Thursday, October 1, 2026
Homeชีวิตและการเดินทางมนุษย์เดินช้า ที่ "หิมาลัย" ตอน 3 - 4

มนุษย์เดินช้า ที่ “หิมาลัย” ตอน 3 – 4

-

IMG_0414

“Trekking in the NEPAL HIMALAYA”

ตอนที่ 3 : “ก้าวแรกที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม”

เราถึงที่ “LUKLA” สนามบินที่เล็กที่สุด เท่าที่เราเคยเจอ รันเวย์เป็นเหมือนแล้มสเก็ตบอร์ด ไว้ช่วยเบลคเครื่องบินลำจิ๋วนี้ให้เบาพอจะเลี้ยวหักซอกเข้าจอดแบบยูเทิร์นเตรียมบินออกอีกครั้ง เราปลดเข็มขัดแล้วเดินออกมานอกเครื่องบิน สัมผัสแรกคือไอเย็นเหมือนเราเปิดตู้แช่ปลาพัดวูบเข้ามาจนกระชับเสื้อแนบอกแทบไม่ทัน เราหันมาสบตากันแล้วหัวเราะ ต่างก็คิดในใจ “หนาวชิบหาย” โดยที่เราไม่รู้เลย ว่านั่นคืออากาศที่ร้อนที่สุดที่เราจะเจอแล้วในทริปนี้

IMG_0424

เราถึง Lukla เช้ามาก พร้อมทั้งกองทัพไกด์และลูกหาบที่พยายามจะโน้มน้าวให้เราเป็นลูกค้า ด้วยความตื่นกลัวเล็กน้อย เราหอบเป้มาหลบทำใจอยู่ในร้านกาแฟชื่อเดียวกับร้านเจ้าประจำของเราที่เมืองไทย แว๊บแรกที่เห็นภายในร้านก็รู้สึกได้ทันทีว่า LUKLA กำลังถูกความเป็น “เมือง” ของคนต่างถิ่นอย่างเราๆ แทรกซึมทีละน้อย

IMG_0404

IMG_0400

หลังจากหอบเป้หนักอึ้งหลบหนาวมาที่นี่ และได้กาแฟอุ่นๆ ไปหนึ่งแก้ว สติที่กระจัดกระจายก็กลับเข้าที่เข้าทาง เราเริ่มติดต่อครอบครัวและเพื่อนๆ ให้รู้ถึงความเป็นไปว่าเราอยู่รอดปลอดภัยและจะหายไปอีกกี่วัน

IMG_0399

IMG_0407

เราเตรียมน้ำและของจำเป็นนิดหน่อย และเริ่มออกเดินผ่านประตูทางเข้าเส้นทางสู่เอเวอเรสอย่างเป็นทางการในเวลา 9:00 น. เป็นเวลาที่ฟ้าสดใสและใจแข็งแรงที่สุด เดินไปพร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะบ้างในบางครั้ง อะไรๆก็ดูสวยงามและน่าตื่นเต้นไปหมด

IMG_0408

IMG_0417 IMG_0412

ด้วยความที่เรามากันแค่สองคน “ไม่มีลูกหาบ ไม่ได้จ้างจามารีแบกของ ไม่มีไกด์ เหมือนคนอื่นเค้า” ไม่ใช่เพราะเราเก่งเหนือใคร หรือเปรี้ยวอยากจะเท่ แต่ค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายเพิ่มในส่วนนี้ต่างหาก ที่ทำให้เราเลือกจะแบกของกันไปเอง

IMG_0411

แต่ข้อดีของการเดินแค่ 2 คนคือ ทำให้เรามีเวลาเหลือเฟือที่จะทำตามใจ อยากหยุดตรงไหนก็หยุด อยากนั่งมองวิวข้างหน้านานๆ ก็ทำได้ รวมทั้งนั่งมองดอกซากุระสีชมพูอ่อนค่อยๆ ล่วงตามแรงลมแบบไม่รู้จักหมดตั้งนานสองนาน

IMG_0442

เราเดินผ่านหมู่บ้านหลายสิบหลังคาเรือน ที่แต่ล่ะหลังล้วนมาจากการสร้างด้วยมือตัวเองจากการยกหินมานั่งสกัดทีล่ะก้อนจนได้หินทรงสี่เหลี่ยมเพียงพอจะเรียงได้เป็นบ้านหนึ่งหลัง ความพยายามและความมานะของคนที่นี่ รับรองว่าไม่เป็นสองรองใคร

IMG_0437

จากบ้านเรือนมากมาย เราต้องเดินผ่านสะพานแขวนที่ทอดยาวจากภูเขาหนึ่งลูกข้ามเหวไปสู่ภูเขาอีกหนึ่งลูก บอกได้เลยว่าครั้งแรกมักยากเสมอและครั้งแรกครั้งนี้ก็ยากจะให้ใจเราไม่สั่นไปตามแรงเหวี่ยงของสะพานเหล็กยาวเหยียดสะพานนี้ได้เลย

IMG_0444

IMG_0449

ตอนที่ 4 :” คืนแรก ที่ PHAKDING ”

IMG_0470

IMG_0452

หลังจากเดินอย่างสบายอกสบายใจมา 5 ช.ม เราก็ถึงจุดหมายแรกที่เราเลือกไว้ ” Phakding” รวมระยะทางที่เราเดินมาจากลุกลาก็ไม่ไกลมากคือประมาณ 8กิโลกว่าๆ

IMG_0463

เราพักที่โรงแรมเล็กๆที่หนึ่งที่ทำให้เราตกใจตอนถามราคาห้อง ห้องพักที่นี่ราคา 100 รูปี หรือคิดเป็นเงินไทยคือประมาณ 34 บาท ใช่! คุณอ่านไม่ผิด 34 บาท เจ้าของหน้าตาใจดีพาเราวิ่งปรู๊ดขึ้นชั้น 2 พร้อมยื่นกุญแจห้องเย็นเจี๊ยบให้เราเป็นเจ้าของในคืนนี้ ในห้องราคา 100 รูปี มีเตียงให้ 2 เตียงชิดฝั่งซ้ายและขวาของห้องบวกทางเดินตรงกลางแบบพอดีตัว บนเตียงมีผ้าที่เคยเป็นสีขาวมาก่อนผืนบางๆคลุมไว้พร้อมหมอนสีเดียวกับผ้าคลุมเตียงอีก 1 ใบ. หัวเตียงเป็นกระจกแนวตรงสามบานที่เราไม่จำเป็นต้องเปิดถูกคลุมไว้ด้วยผ้าม่านบางๆ 2 ฝั่ง และนั่นคือทั้งหมดที่มีในห้องนี้

IMG_0527 IMG_0520
เราหัวเราะกับสิ่งที่เห็นพร้อมปลดเป้ที่หนักอึ้งบนไหล่เราวางปลายเตียง สิ่งแรกที่เราหยิบออกมาคือถุงนอนและของใช้จำเป็น นั่นไม่ได้รวมถึงอุปกรณ์อาบน้ำเพราะที่นี่ไม่มีให้อาบ

IMG_0518 IMG_0517
เราลงมานั่งสูดอากาศ13องศาตอนบ่าย2 จากที่กำลังเย็นสบาย ลมก็เริ่มแรงและพระอาทิตย์ก็หนีงานตั้งแต่บ่าย3โมงกว่า นั่นจึงทำให้เรารู้สึกแล้วว่าคืนนี้เราต้องเจอกับอะไร

IMG_0525

เราเตรียมอาหารมาแต่เราก็ตัดสินใจกันแล้วว่าเราจะสั่งทางโรงแรมมาทานเพราะละอายใจกับราคาที่พักซ่ะเหลือเกิน ระหว่างที่รออาหาร. ป้าเจ้าของใจดีก็จุดเตาเหล็กทรงโบราณกลางห้องให้เราได้อุ่นสบาย

IMG_0538 IMG_0539
เราทานอาหารและขึ้นนอนตอนหนึ่งทุ่ม อากาศหลังไร้แสงอาทิตย์หนาวกว่าที่เราคิดมากนัก และห้องที่เราอยู่ก็ไม่ได้ทำให้เรารอดพ้นจากอากาศภายนอกได้เลย สิ่งเดียวที่เราพึ่งได้ตอนนี้คือถุงนอน ที่ทำให้เราผ่านคืนนี้ไปได้อย่างอุ่นสบาย
เราหลับสนิทในคืนแรกพร้อมตื่นมาด้วยความสดใส โดยไม่ได้สังหรณ์ใจเลยว่า พรุ่งนี้ เราต้องเจอกับอะไรบ้าง….

IMG_0531

Rabbit

**ตอนที่ 5 รอแป๊บน่ะค่ะ**

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

ไมค์กี้

“ใครยิงธนูเป็นช่วยสอนผมหน่อย ที่ไหนมีธนูขายบ้างช่วยบอกหน่อยครับ”  ผมเขียนข้อความประมาณนี้ลงในเว็บบอร์ด “รอบกองไฟ” ของเว็บ ThailandOutdoor เมื่อ 22 ปีก่อนด้วยความคับแค้นใจว่าหาซื้อธนูไม่ได้ และไม่มีใครสอนให้ยิง “ผมทำงานอยู่ร้านธนู” <Mike Wann> “ร้านอยู่ที่ไหนครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย” <ตาเกิ้น>  “ผมอยู่แคลิฟอร์เนียครับ 555” <Mike Wann> จากนั้นผมก็คุยกับ Mike Wann ทางข้อความอย่างเมามัน เขาให้ความรู้เรื่องธนูที่หาไม่ได้ในเมืองไทย พอผมบอกว่าอยากได้เขาก็หาคันธนูมือสองชั้นดีถอดเป็นชิ้นๆส่งมาให้ผมประกอบ แล้วก็สอนให้ผมยิงธนูจากระยะไกลจากอเมริกา ธนูคันแรกที่ Mike ส่งมาให้ผม ทำให้เกิดประกายไฟของการยิงธนูในเมืองไทย...

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ช่วงเวลางดงามของชีวิตกลางแจ้ง

ทุกครั้งเมื่อมีคนถามว่าทำไมต้องออกมาเดินป่าผมต้องหยุดคิดอยู่นาน และคำตอบของผมก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนพยายามหาข้อแก้ตัว จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ผมเริ่มมีคำตอบที่คิดว่าใช่ สำหรับผมแล้ว การเดินป่าคือการค้นหาช่วงเวลาเช่นนี้ สิ่งที่เราเรียกมันว่า “ช่วงเวลาที่งดงามของชีวิตกลางแจ้ง” “A beautiful moment of Outdoor Life” ซึ่งอาจจะแตกต่างออกไปในมุมความคิดของแต่ละคน

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading