Sunday, February 5, 2023
Homeความคิดและมุมมองสังคมที่ขาดแคลนธรรมชาติ

สังคมที่ขาดแคลนธรรมชาติ

-

เส้นทางเดินเล็กๆนั้นพาเราข้างเนินเขาแล้ววกเข้าไปผ่านป่าสน

เส้นทางเทรลนี้อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอุทยานYellowstone ที่โด่งดัง ด้วยระยะทางไม่ไกลนัก มันจะพาเราเข้าไปพบกับ Slough Creek แม่น้ำสายเล็กๆกลางป่าที่เป็นที่ไฝ่ฝันของนักตกปลาทั่วโลก  ที่นี่พาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ทั้งหลายไม่สามารถเข้าไปถึงได้ ถ้าอยากไปก็ต้องเดินไปหรือขี่ม้าไปท่านั้น เพราะนี่คือแผ่นดินที่ถูกกำหนดให้เป็นเขต Wilderness (อ่านเรื่องของ Wilderness ได้ที่นี่) แต่ใครๆก็เข้ามาเดินได้โดยที่ไม่ต้อง “ขออนุญาต” ถ้าจะเข้าไปค้างคืนก็เพียงแต่ไปขอ Permit ซึ่งออกให้ทุกคนโดยไม่ต้องมี “ดุลย์พินิจ”​เข้ามาเกี่ยวข้อง

พอเลี้ยวพ้นโค้ง เราก็เจอเพื่อนร่วมทาง 3 คน แบกเป้, ถือไม้เท้าเดินป่า และพกสเปรย์ไล่หมี ท่าทางทะมัดทะแมง พวกเขาทำให้เราสองคนรู้สึกดีที่เราไม่ได้แก่ที่สุดในเทรลนี้

ทุกคนในกลุ่มนั้นทักทายพูดคุยกับเราอย่างเป็นมิตร เดินไปคุยกันไป เทอรี่ชายสูงอายุท่าทางใจดี เล่าให้เราฟังว่า เขาและภรรยาเป็นคนจากชิคาโก้เมืองใหญ่ ตอนนี้เกษียณแล้ว ก็เลยมาทำงานระยะสั้นประมาณ 2 เดือนที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน Yellowstone เป็นแรงงานเสริมในช่วงหลังจากฤดูร้อนที่เด็กนักเรียนที่เป็นกำลังหลักกลับไปเรียนหนังสือกันหมดแล้ว พวกเขาจะทำงานอาทิตย์ละ 4 วัน และมีเวลาอีก 3 วันได้ออกมาเดินเที่ยวป่า ดูเป็นแนวชีวิตที่น่าสนใจไม่น้อย

เส้นทางเริ่มวนลงต่ำ เรามองเห็นทุกหญ้าและที่ราบอยู่ไกลๆ สองข้างทางเริ่มหนาทึบด้วยป่าสนและพุ่มไม้จนเราต้องส่งเสียงดังเตือนหมีที่อาจจะอยู่แถวนั้นไม่ให้ออกมาเจอกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ผมเองถึงกับต้องหยิบสเปรย์ไล่หมีออกมาถือไว้ในมือ

Slough Creek สวยกว่าที่เราวาดภาพไว้ในใจมาก สายน้ำเล็กๆนั้น ไหลคดโค้งผ่านทุ่งกว้าง และโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาไกลๆ มองไปรอบตัว เราไม่เห็นสิ่งปลูกสร้างใดๆที่บ่งบอกถึงสิ่งที่มนุษย์เรียกว่า “ความซิวิไลยซ์” นอกจากสายน้ำ, ทุ่งหญ้า, ทิวเขาและท้องฟ้าแล้ว ก็มีเพียงฝูงควายป่า Bison ที่ยืนกินหญ้ากระจัดกระจายอยู่หลายฝูง

ภาพที่เราเห็นตรงหน้า คงไม่ต่างกันนักจากภาพเมื่อหลายร้อยปีก่อน ก่อนที่คนผิวขาวจะมาถึงทวีปอเมริกา

เพื่อนร่วมทางทั้ง 3 เดินเลยต่อไปยังทะเลสาบ ขณะที่เราลงไปตกปลากันที่แม่น้ำ ไม่นานนักเราก็พบปลาเทร้าท์ที่เราตามหา Yellowstone Cutthroth Trout ปลาพื้นถิ่นที่หายากของที่นี่ (รออ่านเรื่องตกปลาใน Yellowstone เร็วๆนี้ครับ) และเราสองคนก็แยกย้ายไปหามุมสงบตามสายน้ำ

ปลาเทร้าท์ตัวใหญ่นั้นลอยตัวขึ้นมาดูเหยื่อรูปแมลงเต่าทองอาหารโปรดของมันอย่างช้าๆ ก่อนจะเลี้ยวกลับลงไปสู่น้ำลึก น้ำที่ใสราวกับกระจกทำให้ผมเห็นปลาตัวนั้นและตัวอื่นๆในน้ำได้อย่างชัดเจน พวกมันก็คงเห็นผมเช่นกัน

Yellowstone Cutthroat Trout ปลาท้องถิ่นดั้งเดิมที่มีประวัติน่าสนใจมาก ผมจะเล่าให้ฟังอีกครั้งครับ

ผมเดินย้อนน้ำไปจนสุดทุ่งกว้าง ที่ตรงนั้นสายน้ำไหลออกมาจากป่าทึบเบื้องหน้า ที่ตรงนั้นดูเหมือนจะมีแต่ผมกับฝูง Bison ไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงลม เมื่อมองไปรอบตัวผมก็มองเห็นแต่ธรรมชาติแท้จริงที่ปราศจากการปรุงแต่ง ผมอยากจะเรียกมันว่า “ธรรมชาติพิศุทธิ์”

ผมอิจฉาชาวอเมริกันเป็นอย่างมากที่เขามีธรรมชาติพิสุทธิ์เช่นนี้ให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายๆ ไม่เพียงแต่ในอุทยานแห่งชาติใหญ่ๆเช่นนี้ที่มีเส้นทางให้คนเข้าไปเดินได้อย่างอิสระ แต่แทบทุกเมืองที่ผมเคยไปแม้แต่เมืองใหญ่ๆผู้คนหนาแน่นก็ยังมีเส้นทางเทรลที่อยู่ไม่ไกลให้ไปเดินได้ มีเมืองเล็กๆที่ผมเคยไปเมืองหนึ่งมีเส้นทางเทรลถึง 60 เส้น!!!

ในเมืองไทย เรามีอุทยาน และ “เขตอนุรักษ์” มากมาย แต่มีที่ไหนบ้างที่เรามีเส้นทางที่เราสามารถเดินเข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติพิศุทธิ์ได้ 

มีครับ เรายังมีธรรมชาติพิศุทธ์อยู่อีกมาก และอาจจะมีคน “บางคน” ที่มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัส แต่คนส่วนใหญ่ยังถูก “จำกัด” ไว้ให้เข้าถึงได้แต่ในที่ที่ถูก “ปรุงแต่ง” แล้วเท่านั้น

ลองอ่านป้ายนี้ดูนะครับ

และผมเชื่อว่านี่คือปัญหาพื้นฐานที่ทำให้ “การอนุรักษ์” ของเราไม่มีวันที่ก้าวไปข้างหน้าให้ดีกว่านี้ 

เราจะให้คนส่วนใหญ่ในสังคมของเราเข้าใจและรักธรรมชาติได้อย่างไรเมื่อเขาไม่เคยเห็นว่าธรรมชาติที่แท้จริงเป็นอย่างไร เราจะให้เขาลุกขึ้นเรียกร้องและปกป้องธรรมชาติพิศุทธิ์ได้อย่างไรหากเขาเข้าใจว่าธรรมชาติคือสิ่งที่เขาเห็นจากข้างถนน, เส้นทาง “ศึกษาธรรมชาติ” เทปูน และลานกางเต็นท์ที่เป็นสนามหญ้าเขียวตัดเรียบของอุทยานฯ ทั้งๆที่มันถูก “ตกแต่ง” ไปแทบจะไม่ต่างไปจากสิ่งที่เราเรียกว่ารีสอร์ต 

เมื่อความเข้าใจเป็นเช่นนี้ ทุกวันนี้เราจึงเพียงใช้ชีวิตสมมุติที่ห่างไกลจากความจริงกันขึ้นไปเรื่อยๆ

หากจะหักเหกลับไปสู่ธรรมชาติและความเป็นจริง เราคงต้องเริ่มการเปลี่ยนแปลงนี้จากการทำให้คนส่วนใหญ่รับรู้ก่อนว่า เรายู่ในสังคมที่ “ขาดแคลนธรรมชาติ”

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Salmon Fishing ที่นอร์เวย์

ผมรัก Fly Fishing เพราะมันพาผมไปอยู่ในที่สวยที่สุดในโลกหลายๆแห่งที่น้อยคนจะได้เห็น ครั้งนี้มันพาผมไปตกปลาแซลม่อนที่แม่น้ำที่งดงามของ Norway ผมได้ไปสัมผัสกับเรื่องราวของปลาแซลม่อนที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่งของโลกใบนี้ แต่คนเรากลับมองข้ามความสำคัญของมันและทำลายความอุดมสมบูรณ์ที่ล้ำค่านี้ไปจนเหลือเพียงเศษเสี้ยวของที่เคยมีในอดีต

Fly Fishing Yellowstone

ทริปตกปลาที่ Yellowstone National Park ที่ที่หลายคนเรียกว่า Shangri-la ของนักตกปลาเทร้าท์

Horned Moons and Savage Santas

ในบรรดาหนังสือที่เกี่ยวกับชีวิตกลางแจ้งที่ผมได้เคยอ่านมา ผมคิดว่าเล่มนี้น่าจะเด็ดที่สุดแล้วครับ Horned Moons and Savage Santas รวบรวมเอา 45 บทความที่คัดสรรแล้วจากฝีมือของนักเขียนชั้นสุดยอดของโลกกลางแจ้งหลายยุคหลายสมัย บางคนอาจจะเป็นนักเขียนที่โด่งดังเป็นที่รู้จักอย่าง Ernest Hemingway,  Robert Ruark, Jack O’Connor แต่หลายคนก็เป็นนักเขียนที่เราอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน กระทั่งว่า มีบางบทความที่ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้เขียน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกบทความในหนังสือเล่มนี้คล้ายกันก็คือมันล้วนแต่งดงามลึกซึ้ง จนทำให้ถ้อยคำที่ส่งผ่านตัวหนังสือ ผ่านกาลเวลา พิมพ์ลงกระดาษมานี้สามารถส่งผ่านอารมณ์และความรู้สึกจากผู้เขียนมาถึงเราที่เป็นผู้อ่านได้ บทความในหนังสือเล่มนี้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการตกปลา ล่าสัตว์ แต่ไม่เลย...

ปืนยาวของขวัญคริสมาส

ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่ชื่อว่า  Horned Moons & Savage Santas ซึ่งเป็นหนังสือรวมเล่มบทความชีวิตกลางแจ้งจากนิตยสารในดวงใจภาคภาษาอังกฤษของผมที่ชื่อ Sporting Classic หนังสือเล่มนี้เยี่ยมมากครับ ทุกเรื่องล้วนแต่เต็มไปด้วยรสชาติและลึกซึ้งไปด้วยความหมาย แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมอ่านแล้วประทับใจจนอยากจะเอามาให้อ่านทั่วๆกัน จึงแปลมาให้อ่านกันเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับสมาชิก ThailandOutdoor Netzine ทุกท่านครับ บทความเรื่องนี้ชื่อ Christmas Rifle ของนักเขียนนิรนามท่านหนึ่ง ลองอ่านดูนะครับ

Most Popular

%d bloggers like this: