Tuesday, April 14, 2026
Homeปืน, ตกปลา, เครื่องร่อน ฯครบรอบ 10 ปี สนามยิงธนู ArcheryThai

ครบรอบ 10 ปี สนามยิงธนู ArcheryThai

-

สนามยิงธนูเล็กๆแห่งนี้ เกิดขึ้นมาจากมิตรภาพของคนกลุ่มหนึ่ง

สิบปีผ่านไป มันยังคงเป็นสนามยิงธนูเล็กๆที่ตั้งอยู่ที่เดิม แต่มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่นี่ และที่สำคัญกว่านั้นมันยังเป็นที่สร้างให้เกิดมิตรภาพกับคนมากมาย

มารู้จักความเป็นมาและเรื่องราวของสนามยิงธนูเล็กแห่งนี้กันครับ


ย้อนไปสิบกว่าปีก่อน มีคนไทยน้อยมากที่รู้จักกีฬายิงธนู และยิ่งน้อยคนไปกว่านั้นที่มีโอกาสได้สัมผัสการยิงธนูด้วยตัวเอง

เรื่องมันเริ่มต้นจากที่ผมเดินข้ามจากสนามยิงปืนหัวหมากไปยังสนามยิงธนูที่อยู่ใกล้ๆกันด้วยความสนใจ

“ธนูไม่มีขายหรอกครับ ถ้าพี่อยากได้ต้องรอเวลานักกีฬาเขาไปแข่งต่างประเทศแล้วฝากเขาซื้อครับ” นั่นคือคำตอบที่ผมได้จากคนที่ยิงธนูอยู่ในสนามเมื่อถามว่าผมจะซื้อธนูจากที่ไหนมาเล่นได้บ้าง

เดินไปเดินมา ก็ไม่มีใครสบตา ไม่มีใครสนใจ อย่าว่าแต่หาใครแนะนำเลย จะหาคนให้ถามให้คุยยังไม่มี

กลับบ้านด้วยความอยากเล่นธนู ผมจึงมาโพสต์ข้อความถามในเว็บบอร์ด “รอบกองไฟ” ในเว็บ ThaiBlade.com และ ThailandOutdoor.com ที่พวกเราชาวกลางแจ้งสิงสถิตย์กันอยู่ในช่วงนั้นและคุยกันสารพัดเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องมีด, เรื่องปืน, เรื่องเที่ยวป่า ฯ

“ผมอยากยิงธนูครับ มีใครพอจะสอนผมยิงธนูได้บ้างครับ ใครรู้บ้างครับว่ามีร้านขายธนูที่ไหนบ้าง”

และผมได้คำตอบจากสองท่านทันที

พระราม “ผมพอยิงเป็นครับสอนให้ได้”

Mike Wann “ผมทำงานอยู่ร้านธนูครับ อยากได้อะไรบอกมาเลย”

พี่พระราม ไม่ยากครับ ในวันอาทิตย์ต่อมาผมก็ได้เจอกับพี่ชายใจดีคนที่บอกว่า “ยิงธนูพอเป็น” แต่จริงๆแล้วเป็นอดีตนักนิงธนูทีมชาติไทย และผมก็ได้เริ่มหัดยิงธนู

อีตา Mike Wann นี่ซิ ทันทีที่ผมว่าผมถามว่าร้านอยู่ที่ไหนผมจะไปซื้อธนู เขาก็บอกว่า “อยู่ที่ California ครับ” อาจจะใช้เวลาหลายเดือนหน่อยแต่ผมก็ไปถึงร้านธนูที่ไมค์ทำงานอยู่จนได้

พอเริ่มคุยกันเรื่องธนูมากขึ้นในบอร์ด “รอบกองไฟ” เพื่อนหลายคนก็เริ่มอยากยิงธนูบ้าง แน่ละครับผู้ชายแนวนี้ใครก็ชอบของเล่นแบบนี้ทั้งนั้น ยิ่งซื้อได้ไม่แพงเหมือนปืน, ไม่ต้องขออนุญาต, เอาไปไหนตำรวจก็ไม่จับ ก็เลยเป็นหน้าที่ของ Mike Wann ที่จะต้องจัดหาธนูมาให้พวกเราเล่นกัน เริ่มแรกก็เป็นการกว้านซื้อซื้อธนูมือสองของเพื่อนๆที่อเมริกาถอดเป็นชิ้นๆมาประกอบกันที่บ้านผม

จากนั้นเมื่อมีธนูกันแล้ว เราก็เริ่มนัดกันไปยิงธนูที่สนามยิงธนูหัวหมากทุกวันอาทิตย์ตอนบ่ายๆ พอเราไปยิงธนูกัน เริ่มลงรูปถ่ายในบอร์ดก็มีคนสนใจเพิ่มขึ้นอีกมาก และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่ยืนยาวมาถึงทุกวันนี้

จุดสำคัญอยู่ที่การมาของ “ปู่เหา” ครับ ชายวัยเลยกลางคนคนนี้ เป็นคนที่มีความสุขกับการสอนยิงธนูมาก ปู่เหาบอกว่าแกยิงธนูอยู่คนเดียวนานแล้ว พยายามชวนคนมายิงด้วยแต่ก็ยังไม่มีคนเล่นด้วย พอพวกเรานัดกันรวมกลุ่ม ปู่เหาและครอบครัวจึงขนธนูที่มีอยู่ทั้งหมดมาตั้งเป้าสอนใครก็ได้ที่เดินเข้ามาแล้วบอกว่าอยากยิงธนูกันแบบฟรีๆ นั่นแหละครับคือสิ่งที่เปลี่ยนหน้าตาของการยิงธนูจากวันแรกที่ผมเดินเข้าไปยังสนามอย่างสิ้นเชิง พวกเราล้วนเฝ้ารอที่จะให้ถึงบ่ายวันอาทิตย์เร็วๆ ในเว็บบอร์ดรอบกองไฟก็คุยเรื่องธนูกันอย่างเข้มข้นสนุกสนานมาก โดยมี Mike เป็นคนเอาความรู้ใหม่ๆทั้งเรื่องการยิงและอุปกรณ์มาเล่าให้พวกเราฟังให้ตื่นเต้นอยู่เสมอ

เมื่อคนมีโอกาสได้สัมผัสกับความสนุกของการยิงธนู หลายๆคนก็อยากจะมีธนูของตัวเองกัน Mike Wann ก็ต้องจัดส่งธนูหลากหลายแบบจากร้านที่เขาทำงานอยู่มาให้มากขึ้นเรื่อยๆ ห้องทำงานเล็กๆที่บ้านผมก็กลายเป็นห้องธนูที่ผู้คนที่อยากได้ธนูอยากยิงธนูแวะมาเยี่ยมเยือน

เวลาผ่านมาไม่นานนักผมก็เริ่มรู้สึกว่าผมและเพื่อนๆอยากจะยิงธนูกันให้บ่อยกว่าอาทิตย์ละครั้ง เราคิดฝันกันว่าคงจะดีมากถ้าเราสามารถยิงธนูกันอย่างผ่อนคลายหลังเลิกงานตอนคำ่ (ในยุคนั้นสนามยิงธนูหัวหมากเป็นที่ซ้อมของนักกีฬาในตอนกลางวัน และไม่มีไฟให้ยิงตอนกลางคืน)

นั่นทำให้ผมเร่ิมมองหาที่ทำสนามยิงธนูเล็กๆสักแห่งหนึ่งเพื่อให้เป็นที่พบปะสังสรรค์ของเพื่อนๆหลังเลิกงาน รวมทั้งย้ายร้านขายธนูออกมาจากห้องทำงานเล็กๆที่บ้านผมด้วย

ในที่สุดผมก็มาเจอที่ว่างแปลงเล็กๆอยู่ในสนามกอล์ฟออลสตาร์ แถวเหม่งจ๋าย ด้วยความสนับสนุนจากเพื่อนรัก พี่เต็ม (นามแฝง “หนูเล”), พี่ต๊อดพี่ชายที่เคารพ และ Mike Wann ที่กลายมาเป็นหุ้นส่วนของบริษัทเล็กๆที่คิดจะทำสนามยิงธนูเอกชนแห่งแรกขึ้นมาด้วยความอยากและความบ้ามากกว่าเหตุผลใดๆ

ไม่กี่เดือนหลังจากเริ่มสมคบคิด เราก็ตกลงเช่า, ถมดิน (ที่เดิมเป็นคูน้ำ) และก่อสร้างสนามและร้านเล็กๆขึ้นมา

ขณะดียวกันนั้นก็มีคนสำคัญอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาสู่ ArcheryThai ครูต้น (นามแฝง Hellboy ในรอบกองไฟ) อดีตนักยิงธนูทีมชาติอีกคนหนึ่งที่เข้ามาช่วยจัดเรื่องคอร์สสอนยิงธนูให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้น

เดือนตุลาคม ปี 2549 สนามยิงธนูเอกชนและร้านธนูแห่งแรกก็พร้อมที่จะเปิดให้บริการ

วันนั้นเป็นวันกำหนดเปิดสนาม ตอนเย็นเราจะมีงานเลี้ยงฉลองต้อนรับเพื่อนๆที่สนามแห่งนี้

ขณะที่ผมกำลังพยายามต่อสายไฟแสงสว่างในร้านให้ทันก่อนงานเลี้ยงเพราะช่างไฟหนีงานทิ้งไป เพื่อนท่านหนึ่งที่ยิงธนูอยู่ด้วยกันก็จอดรถหน้าร้านแล้วเดินโครมครามเข้ามา

“เปิดสนามธนู! บ้าหรือเปล่าเนี่ย ทำอะไรทำไมไม่ปรึกษากันเลย ในเมืองไทยนี่ปีนึงจะมีคนซื้อธนูถึงห้าคันหรือเปล่าก็ไม่รู้!!!”

แต่สนามยิงธนู ArcheryThai ก็เปิดขึ้นมาได้และยังคงอยู่เสมอมา สิ่งที่ทำให้ ArcherytThai อยู่ได้เหนือความคาดหมายของผู้คนส่วนใหญ่ก็คือแรงสนับสนุนช่วยเหลือจากเพื่อนๆที่เริ่มยิงธนูมาด้วยกัน พวกเขาต่างเข้ามาทุ่มเทช่วยเหลือราวกับที่นี่คือสนามของพวกเขาเองโดยไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่น ผมเองก็ถือว่าที่นี่ของสนามธนูของพวกเขาเช่นกัน

เมื่อเปิดสนามขึ้นมาแล้วเราตั้งใจให้การยิงธนูเป็นเรื่องง่ายๆให้ทุกคนที่อยากจะทดลองยิงสามารถเข้ามาลองได้ด้วยการมีคอร์สเบื้องต้นที่เรียกกันว่า Discovery ใครก็ได้ที่อยากลองยิงธนูสามารถเดินเข้ามาลงเรียนได้โดยไม่ต้องรู้อะไรมาก่อน ไม่ต้องมีอุปกรณ์ของตัวเอง เราจัดให้หมดมีครูสอนให้ด้วย จากนั้นถ้าชอบจะเช่าอุปกรณ์ยิงเองต่อก็มีให้เช่า, อยากจะลงเรียนคอร์สที่มากกว่าพื้นฐานก็มีให้เรียน หรืออยากจะมีธนูเป็นของตัวเองก็มีให้เลือกซื้อมากมายทุกระดับราคา เราทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าการยิงธนูจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สิบปีที่ผ่านมามีเรื่องมากมายให้เราภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะเป็นการที่เราเป็นจุดเริ่มต้นให้วงการยิงธนูของเมืองไทยเติบโตขึ้น, มีนักกีฬายิงธนูฝีมือดีหลายๆคนเริ่มต้นยิงธนูจากที่นี่ หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เราเป็นธุรกิจเล็กๆที่ยังอยู่รอดและเติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้ แต่เรื่องที่ผมดีใจและภาคภูมิใจที่สุดของการมีสนาม Archery Thai คือเรื่องของมิตรภาพ

สนามยิงธนูเล็กๆแห่งนี้เกิดขึ้นมาได้ด้วยมิตรภาพของสังคมเล็กๆที่เริ่มต้นยิงธนูมาด้วยกัน วัฒนธรรมที่น่ารักของสังคมเล็กๆนี้ยังคงอยู่และสืบทอดกันมาแม้ว่าสมาชิกหลายคนจะเลิกราจาการยิงธนูไปแล้วและคนใหม่ๆก็เข้ามาแทนที่ และในการตอบแทนสนาม ArcheryThai ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มิตรภาพก่อเกิดให้กับผู้คนอีกมามายที่ผ่านเข้ามา เราได้เห็นเด็กๆหลายคนในหลายๆรุ่นเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์จากสังคมที่ดีแห่งนี้

บางครั้งเมื่อผมเดินเข้าไปสูงสนามยิงธนูแห่งนี้ผมไม่ได้รู้สึกเลยว่ามันเป็นสนามยิงธนู แต่หากเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองที่เราจะหลีกหนีความวุ่นวายของสังคมถอดหัวโขนและเข้ามาอยู่กับเพื่อนที่คิดคล้ายๆกัน หลายๆคนก็คงรู้สึกเช่นนั้น พวกเขาจึงเข้ามาใช้เวลาอยู่ที่นี่ไม่ว่าจะยิงธนูหรือไม่

พี่ที่ผมเคารพสองท่านให้นิยามสนามธนูแห่งนี้ไว้ว่า “ที่นี่คือ Oasis ทางสังคม” ดังที่พี่ท่านนี้กล่าวไว้ในโอกาสที่เราครบรอบ 10ปี

“10 years of Archery Thai, the 1st private archery range / shop and “a social oasis” – the place to take refuge whenever life turns unkind.” พี่เม่น Suraporn Menn Koetsawang

ในโอกาสที่สนามยิงธนูแห่งนี้ครบรอบสิบปี ผมจึงต้องขอขอบคุณเพื่อนฝูงมากมายที่ช่วยกันทำให้เกิดสนามยิงธนูแห่งนี้ขึ้นมาได้, ขอบคุณ Staff ทุกคนของ ArcheryThai ที่ช่วยกันดูแลทุกคนที่เดินเข้ามาและอยากยิงธนู และที่สำคัญที่สุดขอขอบคุณทุกท่านที่เดินเข้ามาสู่สนาม ArcheryThai และให้โอกาสเราแนะนำความสนุกสนานของการยิงธนูให้กับท่าน

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

1 COMMENT

Leave a Reply

LATEST POSTS

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

ช่วงเวลางดงามของชีวิตกลางแจ้ง

ทุกครั้งเมื่อมีคนถามว่าทำไมต้องออกมาเดินป่าผมต้องหยุดคิดอยู่นาน และคำตอบของผมก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนพยายามหาข้อแก้ตัว จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ผมเริ่มมีคำตอบที่คิดว่าใช่ สำหรับผมแล้ว การเดินป่าคือการค้นหาช่วงเวลาเช่นนี้ สิ่งที่เราเรียกมันว่า “ช่วงเวลาที่งดงามของชีวิตกลางแจ้ง” “A beautiful moment of Outdoor Life” ซึ่งอาจจะแตกต่างออกไปในมุมความคิดของแต่ละคน

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading