Tuesday, October 20, 2026
Homeความคิดและมุมมองวัฒนธรรมเริ่มจากในหม้อ

วัฒนธรรมเริ่มจากในหม้อ

-

จากการที่ได้ท่องเที่ยวไปในที่ห่างไกล นอกจากธรรมชาติพิศุทธิ์ที่หดหายไปอย่างน่าตกใจแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกเสียดายมากๆคือการสูญหายของวัฒนธรรมท้องถิ่น

ครัวกลางบ้าน วัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชาวกระเหรี่ยง

คำหรูหราที่พูดกันว่าวัฒนธรรมนั้น ไม่ใช่แค่ภาษา, การแต่งกายหรือการละเล่น แต่รากฐานของวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดนั่นฝังอยู่ในการดำรงอยู่ของชีวิต นั่นก็คืออาหารและการกิน

สิ่งที่สะกิดใจผมมากๆจนต้องเอาเรื่องนี้มาเขียนก็คือรายการทีวีที่ผมดูแล้วชื่นชอบมาก ชื่อว่า “Gourmet Goes Tribal” (ทางช่อง Nat Geo People) 

มันคือเรื่องราวของเชฟชาวโคลัมเบีย Pablo Naranjo Agular ที่เดินทางไปทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย เพื่อสัมผัสอาหารและวัฒนธรรมการกินของชนเผ่าต่างๆในละแวกนั้น

วัฒนธรรมอาหารนั้นลึกซึ้งกว่าอาหารในจานมากนัก แต่มีรากฐานมาจากวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นพืชพรรณหรือเนื้อสัตว์ที่หาได้ในธรรมชาติของท้องถิ่น เอามาสรรค์สร้างเป็นอาหารเฉพาะถิ่นที่มีความงดงามมากๆ

รากของวัฒนธรรมอาหารมาจากวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น ในภาพคือปลาแม่น้ำน่าน

ในรายการนี้ เชฟพาโบลพาเราไปสัมผัสวิถีชีวิต วิถีการทำอาหารของชนเผ่า แล้วแต่ละตอนจะจบด้วยการที่เขานำเอาวัตถุดิบและความรู้ที่เขาได้จากท้องถิ่นนั้นมาปรุงเป็นอาหารด้วยกองไฟแบบง่ายๆแล้วแบ่งปันกับผู้คนในพื้นที่ 

การสูญหายของวัฒนธรรมนี้เกิดขึ้นเร็วมากในยุคที่ Internet และ Social Media ซอกซอนเข้าไปถึงในทุกพื้นที่ โดยที่หลายคนอาจจะไม่ได้นึกถึงและคนส่วนใหญ่ไม่เคยให้ความสำคัญ

Social Media สร้างสิ่งที่เราเรียกว่า Globalisation ของ “ค่านิยม” อย่างรวดเร็วมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ผู้คนก็อาจจะหยิบเอาความชื่นชอบของคนในอีกมุมโลกมาเป็นของตัวเอง และมันเป็นเรื่องง่ายมากที่เราจะละเลยสิ่งที่มีค่าใกล้ตัวเพียงเพราะคุ้นเคย อาหารเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดอันหนึ่ง

วงอาหารของหมู่บ้านกลางป่าแม่ฮ่องสอน

ขณะที่อาหารไทยดังไปทั่วโลก แต่เป็นที่รู้จักกันเพียงไม่กี่เมนู แม้แต่คนไทยเราเองไม่ว่าจะเดินทางไปที่มุมไหนของประเทศ เราก็กินแต่อาหารที่เราคุ้นชินไม่เคยมองหาอาหารแท้ๆของพื้นถิ่นนั้น เมื่อไม่มีคนสนใจ ร้านอาหารพื้นถิ่นจริงๆก็สูญหายกลายพันธุ์จนแทบจะหาชิมไม่ได้ ที่น่าเป็นห่วงไปกว่านั้นคือ คนเมืองรุ่นใหม่ๆไม่ค่อยจะมีใครเรียนรู้ที่จะทำอาหารไทยกันอีกแล้ว

สิ่งที่งดงามที่สุดที่ผมเห็นในรายการ Gourmet Goes Tribal คือสายตาของเชฟพาโบลที่แสดงออกถึงความชื่นชมให้เกียรติภูมิปัญญาท้องถิ่น และตื่นเต้นกับทุกอย่างที่เขาได้เห็น ได้ลองชิม

ดูรายการนี้แล้ว ผมมีความฝันว่า สักวันหนึ่งเราจะทำให้อาหารไทยในพื้นถิ่นจะเป็นของทรงคุณค่าที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจะต้องเดินทางออกไปแสวงหา ผู้คนในพื้นที่จะมีรายได้จากการปลูกพืชพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเขามาส่งขายเป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร, เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวจะหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมชนบทให้คงอยู่อย่างมีค่าในตัวมันเอง

อาหารง่ายๆที่เก็บวัตถุดิบมาจากป่าดงรอบตัว

ถ้าฝันนี้จะไกลเกินไป ผมขอเริ่มจากการได้เห็นสายตาที่ชื่นชมแบบของเชฟพาโบลบนใบหน้าของคนไทยที่ได้ชิมอาหารพื้นถิ่นบ้างก็ดีใจแล้วครับ

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

LEAVE A REPLY

LATEST POSTS

ผู้ที่เป็นเหมือนเรา ซึ่งมีน้อยนัก

ตั้งแต่เด็กมาผมเป็นพวกเด็กวิศวะหัวสี่เหลี่ยม ชอบแต่เครื่องยนต์กลไก ไม่เคยเข้าใจความคิดของผู้คน ไม่เรียนอะไรเกี่ยวกับสังคมศาสตร์, ปรัชญา ฯ แต่พออายุมากขึ้นทำงานกับผู้คนมากเข้า ก็เริ่มสังเกตเห็น, สนใจ และให้ความสำคัญกับเรื่องราวและความสัมพันธ์ของผู้คน ผมจำได้แม่นถึงคำพูดของที่ปรึกษาชาวต่างชาติผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่เข้ามาทำงานร่วมกับผมในโครงการใหญ่อันหนึ่ง มันทำให้ผมเก็บมาคิดต่อร่วมยี่สิบปีมาแล้ว  เราคุยกันนานนับชั่วโมง แต่แก่นของการสนทนาที่ผมจำได้แม่นคือ สิ่งที่ขับเคลื่อนตัวเราแต่ละคนคือส่ิงที่เราให้คุณค่า ไม่ว่าจะเป็นหลักความคิด, เรื่องราว หรือสิ่งต่างๆรอบตัว (values)  เมื่อมีชุดของคุณค่า (set of values) ก็ก่อตัวขึ้นเป็นความเชื่อ (belives) เมื่อคนที่มีความเชื่อคล้ายกันเข้ามารวมกันเป็นกลุ่มก้อน ความเชื่อนั้นก็กลายเป็นวัฒนธรรม (Culture) ผมนั่งคิดอยู่เสมอว่าในยุคก่อนที่โลกไม่ได้เชื่อมต่อกันง่ายอย่างทุกวันนี้...

ไมค์กี้

“ใครยิงธนูเป็นช่วยสอนผมหน่อย ที่ไหนมีธนูขายบ้างช่วยบอกหน่อยครับ”  ผมเขียนข้อความประมาณนี้ลงในเว็บบอร์ด “รอบกองไฟ” ของเว็บ ThailandOutdoor เมื่อ 22 ปีก่อนด้วยความคับแค้นใจว่าหาซื้อธนูไม่ได้ และไม่มีใครสอนให้ยิง “ผมทำงานอยู่ร้านธนู” <Mike Wann> “ร้านอยู่ที่ไหนครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย” <ตาเกิ้น>  “ผมอยู่แคลิฟอร์เนียครับ 555” <Mike Wann> จากนั้นผมก็คุยกับ Mike Wann ทางข้อความอย่างเมามัน เขาให้ความรู้เรื่องธนูที่หาไม่ได้ในเมืองไทย พอผมบอกว่าอยากได้เขาก็หาคันธนูมือสองชั้นดีถอดเป็นชิ้นๆส่งมาให้ผมประกอบ แล้วก็สอนให้ผมยิงธนูจากระยะไกลจากอเมริกา ธนูคันแรกที่ Mike ส่งมาให้ผม ทำให้เกิดประกายไฟของการยิงธนูในเมืองไทย...

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading