Saturday, May 23, 2026
Homeชีวิตและการเดินทางมนุษย์เดินช้าที่ "หิมาลัย" ตอนที่ 5

มนุษย์เดินช้าที่ “หิมาลัย” ตอนที่ 5

-

“Trekking in the NEPAL HIMALAYA”

ตอนที่ 5 : “ภาพที่สวยที่สุด บนเส้นทางยาวไกลที่เดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึง”

เราตื่นเช้ามาด้วยความมึนงง เดินออกมาล้างหน้าแปรงฟันจากก็อกน้ำที่ผ่านตู้ทำน้ำแข็งบนยอดเขาลงมาสู่ปลายนิ้วมือ สัมผัสแรกทั้งเย็น ทั้งชา จากง่วงๆ ตาก็สว่างเหมือนกดสวิตได้

IMG_0534 2
พี่ปั้นนั่งต้มกาแฟกินในห้องกลิ่นหอมฉุย กาแฟอุ่นๆ ในแก้วสแตนเลสช่วยให้นิ้วมือเย็นๆกลับมาสู่อุณภูมิปกติ เรานั่งมองวิวนอกหน้าต่าง ภูเขาสีเขียวที่มีหิมะคลุมอยู่บนยอดเล็กน้อยช่วยทำให้กาแฟในมือเราอร่อยขึ้น หลังจากดื่มกาแฟจนหมดกับทานอาหารเช้านิดหน่อยเราก็เก็บของลงเป้และเดินมาบอกลาป้าเจ้าของโรงแรมใจดีที่ยืนยิ้มให้เราตั้งแต่ได้ยินแค่เสียงประตุห้องเปิด

IMG_0517

IMG_0580 2

เราออกเดินจาก PHAKDING ตั้งแต่ 8 โมงเช้า เราค่อยๆ เดินฝ่าลมหนาวอย่างช้าๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศโดยรอบ โดยจุดหมายปลายทางของเราวันนี้คือ “NAMCHE BAZAR” เมืองหลวงแห่งภูมิภาพเอเวอเรส ตั้งแต่เราเดินพ้นตัวชุมชนของหมู่บ้าน PHAKDING เราต่างหยุดมองภาพตรงหน้าหลายต่อหลายครั้งโดยไม่ได้พูดจากัน สิ่งที่เราเห็นคือภาพหมู่บ้านที่สวยที่สุดที่หนึ่งในชีวิตเรา

IMG_0589 2

บ้านหนึ่งหลังที่ทำด้วยหินที่สกัดด้วยมือทีล่ะก้อนค่อยๆซ้อนเรียงกันอย่างสวยงาม กับอาณาบริเวณหน้าบ้านที่เป็นสนามหญ้ากว้างขวางพอให้วิ่งเล่นได้จนเหนื่อย ถัดจากสนามหญ้าเป็นลำธารใสแจ๋วสายใหญ่ที่ไหลมาจากยอดเขาสูง ถัดจากลำธารสีสวย เงยหน้าสูงขึ้นไปเป็นภูเขาน้อยใหญ่สีเขียวสดแต่แอบแซมหิมะไว้บนยอดอย่างสวยงาม และนั่นคือทั้งหมดที่ทำให้เราต้องหยุดหลายต่อหลายครั้งเพื่อมอง เพื่อจดจำ เพื่อซึมซับ และเพื่อผ่อนคลาย ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น เกือบทำให้เราลืมไปว่า เป้บนไหล่เราหนักแค่ไหน และเราต้องเดินอีกไกลเท่าไหร่ และที่นั่นคือ PHAKDING

IMG_0596 2 IMG_0582 2

หลังจากชื่นชมจนหนำใจ เราออกเดินต่อไปเรื่อยๆ ในช่วงต้นทางเราเจอเด็กน้อยมากมายกำลังจูงมือกันวิ่งขึ้นเขาอย่างเร็วปี๊ดเพื่อไปโรงเรียน เพราะที่นี่อากาศหนาว แก้มเด็กๆจึงแดงจัด แบบน่าเอ็นดูที่สุด

IMG_0577 2

เรายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ ทางที่เคยสนุก กลับเริ่มมีเม็ดเหงื่อเข้ามาแทนรอยยิ้ม

IMG_0607 2

และเมื่อผ่านสะพานเหล็กที่โรยตัวยาวข้ามลำธารสายนี้ไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทางก็ไม่มีคำว่าปกติอีกเลย ทางเริ่มแคบลง แคบลง และชันขึ้นตลอดเวลา เป้บนไหล่ที่เคยสบายๆในวันแรกเริ่มออกอาการ เราเดินช้าลง หายใจแรงและถี่ขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนทางก็ไกลขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

IMG_0965
IMG_0569 2

พี่ปั้นยกนาฬิกาขึ้นมอง SUUNTO บอกเราว่าเรายังมาไม่ถึงครึ่งทาง ในขณะที่ตอนนี้บ่าย 2 กว่าแล้ว น้ำเราหมดทั้ง 2 คน พี่ปั้นจึงตัดสินใจมองหาที่เหมาะๆ นั่งพักเหนื่อยและกรองน้ำ เรายังคงนั่งดื่มน้ำอย่างใจเย็น และคิดตลอดเวลาว่า ทางที่เหลือคงไม่ไกลเกินจะเร่งฝีเท้าแบบที่เราเคยทำอยู่เสมอ แต่เราคิดผิด

บ่าย 3 เรายังคงเดินไม่พ้นลำธาร และได้แต่เฝ้ามองลูกหาบคนแล้วคนเล่าที่จ้ำอ้าวเดินแซงเราไป

IMG_0473

เราล่ะสายตาจากลูกหาบแล้วมองขึ้นไปบนยอดเขา เห็นสะพานแขวนยาวเหยียดที่อยู่สูงที่สุดและไกลที่สุดเท่าที่เราข้ามมาในวันนี้

IMG_0968

IMG_0964

จากข้างลำธารเราเดินไปอยู่บนปลายสะพานในเวลา 4 โมงเย็น พร้อมกับอาการหอบจนตัวโยน เรารีบเดินข้ามสะพานอย่างรวดเร็ว แต่ไม่เท่าใจเราที่เต้นเร็วซ่ะจนแทบจะหลุดออกมานอกอก

หลังจากพ้นขอบสะพานมาได้ไม่นาน พี่ปั้นก็เจอสิ่งที่เค้าอยากเจอที่สุด จะถือว่าเป็นความโชคดีที่ปะปนในเสียงหอบก็ว่าได้ เรามาได้เวลาออกหากินของฝูงแพะภูเขาฝูงใหญ่พอดิบ พอดี เราพร้อมใจกันหยุดเพื่อหลีกทางให้เจ้าถิ่นได้เดินผ่านไปแบบสบายอกสบายใจ ถือว่าเป็นเรื่องดีๆ อีกหนึ่งเรื่องในวันนี้ของเรา

IMG_0632 2

IMG_0639 3

IMG_0635 3

หลังจากเจ้าถิ่นเปิดทางให้เราผ่าน เราต่างเอาเป้ขึ้นหลังแล้วออกเดินอีกครั้ง ทางยังคงชันขึ้นเรื่อยๆ ไกลขึ้นเรื่อยๆ แสงสว่างที่เคยมี ค่อยๆ ริบหรี่ลง พร้อมอากาศอุ่นที่ถอยห่างเราออกไปทีละน้อย ณ ตอนนี้เกือบ 2 ทุ่มแล้ว เส้นทางรอบตัวเรามืดสนิท ไร้ผู้คน มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงในมือต่ายเท่านั้นที่ช่วยนำทาง เรายังคงมองไม่เห็นจุดหมายปลายทางของเราสักที และนั่นยิ่งทำให้เรา ….ท้อ….

IMG_0641

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ช่วงเวลางดงามของชีวิตกลางแจ้ง

ทุกครั้งเมื่อมีคนถามว่าทำไมต้องออกมาเดินป่าผมต้องหยุดคิดอยู่นาน และคำตอบของผมก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนพยายามหาข้อแก้ตัว จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ผมเริ่มมีคำตอบที่คิดว่าใช่ สำหรับผมแล้ว การเดินป่าคือการค้นหาช่วงเวลาเช่นนี้ สิ่งที่เราเรียกมันว่า “ช่วงเวลาที่งดงามของชีวิตกลางแจ้ง” “A beautiful moment of Outdoor Life” ซึ่งอาจจะแตกต่างออกไปในมุมความคิดของแต่ละคน

Alaska ความทรงจำที่งดงามจะอยู่ตลอดไป

ผมกับภรรยาเคยได้ไปอลาสก้ากันเมื่อ 30 ปีก่อน เราไปกันแค่ 2 คนเพราะตอนนั้นลูกชายยังเล็กมากและลูกสาวยังไม่ได้เกิด เราเล่าให้ลูกๆฟังมาตลอดถึงความงดงามของธรรมชาติ, ความกว้างใหญ่ของแผ่นดินที่ยังคงดิบอยู่, ความหนาวเย็น หรือแม้กระทั่งยุงที่ตัวโตและเยอะราวกับจะดูดเลือดเราได้หมดตัว ฯลฯ เราคุยกันเรื่องไปอลาสก้ามาร่วมสิบปี แต่ยังไม่ได้ไปเพราะความไม่พร้อมในเรื่องเวลา และเรื่องอื่นๆ แต่เมื่อเวลาเนิ่นนานมา เราก็รู้สึกว่าโอกาสที่จะเที่ยวกันทั้งครอบครัวสี่คนน่าจะยากมากขึ้นเรื่อย หรืออาจจะไม่มีอีกแล้ว  เราจึงไปอลาสก้ากัน ในวันปรกติ เราทั้ง 4 คนแม้จะใกล้ชิดกัน แต่ลูกทั้งสองก็เป็นหนุ่มเป็นสาว ถึงเวลาที่มีชีวิตของตัวเอง มีความชอบที่แตกต่าง  ดังนั้นการที่ได้เดินทางและอยู่ด้วยกันยาวนานถึง 17 วันในทริปนี้จึงเป็นอะไรที่พิเศษมากสำหรับความสัมพันธ์ของครอบครัวเรา เราได้ไปพบกับตามงดงาม, ธรรมชาติแบบดิบๆ,​...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading