Saturday, November 7, 2026
Homeความคิดและมุมมองเบื้องหลังภาพสวยๆของ Ansel Adams

เบื้องหลังภาพสวยๆของ Ansel Adams

-

ผมได้มาเยี่ยมเยียน Ansel Adams gallery ใน Yosemite Valley อีกครั้งผมได้มาที่นี่ครั้งแรกและรู้จักชื่อของ Ansel Adams ด้วยคำแนะนำของเพื่อน Patrick Chuenrudeemol

เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในครั้งแรกนั้นผมเพียงรู้สึกทึ่งกับภาพถ่ายธรรมชาติที่สวยงามแบบที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

ในช่วงเวลานับสิบปีหลังจากนั้นมาผมจึงได้สนใจหาหนังสือของ Ansel Adams มาอ่าน หลงไหลคลั่งไคล้ไปกับอุปกรณ์และเทคนิคที่เขาใช้ ไม่ว่าจะเป็นกล้องฟิล์มขนาดใหญ่ เทคนิคการถ่ายภาพและล้างอัดภาพขาวดำที่เขาเขียนไว้ในตำรา หวังว่าจะผลิตภาพธรรมชาติสวยๆออกมาบ้าง ฝันแม้กระทั่งอยากจะมี gallery เล็กๆในที่สวยๆแบบนี้บ้าง

ผ่านไปสามสิบปี ไม่ใกล้เลยครับ

มาครั้งนี้ผมได้หนังสือใหม่มาอีกหนึ่งเล่ม ชื่อ Ansel Adams in Yosemite Valley เมื่อได้มานั่งเปิดดู คราวนี้ผมไม่ได้เพียงทึ่งกับภาพสวย, อุปกรณ์ หรือเทคนิคของเขามากเท่ากับสิ่งที่เห็นได้ชัดกว่า คือความมุ่งมั่นครับ

ต่างจากหนังสือเล่มอื่นที่ผมเคยเห็นที่มักจะรวมภาพสวยๆของ Ansel จากที่ต่างๆมาไว้ด้วยกัน เล่มนี้เป็นการรวมรูปภาพจาก Yosemite Valley ตั้งแต่เขาเริ่มถ่ายภาพ ผมจึงได้เห็นภาพที่เขาถ่ายในจุดเดิมๆตั้งแต่ยุค 20 มาจนกลายเป็นภาพที่โด่งดังที่เรารู้จักกัน บางภาพอาจจะใช้เวลากว่า 40 ปี! และตลอดชีวิตเขาก็มุ่งมั่นที่จะถ่ายภาพในพื้นที่ที่เขารักคือ Yosemite Valley และ Sierra Nevada

ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับ Ansel Adams เขาเล่าว่าเขาต้องประกอบอาชีพรับจ้างถ่ายภาพอยู่เกือบตลอดชีวิตเพื่อจะมีรายได้เลี้ยงครอบครัวและมีโอกาสไปถ่ายภาพศิลปธรรมชาติอย่างที่เขารัก หลายสิบปีผ่านมาภาพถ่ายธรรมชาติเหล่านี้จึงจะสามารถสร้างรายได้ให้เขาอยู่ได้

ณ เวลานี้ผมถึงได้เข้าใจว่าเครื่องมือที่สำคัญที่สุดของ Ansel Adams ไม่ใช่กล้อง Large Format ไม่เพียงแต่ทฤษฎี Zone Systems แต่หากเป็นความมุ่งมั่นชั่วชีวิตที่จะทำสิ่งที่เขารักให้ดีที่สุด

คุณกับผมละครับ เราเจอสิ่งที่เราจะมุ่งมั่นในชีวิตหรือยัง

สำหรับผมมันอาจจะไม่ใช่ Gallery สวยๆแล้วครับ

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

LEAVE A REPLY

LATEST POSTS

ผู้ที่เป็นเหมือนเรา ซึ่งมีน้อยนัก

ตั้งแต่เด็กมาผมเป็นพวกเด็กวิศวะหัวสี่เหลี่ยม ชอบแต่เครื่องยนต์กลไก ไม่เคยเข้าใจความคิดของผู้คน ไม่เรียนอะไรเกี่ยวกับสังคมศาสตร์, ปรัชญา ฯ แต่พออายุมากขึ้นทำงานกับผู้คนมากเข้า ก็เริ่มสังเกตเห็น, สนใจ และให้ความสำคัญกับเรื่องราวและความสัมพันธ์ของผู้คน ผมจำได้แม่นถึงคำพูดของที่ปรึกษาชาวต่างชาติผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่เข้ามาทำงานร่วมกับผมในโครงการใหญ่อันหนึ่ง มันทำให้ผมเก็บมาคิดต่อร่วมยี่สิบปีมาแล้ว  เราคุยกันนานนับชั่วโมง แต่แก่นของการสนทนาที่ผมจำได้แม่นคือ สิ่งที่ขับเคลื่อนตัวเราแต่ละคนคือส่ิงที่เราให้คุณค่า ไม่ว่าจะเป็นหลักความคิด, เรื่องราว หรือสิ่งต่างๆรอบตัว (values)  เมื่อมีชุดของคุณค่า (set of values) ก็ก่อตัวขึ้นเป็นความเชื่อ (belives) เมื่อคนที่มีความเชื่อคล้ายกันเข้ามารวมกันเป็นกลุ่มก้อน ความเชื่อนั้นก็กลายเป็นวัฒนธรรม (Culture) ผมนั่งคิดอยู่เสมอว่าในยุคก่อนที่โลกไม่ได้เชื่อมต่อกันง่ายอย่างทุกวันนี้...

ไมค์กี้

“ใครยิงธนูเป็นช่วยสอนผมหน่อย ที่ไหนมีธนูขายบ้างช่วยบอกหน่อยครับ”  ผมเขียนข้อความประมาณนี้ลงในเว็บบอร์ด “รอบกองไฟ” ของเว็บ ThailandOutdoor เมื่อ 22 ปีก่อนด้วยความคับแค้นใจว่าหาซื้อธนูไม่ได้ และไม่มีใครสอนให้ยิง “ผมทำงานอยู่ร้านธนู” <Mike Wann> “ร้านอยู่ที่ไหนครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย” <ตาเกิ้น>  “ผมอยู่แคลิฟอร์เนียครับ 555” <Mike Wann> จากนั้นผมก็คุยกับ Mike Wann ทางข้อความอย่างเมามัน เขาให้ความรู้เรื่องธนูที่หาไม่ได้ในเมืองไทย พอผมบอกว่าอยากได้เขาก็หาคันธนูมือสองชั้นดีถอดเป็นชิ้นๆส่งมาให้ผมประกอบ แล้วก็สอนให้ผมยิงธนูจากระยะไกลจากอเมริกา ธนูคันแรกที่ Mike ส่งมาให้ผม ทำให้เกิดประกายไฟของการยิงธนูในเมืองไทย...

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

Most Popular