Wednesday, June 10, 2026
Homeความคิดและมุมมองเราได้รับปาฏิหารย์มาแล้วถึง 70 ปี

เราได้รับปาฏิหารย์มาแล้วถึง 70 ปี

-

เช้าวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เมื่อได้ทราบข่าวว่าในหลวงทรงประชวรหนัก ผมนั่งเขียนข้อความนี้บน Facebook ด้วยความตั้งใจที่จะให้เพื่อนชาวต่างชาติเข้าใจว่าทำไมพวกเราชาวไทยจึง Post ภาพในหลวงของเราเต็ม Facebook ไปหมด

เครดิตภาพ คุณนภันต์ เสวิกุล
เครดิตภาพ คุณนภันต์ เสวิกุล

มีข้อความดังนี้

“To my friend outside of Thailand.

You might be surprised to see all Thai people sharing our King’s pictures on Facebook at this moment. You might wonder what is happening and why.

The reason is, our beloved King of Thailand is unwell and we are all praying for his recovery. If you do not know our King, you might also wonder why Thai people love our King so much.

Let me proudly tell you why.

In all 70 years as the King of Thailand, our King had never live a luxurious life as he could do. Every day, as long as I can remember, he had worked long day and long night to help us, his people.

He traveled to all the remote areas in Thailand. Places that even us do not dare to go. Map and pencil in his hands, creating thousands of his Royal projects to help his people with water project, agricultural, healthcare and so many other things more than we can think about.

His palace, unlike any palace in this world, is the testing ground for new agricultural concept aim to improve people’s living. Many of these concepts had been implemented all over the country.

We love him not because he is the King of Thailand but because what he has done. Our King, the ordinary man who had been working to help us all his life and never asked for anything in return.

To Thai people, our King is truly the center of our love and believe in goodness.

Regardless of your religion, please help us pray for his recovery.

Cr. Picture by Napan Sevikul”

แปลเป็นไทยได้ดังนี้

“ถึงเพื่อนต่างชาติทุกท่าน

ท่านอาจจะแปลกใจที่เห็นชาวไทยจำนวนมากมายแชร์ภาพของพระเจ้าแผ่นดินของเราบน Facebook ในตอนนี้ ท่านอาจจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไม เหตุผลก็คือพระเจ้าแผ่นดินอันเป็นที่รักของเราชาวไทยทรงประชวรหนักและเราทั้งหมดล้วนกำลังส่งกำลังใจให้ท่าน และถ้าท่านไม่รู้จักพระเจ้าแผ่นดินของเรามาก่อน ท่านก็อาจจะสงสัยว่าทำไมชาวไทยจึงรักพระเจ้าแผ่นดินของเรายิ่งนัก

ขอให้ผมอธิบายเรื่องนี้ให้ท่านฟังด้วยความภาคภูมิใจ

ในตลอด 70ปี ในฐานะพระเจ้าแผ่นดินของอาณาจักรไทย ในหลวงของพวกเราไม่เคยใช้ชีวิตหรูหราอย่างที่พระองค์สามารถทำได้ ทุกวันเท่าที่ผมจำความได้, พระองค์ทำงานหนักทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อที่จะช่วยพวกเรา, ประชาชนของพระองค์

ในหลวงเดินทางไปยังที่ห่างไกลทั่วประประเทศไทย พื้นที่บางแห่งที่แม้แต่คนธรรมดาอย่างเราๆยังไม่กล้าไป แผ่นที่และดินสอในพระหัตถ์ ทรงสร้างโครงการมากมายที่จะช่วยประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ, เกษตรกรรม, สุขภาพอนามัย และอื่นๆอีกมากมายที่เราคิดไม่ถึง

วังของในหลวง, ไม่เหมือนวังที่ไหนในโลกใบนี้, เป็นที่ทดสอบแนวคิดทางการเกษตรใหม่ๆโดยมุ่งหมายจะนำไปใช้เพื่อการมีชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน สิ่งทดสอบนี้หลายๆอย่างถูกนำไปใช้แล้วทั่วประเทศไทย

พวกเราชาวไทยรักในหลวงไม่ใช่เพราะท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินของอาณาจักรไทย แต่หากรักด้วยสิ่งพระองค์ทำ ในหลวงของเรา, คนธรรมดาๆคนหนึ่งที่ทำงานหนักตลอดชีวิตเพื่อจะช่วยพวกเราโดยไม่เคยขออะไรตอบแทน

สำหรับคนไทยแล้ว, ในหลวงของเรา คือศูนย์รวมของความรักและความเชื่อในความดีงาม

ไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนาอะไร โปรดช่วยกันสวดอ้อนวอนเพื่อให้พระเจ้าแผ่นดินของเราหายจากอาหารประชวรด้วยเถิด

ภาพโดย คุณณภันต์ เสวิกุล”

ในวันเดียวกันนั้น วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ( ร.๙ ) สวรรคต เวลา ๑๕.๕๒ น. ณ โรงพยาบาลศิริราช พระชนมพรรษา ๘๙ ปี ทรงครองราชสมบัติได้ ๗๐ ปี

วันนั้นหลายคนร่ำไห้บอกว่าไม่มีสิ่งปาฏิหารย์มาช่วยในหลวงของเรา

แต่ขณะเดียวกันก็มีคนบอกว่า เราได้รับปาฏิหารย์มาแล้วถึง 70 ปีที่ได้พระองค์มาเป็น ”ในหลวงของเรา”

ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

นายธัชรวี หาริกุล

ลองมาดูข้อความที่เพื่อนชาวต่างชาติเขียนตอบใน Facebook Post กันบ้างครับ

screenshot-2016-10-16-08-37-06 screenshot-2016-10-16-08-36-11

img_5289 img_5290

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

ของหวานที่ดีต่อใจ

ขนมน้ำแข็งใส “หวานจาก เค็มเคย” ถ้วยเดียว เราไม่เพียงจะได้ชิมรสชาติที่หวานผสมเค็มอย่างกลมกล่อมแตกต่าง แต่ค่าขนมของเรายังถูกส่งต่อไปอุดหนุนแหล่งผลิตอาหารพื้นบ้านที่กำลังจะสูญหายไปถึง 5 ชุมชน ใน 4 จังหวัด เป็นการทำอะไรดีๆด้วยการกินของอร่อย โดยที่ไม่ต้องออกแรงเดินทางไปไกลเลย เพราะมีคนลงแรงไปทำแทนเราแล้ว ขณะที่สังคมไทยหมุนวนอยู่กับความขัดแย้งทางการเมืองที่ถกเถียงกันทุกเรื่องยกเว้นที่จะแย่งกันทำให้ความเป็นอยู่ของคนไทยดีขึ้น ในเบื้องหลังเงียบๆ มีคนตัวเล็กๆ ร้านขนมเล็กๆ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือชุมชนที่มีมรดกทางอาหารล้ำค่าของประเทศเราให้คงอยู่ได้ด้วยการเพิ่มคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นและพยายามแปรรูปออกมาให้คนเมืองอย่างเราเข้าถึงได้ง่ายขึ้น “หวานจาก เค็มเคย”  คือตัวอย่างที่ดี ในขนมแสนอร่อยถ้วยเดียวนี้มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมดอกจากของบ้านขนาบนาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ให้รสหวานแบบกลมกล่อมเพราะเจือเอาความเค็มนิดๆมากจากน้ำกร่อยในถิ่นกำเนิดของมันมาด้วย ลูกจากที่มาจากฉะเชิงเทรา โมจิทำด้วยข้าวฝ่างจากสกลนคร...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading