Friday, May 15, 2026

Call me Old Fashioned

-

ช่วงหลังๆมานี้ผมรู้สึกสับสน ด้วยความที่รู้สึกว่าโลกรอบตัวเปลี่ยนแปลงไปมาก จนเริ่มรู้สึกว่าผมมีความคิดความเชื่อที่อาจจะหลุดยุคพ้นสมัย แตกต่างไปจากคนส่วนใหญ่ รู้สึกแม้กระทั่งว่าผมอาจจะเป็นตัวประหลาดในสังคมยุคใหม่ แทบจะไม่อยากพูดคุยออกความเห็นกับใคร

วันนี้ผมบังเอิญได้ฟังเพลง “Call me Old Fashioned” เพลงลูกทุ่งเก่าๆของวง High Valley และ Bradley Walker เอามาร้องอีกครั้ง จึงได้พอเข้าใจว่าผมเป็นอะไร

บางคนกล่าวว่า “You are what your eat” “กินอะไรก็เป็นคนเช่นนั้น” แต่ผมเชื่อว่าการจะเป็นคนเช่นไรมาจากสิ่งที่เราเชื่อและถือมั่นว่าอะไรคือคุณค่าสำคัญในชีวิต

และนี่คือสิ่งที่คุณค่าที่ผมยึดมั่น

  • ผมเชื่อว่าเราต้องให้เกียรติทุกคนอย่างเท่าเทียม เชื่อว่าเราควรเคารพความคิดเห็นและวิถีที่แตกต่าง และผมก็คาดหวังให้คนที่จะคบหากับผมก็จะปฏิบัติกับผมเช่นเดียวกัน
  • ผมเชื่อว่าการรักษาคำพูดคือการรักษาเกียรติของผม และแน่นอน ผมก็คาดหวังเช่นนี้กับทุกคน
  • ผมเชื่อว่าความเคารพนับถือจะต้องแลกมาด้วยน้ำใจและหยาดเหงื่อไม่ใช่มาจากตำแหน่ง, ความมั่งมี หรือวงศ์ตระกูล
  • ผมเชื่อว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติที่ถูกต้องแท้จริง คือการให้ผู้คนได้รับประโยชน์จากการใช้ธรรมชาติร่วมกันอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การกันผู้คนออกจากธรรมชาติอย่างที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้
  • ผมเชื่อว่าครอบครัวที่ดีมีความสุขคือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้สังคมดีขึ้นได้
  • ผมยืนตรงเคารพธงชาติทุกครั้ง เพราะมันไม่ใช่การทำความเคารพต่อผู้มีอำนาจ แต่มันคือการให้ความเคารพและระลึกถึงผู้ที่เสียสละให้เราได้อยู่กันอย่างสุขสบายในทุกวันนี้
  • ผมเชื่อในความถูกต้อง ความดีงาม และผมมีแบบอย่างที่ผมจะทำตามแล้วในชีวิตนี้
  • ผมพร้อมเสมอที่จะต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง เพราะผมเชื่อว่า โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่ หากมีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งผิด

นี่คือสิ่งที่ผมเป็น ใครจะเรียกผมว่า Old Fashioned, พวกหัวเก่า, หัวโบราณ หรืออะไรก็ตามใจ

เพราะผมภูมิใจในสิ่งที่ผมเป็น และเชื่อมั่นในสิ่งที่ควรจะเป็น

หากใครจะมีความเชื่อที่แตกต่างไป ก่อนจะออกความเห็นช่วยอ่านข้อแรกอีกครั้งก่อนนะครับ

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading