมากกว่าระยะดึงของนักธนู

สุดท้ายแล้วการเลือกลูกธนูให้ถูกต้องนั้นสำคัญมาก มีหลายสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง เพราะลูกธนูมีมากมายหลายรุ่น ตั้งแต่ลูกธนูสำหรับมือใหม่ฝึกยิงไปจนถึงลูกธนูระดับแข่งขัน ต้องมีการเลือกความแข็งที่เหมาะสมกับผู้ยิง และเลือกส่วนประกอบของลูกธนูให้เหมาะกับการใช้งาน

เข้าไปดูข้อมูลของลูกธนูรุ่นต่างๆ ได้ทีนี่

หากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องลูกธนู สามารถสอบถามกับทีมงานของ Archery Thai ได้ที่
Line ID : @archerythai
Facebook : สนามยิงธนู ArcheryThai

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Hoyt Arcos Package

Hoyt Arcos เป็นคันธนูรุ่นใหม่ที่ออกมาในปี 2021 ด้วยรูปทรงและสีสันที่สวยงามน่าใช้ รวมไปถึงคุณภาพดี สามารถใช้ยิงได้ในระยะยาว ในการเริ่มต้นยิงธนู มีอุปกรณ์หลายชิ้นที่จะต้องนำมาประกอบกัน เพื่อให้สามารถใช้ยิงได้อย่างสะดวก หากเป็น Package ชุดพร้อมยิง อุปกรณ์ในชุดจะประกอบด้วย

Hoyt Alero Package

Hoyt Alero เป็นคันธนูรุ่นหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก ด้วยรูปทรงและสีสันที่สวยงามน่าใช้ รวมไปถึงคุณภาพดี สามารถใช้ยิงได้ในระยะยาว ในการเริ่มต้นยิงธนู มีอุปกรณ์หลายชิ้นที่จะต้องนำมาประกอบกัน เพื่อให้สามารถใช้ยิงได้อย่างสะดวก หากเป็น Package ชุดพร้อมยิง อุปกรณ์ในชุดจะประกอบด้วย 1. ด้ามธนู (Riser) Hoyt Alero ด้ามธนูหรือ Riser คือส่วนกลางของคันธนู โดย Hoyt Alero เป็นด้ามอลูมิเนียม ขนาด 25...

ชุดถ่วง (Stabilizer) คืออะไร

ชุดถ่วงหรือ Stabilizer คือชิ้นส่วนที่มีลักษณะเป็นท่อ ยื่นออกไปด้านหน้าของคันธนู สามารถใส่ได้บนคันธนูแบบ Recurve และ Compound คนที่ยังไม่คุ้นเคยกับการยิงธนู อาจจะสงสัยว่าท่อหน้าแปลกๆนี้ ใส่เข้าไปเพื่ออะไร ? Stabilizer เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากสำหรับการแข่งขันยิงธนู เพราะว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้มีประโยชน์ที่สำคัญ 2 อย่างด้วยกัน นั่นคือ เป็นตัวช่วยที่ทำให้นักยิงธนูสามารถถือคันธนูและเล็งได้นิ่งยิ่งขึ้น ทำหน้าที่เป็นตัวถ่วงน้ำหนัก ย้ายน้ำหนักให้ไปอยู่ด้านหน้าของคันธนู สร้างสมดุลในการถือเล็ง เมื่อเล็งได้นิ่งขึ้น ความแม่นยำก็จะมากขึ้น อีกประโยชน์ของ Stabilizer ก็คือช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและเสียงของคันธนู...

Arrow Rest

Arrow Rest หรือที่วางลูกธนูเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญของคันธนู โดยคันธนูแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะของ Arrow Rest ที่แตกต่างกันออกไป

Most Popular

%d bloggers like this: