Friday, October 23, 2026

Kodachrome

-

ผมเพิ่งดูภาพยนต์เรื่อง Kadachome จบ สนุกครับ

ภาพยนต์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเบน ช่างภาพผู้มีชื่อเสียงโด่งดังมากจนเป็นตำนานของช่างภาพที่ยังมีชีวิตอยู่ (แสดงโดย Ed Harris ที่แสดงเก่งมาก) เขาป่วยเป็นมะเร็งในขั้นสุดท้าย และอยากจะเอาฟิล์ม Kodachome 4 ม้วนที่ถ่ายไว้นานมากแล้ว ไปล้างที่ Lab สุดท้ายใน Kansas ที่ยังเปิดให้บริการล้างฟิล์มชนิดนี้อยู่และกำลังจะต้องปิดบริการเพราะไม่มีเคมีที่จะใช้ล้างฟิล์มอีกต่อไป เขาติดต่อขอให้ลูกชายที่โกรธกันไม่พูดกันมาหลายสิบปีเป็นคนขับรถพาไปล้างฟิล์มที่นั่น พร้อมกับพยาบาลประจำตัวสาวสวย (อันนี้คงพอเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น)

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก Kodacrome เป็นฟิล์มสไล์ดสีชนิดแรกๆที่ประสบความสำเร็จในวงกว้างทั้งในการถ่ายภาพและภาพยนต์ ผลิตมาตั้งแต่ปี 1935 ภาพฟิล์มสไลด์จาก Kodachrome จะให้สีสวยงามจับอารมณ์มากแบบที่ไม่มีฟิล์มอะไรทำได้เหมือน และจะเก็บได้นานนับสิบๆปีโดยสีไม่ซีดจาง แต่มีข้อจำกัดว่าจะต้องล้างด้วยกรรมวิธีพิเศษซึ่งมีแล็บอยู่ไม่กี่แห่งในโลก (25 แห่งในช่วงที่เฟื้องฟูที่สุด)

Kodak เลิกผลิตฟิล์ม Kodachrome ในปี 2009 และ Lab ของ Kodak ก็ปิดตัวลงหมดสิ้น Lab สุดท้ายที่ยืนหยัดทำต่อและเหมาเอาน้ำยาเคมีจากสต็อคของ Kodak ไปหมดก็คือ Dwayne’s Photo ในเมือง Parsons รัฐ Kansas ซึ่งก็ทำได้มาจนถึงปลายปี 2010 ที่น้ำยาทุกอย่างหมดลง และในช่วงสุดท้ายของการล้างฟิล์มก็เกิดเรื่องคล้ายๆภาพยนต์เรื่องนี้ขึ้นมากมาย เพราะคนจากทั่วโลกล้วนขวนขวายนำ Kodachrome ที่พวกเขาถ่ายไว้มาล้างให้ทันกำหนด

ถ้าอยากอ่านเรื่องจริงเรื่องนี้อ่านได้ที่นี่ครับ https://www.nytimes.com/2010/12/30/us/30film.html

ในภาพยนต์เรื่องนี้มีบทสนทนาที่น่าสนใจหลายตอนครับ 

“พ่อน่าจะไม่สร้างปัญหาให้เราแบบนี้ถ้าหากพ่อถ่ายภาพดิจิตอล”

“เอ็งเคยจับนมปลอมไว้ในมือมั๊ย ไม่ว่าอะไรจะดูดีแค่ไหน แต่ก็ไม่มีทางจะเหนือกว่าของจริงได้หรอก

ยุคนี้ผู้คนถ่ายภาพมากมาย เป็นหมื่นๆล้านภาพ แต่ไม่มีสไลด์ ไม่มีรูปที่อัดออกมา มันก็แค่ข้อมูล แค่ฝุ่นผงอิเลคโทรนิค ต่อไปข้างหน้า ถ้าเขาขุดเราขึ้นมา ก็จะไม่มีรูปภาพอะไรให้เห็น ไม่มีตัวตนของเรา ไม่มีใครรู้ว่าเรามีชีวิตอยู่อย่างไร”

“You would have saved us all a lot of trouble if you shot digital.”

“Have you ever hold a pair of fake tits in your hand? No matter how good something looks. You can’t beat the real thing.

People are taking more picture now more than ever before. Billions of them. But there is no slides, no prints. They are just data. Electronic dust. Years from now, when they dig us up, there won’t be any picture to find. No record of who we were, how we lived.”

อีกตอนหนึ่งที่ผมประทับใจก็คือ เมื่อเบนถูกถามว่าคุณโกรธมั๊ยที่ฟิล์ม Kodachrome จะเลิกแล้ว 

เบนตอบว่า 

“ไม่โกรธหรอก แค่มีอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย มันก็รู้กันอยู่แล้วว่าต้องเกิดขึ้น

เราล้วนแล้วแต่หวาดกลัวเวลา วิธีที่มันเคลื่อนตัวไป การจากไปของสิ่งต่างๆ นั่นก็คือเหตุผลที่เราเป็นช่างภาพ

เราเป็นนักอนุรักษ์นิยมโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เราถ่ายภาพเพื่อหยุดเวลา ตรึงเสี้ยวเวลานั้นให้อยู่ไปตลอดกาลนาน มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ในแบบที่จับต้องได้”

คุณล่ะ ถ่ายภาพเพื่อเหตุผลเดียวกันมั๊ย

“We are all so frighten by time and the way it moves on, the way things disappear. That’s why we’re photographers.

We are preservationist by nature. We take picture to stop time. To commit moments to eternity. Human nature made tangible.”

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

LEAVE A REPLY

LATEST POSTS

ผู้ที่เป็นเหมือนเรา ซึ่งมีน้อยนัก

ตั้งแต่เด็กมาผมเป็นพวกเด็กวิศวะหัวสี่เหลี่ยม ชอบแต่เครื่องยนต์กลไก ไม่เคยเข้าใจความคิดของผู้คน ไม่เรียนอะไรเกี่ยวกับสังคมศาสตร์, ปรัชญา ฯ แต่พออายุมากขึ้นทำงานกับผู้คนมากเข้า ก็เริ่มสังเกตเห็น, สนใจ และให้ความสำคัญกับเรื่องราวและความสัมพันธ์ของผู้คน ผมจำได้แม่นถึงคำพูดของที่ปรึกษาชาวต่างชาติผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่เข้ามาทำงานร่วมกับผมในโครงการใหญ่อันหนึ่ง มันทำให้ผมเก็บมาคิดต่อร่วมยี่สิบปีมาแล้ว  เราคุยกันนานนับชั่วโมง แต่แก่นของการสนทนาที่ผมจำได้แม่นคือ สิ่งที่ขับเคลื่อนตัวเราแต่ละคนคือส่ิงที่เราให้คุณค่า ไม่ว่าจะเป็นหลักความคิด, เรื่องราว หรือสิ่งต่างๆรอบตัว (values)  เมื่อมีชุดของคุณค่า (set of values) ก็ก่อตัวขึ้นเป็นความเชื่อ (belives) เมื่อคนที่มีความเชื่อคล้ายกันเข้ามารวมกันเป็นกลุ่มก้อน ความเชื่อนั้นก็กลายเป็นวัฒนธรรม (Culture) ผมนั่งคิดอยู่เสมอว่าในยุคก่อนที่โลกไม่ได้เชื่อมต่อกันง่ายอย่างทุกวันนี้...

ไมค์กี้

“ใครยิงธนูเป็นช่วยสอนผมหน่อย ที่ไหนมีธนูขายบ้างช่วยบอกหน่อยครับ”  ผมเขียนข้อความประมาณนี้ลงในเว็บบอร์ด “รอบกองไฟ” ของเว็บ ThailandOutdoor เมื่อ 22 ปีก่อนด้วยความคับแค้นใจว่าหาซื้อธนูไม่ได้ และไม่มีใครสอนให้ยิง “ผมทำงานอยู่ร้านธนู” <Mike Wann> “ร้านอยู่ที่ไหนครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย” <ตาเกิ้น>  “ผมอยู่แคลิฟอร์เนียครับ 555” <Mike Wann> จากนั้นผมก็คุยกับ Mike Wann ทางข้อความอย่างเมามัน เขาให้ความรู้เรื่องธนูที่หาไม่ได้ในเมืองไทย พอผมบอกว่าอยากได้เขาก็หาคันธนูมือสองชั้นดีถอดเป็นชิ้นๆส่งมาให้ผมประกอบ แล้วก็สอนให้ผมยิงธนูจากระยะไกลจากอเมริกา ธนูคันแรกที่ Mike ส่งมาให้ผม ทำให้เกิดประกายไฟของการยิงธนูในเมืองไทย...

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading