ในขณะที่แทบทุกพื้นที่ของประเทศนี้ร้อนระอุ, ไฟไหม้, เต็มไปด้วยฝุ่นควันพิษ, โซเชี่ยลมีเดีย เต็มไปด้วยข่าวร้าย ยิ่งมองผู้นำระดับประเทศก็ยิ่งดูเหมือนจะหมดหวัง ผมได้ไปเจอพื้นที่เร้นลับเหมือนโอเอซิสทางใจ ที่อาจจะเรียกได้ว่า “หมู่บ้านในนิทาน”
แม้จะเป็นเดือนเมษายน ที่นั่นอากาศกลางวันเย็นสบาย กลางคืนถึงกับหนาว 15-16 องศา อากาศใสสะอาดไม่มีไฟป่า ไม่มีฝุ่นควัน ผู้คนรักและทวงแหนธรรมชาติ อยู่กับธรรมชาติ รู้จักใช้ธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผู้นำชุมชนเข้มแข็ง รักบ้านเกิด และทำทุกอย่างเพื่อส่วนรวม ข้าราชการหลายหน่วยงานทุ่มเทเพื่อช่วยให้ชุมชนอยู่ดีกินดี
อาจจะฟังดูเหมือนนิทาน แต่มันเป็นเรื่องจริงครับ และที่นั่นคือตำบลแม่เหาะ ในอำเภอแม่สะเรียง
แม่เหาะเสมือนเป็นพื้นที่จำลองของเมืองไทยแต่เก่าก่อน เหมือนย้อนเวลาไปสัก 40 ปี อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่า ฝนตกต้องตามฤดูกาล หนาวจัดในหน้าหนาวอย่างที่มันควรจะเป็น
ที่เป็นอย่างนี้ได้เพราะชาวแม่เหาะดูแลรักษาป่าในพื้นที่ของเขาเองมาหลายชั่วอายุคน พื้นที่ในตำบลนี้เป็นป่าถึงประมาณ 70% โดยที่เกือบทั้งหมดเป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านดูแลกันเอง มีเพียงวนอุทยานเล็กๆอยู่ 2 แห่ง
นี่คือตัวอย่างจริงที่ทำให้เราเห็นได้ชัดเจนว่า ผืนป่ามีผลอย่างไรกับสภาพอากาศ และคุณภาพชีวิต

ผมมีโอกาสดีมากที่ได้มาร่วมสำรวจเส้นทางเดินป่าที่แม่เหาะนี้ เราเดินสำรวจเส้นทาง ได้ระยะทาง 25 กิโลเมตร ในป่าที่สมบูรณ์และงดงามของชุมชน บริเวณใกล้หมู่บ้านก็มีไร่กาแฟปลูกแซมอยู่ในผืนป่า, ในบริเวณป่าที่เป็นต้นน้ำเราได้เห็นน้ำผุดขึ้นมาจากตาน้ำ, ตลอดเส้นทางพี่ๆคนนำทางก็ชี้ให้เราดูพันธุ์ไม้ที่มีทั้งแบบสวยงามและแบบกินอร่อย, หลายจุดสมบูรณ์เหมือนป่าโบราณ ต้นไม้ใหญ่ปกคลุมไปด้วยมอสเฟิร์น และเมื่อขึ้นไปที่จุดชมวิวเราก็มองได้กว้างรอบทิศเห็นป่าเขียวชะอุ่ม

ขณะที่เดินกันในบ่ายวันหนึ่ง เราโชคดีที่มีฝนโปรยปรายลงมา หลังจากฝนหยุดไม่นานเราได้เห็นหมอกและไอน้ำปกคลุมผืนป่าและทิวเขาสลับซับซ้อน งดงามเกินบรรยาย

ใครจะเชื่อว่ากลางเดือนเมษาเช่นนี้ในแค้มป์เราจะต้องผิงไฟ เมื่อแยกย้ายไปนอน ถุงนอนชั้นดีก็แทบจะเอาไม่อยู่ ถ้าเป็นฤดูหนาว เขาว่ากันว่าหนาวถึง -2 เป็นเรื่องปรกติ

การสำรวจเส้นทางนี้นำโดย กำนันประเสริฐ ใสสะอาด คนที่รักป่า ภูมิใจในชุมชนบ้านเกิด อยากจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับคนในชุมชน พร้อมๆไปกับเปิดให้คนนอกได้เข้ามาเห็นความงามของป่าแม่เหาะ

ตลอดเวลาที่เดินไปด้วยกัน กำนันและชาวบ้านที่มาด้วยกัน เล่าให้เราฟังอย่างภาคภูมิใจว่าพวกเขาแบ่งพื้นที่จัดการเป็นป่าบวช (เขตสงวนห้ามใช้ประโยชน์), เขตอนุรักษ์ และป่าใช้สอย ซึ่งทำให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากป่าโดยไม่ทำลาย การที่ได้รับประโยชน์จากป่าเช่นนี้ ทำให้ทุกคนก็จะช่วยกันรักษาป่า ช่วยกันเฝ้าระวังดูแล หากมีไฟป่าที่ไหนสักจุดก็จะมีชาวบ้านนับร้อยจะมาช่วยกันดับไฟโดยไม่ต้องมีใครจ้าง


เส้นทางเดินป่านี้ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ด้วยระยะทาง 25 กิโลเมตร และจุดชมวิวที่น่าสนใจ มันเหมาะมากที่จะเป็นเส้นทางสำหรับ 3 วัน 2 คืน จะพร้อมเปิดให้ไปเดินได้ตั้งแต่ปลายฝน ราวๆต้นเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป

ผมอยากจะชวนเพื่อนๆไปเที่ยวแม่เหาะ ไปสัมผัสความงาม ความสมบูรณ์ของผืนป่า ความน่ารักเป็นมิตรของผู้คน ไปฟังเรื่องราวของการรักษาป่าที่ควรจะได้รับการถอดแบบเรียนมาเป็นตัวอย่างให้กับชุมชนอื่นๆของประเทศ
ใครสนใจ ไปติดตามเพจเดินป่าตำบลแม่เหาะเพื่อรับข่าวการเปิดเส้นทางหรือจะติดต่อจองล่วงหน้าไว้เลยก็อาจจะได้
ผมได้มารู้จักแม่เหาะจากคำชวนของคุณบี จากหน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่นำทีมมาช่วยเหลือชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว ไปถึงแม่เหาะก็ได้รับการดูแลอย่างดี จาก ผอ.จี และเจ้าหน้าที่ทุกคนในศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นหน่วยงานในพื้นที่ ที่ต้ังใจช่วยเหลือชุมชนอย่างเต็มที่ทั้งในเรื่องการท่องเที่ยว และเรื่องอื่นๆ
บอกเลยครับว่าได้ไปเดินป่าเที่ยวนี้อิ่มใจมากๆ ได้เห็นป่าสวยๆ ชุมชนที่รักป่า ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง ข้าราชการที่ทุ่มเทเพื่อช่วยชาวบ้าน อยากจะฝันให้ทั้งประเทศเราเป็นอย่างนี้เลยครับ

ใครรอไปเดินป่าเดือนพฤศจิกายนไม่ไหว อยากหนีฝุ่นควัน ไปแค้มป์ที่อากาศดีๆ ลองติดต่อไปขอกางเต็นท์ที่ ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงที่แม่เหาะก่อนก็น่าจะพอได้ครับ ที่ศูนย์กำลังจะจัดพื้นที่ลานกางเต็นท์ให้ทันปลายปีนี้ แต่ตอนนี้ก็มีหลายจุดที่พอจะกางได้แบบง่ายๆครับ
ตาเกิ้น
9 เมษายน 2568
ป.ล. ผมถ่ายภาพนิ่งมาไม่มากนัก แต่เดี๋ยวรอชม VDO กันนะครับ
