Thursday, May 14, 2026
Homeกิจกรรมตกปลาเพื่อการอนุรักษ์ที่ลำน้ำเงา

ตกปลาเพื่อการอนุรักษ์ที่ลำน้ำเงา

-

แม่น้ำเงา แม่น้ำที่สวยที่สุดสายหนึ่งในประเทศไทยและยังไม่มีเขื่อนหรือฝายกัน ตลอดลำน้ำนี้มีเขตอนุรักษ์ปลาของหมูบ้านกะเหรี่ยงที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาหลากหลายสายพันธุ์ 

หลายหมู่บ้านยินดีต้อนรับนักปลาเชิงอนุรักษ์ ด้วยเงื่อนไขที่จะต้องตกแล้วปล่อย , ใช้อุปกรณ์ที่ไม่ทำร้ายปลาจนมากเกินไป เช่นใช้อุปกรณ์ฟลายฟิชชิ่ง ห้ามใช้เหยื่อสด ห้ามให้เบ็ดที่มีหลายเงี่ยง ต้องบีบเงี่ยงเบ็ด ฯ และจ่ายเงินสนับสนุนการอนุรักษ์ของหมู่บ้าน (อัตราปัจจุบันคือ 500 บาทต่อวัน หรือ 300 บาทต่อครึ่งวัน)

โครงการพัฒนาป่าไม้ ตามแนวพระราชดำริ จือทะ-สบโขง, อำเภอสบเมย และ มูลนิธิธรรมชาติไม่จำกัด (กำลังดำเนินการจัดตั้ง) ให้การสนับสนุนโครงการนี้โดยการสอนชาวบ้านให้เป็นไกด์ตกปลาท้องถิ่น, พันฟลาย และ ทำอุปกรณ์ เช่นทำสวิงตักปลา จำหน่าย

เวลาที่เหมาะสมกับการไปตกปลาที่แม่เงา คือเดือนพฤศจิกายน ถึง เมษายน หากท่านสนใจที่จะเข้าไปตกปลาโดยพร้อมที่จะทำตามเงื่อนไขของหมู่บ้าน สามารถติดต่อผ่าน โครงการพัฒนาป่าไม้ ตามแนวพระราชดำริ คุณอุดร (ไก่) ที่หมายเลข 083-004-0917 อาจจะติดต่อได้เป็นบางเวลาเนื่องจากสัญญาณโทรศัพท์ยังไม่ทั่วพื้นที่

เราจะชวนกันไปเที่ยวไปตกปลาที่แม่น้ำเงากัน ในช่วงวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2561 นี้ ไม่ใช่จัดทริปจัดทัวร์นะครับ แต่เป็นการชวนไปเที่ยวด้วยกัน ทุกคนต้องรับผิดชอบในการเตรียมตัว และการเดินทางของตัวเองครับ

เราจะจัดแบ่งผู้เข้าร่วมทริปครั้งนี้ออกเป็น 2 กลุ่มตามนี้ครับ

สำหรับผู้ที่สนใจตกปลาแบบ Fly Fishing เป็นหลัก
รับจำนวน 24 คน

  • เราจะจัดพาไปตกปลาในหมายต่างๆที่คัดสรรค์ไว้ในเขตอนุรักษ์ของหมู่บ้านต่างๆ คนละ 6 จุดในเวลา 3 วัน โดยไปเป็นกลุ่มย่อย หมายละไม่เกิน 4 คน 
  • ใช้อุปกรณ์ Fly-Fishing เท่านั้น โดยที่แต่ละคนต้องมีอุปกรณ์ของตัวเอง
  • มีรถกระบะของหมู่บ้านรับเข้าไปส่งยังหมายตกปลา ทุกคนจะจอดรถไว้ที่จุดพัก
  • มีไกด์ของหมู่บ้านคอยดูแลและให้คำแนะนำในพื้นที่
  • จ้างชาวบ้านในพื้นที่ทำอาหารกลางวันให้
  • ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกที่จะพักเต๊นท์ในพื้นที่อุทยาน, พื้นที่เอกชนบริเวณใกล้เคียง, หรือโรงแรมที่แม่สะเรียง (ห่างไป 40 กิโลเมตร) 
  • คนที่ไม่เคยตกฟลายฟิชชิ่งมาก่อน เราจะมี Class สอนให้ในวันที่ 6 ตุลาคมที่สนามกอล์ฟ กรุงกวี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ผู้เข้าร่วมจะต้องเดินทางไปถึงบ้านแม่เงาในเช้าวันที่ 23 พฤศจิกายน ก่อน 8:30 น. การเดินทางที่สะดวกที่สุดคือรถทัวร์ลงที่แม่สะเรียง โดยที่เราสามารถจัดรถไปรับส่งได้

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 

  • ค่าสนับสนุนการอนุรักษ์ปลาของหมู่บ้าน 600 บาท ต่อวัน
  • ค่ารถรับส่งเข้าสู่หมาย หารเฉลี่ย คนละ 300 บาทต่อวัน
  • ค่าจ้างไกด์ชาวบ้าน หารเฉลี่ย คนละ 150 บาทต่อวัน
  • ค่าอาหาร 3 มื้อ ประมาณคนละ 200 บาท ต่อวัน

ผู้ที่อยากจะชมความสวยงามของลำน้ำเงาและอยากทดลองตกปลาแบบ Fly Fishing
รับจำนวน 24 คน

  • เราจะล่องเรือจากบ้านสบโขงลงมาตามสายน้ำเงาจบที่บ้านแม่เงา เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน
  • พักค้างคืนริมแม่น้ำด้วยเต๊นท์ 2 คืน
  • คนที่เข้าร่วมต้องเตรียมอุปกรณ์แค้มปิ้งและอาหารไปเอง
  • คนที่มีเรือแคนูหรือคายัคของตัวเองสามารถใช้เรือของท่านเองเข้าร่วมได้เลย
  • คนที่ไม่มีเรือของตัวเอง สามารถเดินทางด้วยแพไม้ไผ่โดยจ้างชาวบ้านถ่อแพ ค่าซื้อแพประมาณ 1,500 บาท ค่าคนถ่อ คนละ 500 บาท ต่อคนต่อวัน แพหนึ่งนั่งได้ 2-3 คน แพมีจำนวนจำกัด
  • คนที่ไม่เคยตกฟลายฟิชชิ่งมาก่อน เราจะมี Class สอนให้ก่อนจะเริ่มตกปลา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันที่ 22 กันยายน ในพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ
  • แวะทดลองตกปลา 2 – 3 จุดระหว่างทาง
  • คืนที่ 3 พักที่บ้านแม่เงา โดยสามารถเลือกที่จะพักเต๊นท์ในพื้นที่อุทยาน, พื้นที่เอกชนบริเวณใกล้เคียง, หรือโรงแรมที่แม่สะเรียง (ห่างไป 40 กิโลเมตร) 
  • ผู้เข้าร่วมจะต้องเดินทางไปถึงบ้านแม่เงาในเช้าวันที่ 23 พฤศจิกายน และแนะนำว่าควรจะค้างที่แม่เงาหรือแม่สะเรียงในคืนวันที่ 25

ค่าใช้จ่าย

  • ค่ากางเต๊นท์ที่จ่ายให้หมู่บ้าน 
  • ค่าอาหารที่จ้างชาวบ้านทำมาเสริมเป็นบางมื้อ หารเฉลี่ย
  • ค่าแพและค่าถ่อแพ ประมาณ 4,500 บาท ต่อแพ
  • ค่าสนับสนุนการอนุรักษ์ปลาของหมู่บ้าน 300 บาท ต่อครึ่งวัน
  • ค่ารถรับส่ง และขนเรือ คันละ 2,000 บาท จ่ายให้กับชาวบ้าน

หากท่านสนใจ สามารถ ติดต่อเราได้ที่ Line ID: @Outdoor_Activity หรือ https://www.facebook.com/Thailandoutdoorflyfishing/ ส่งข้อความมาทาง inbox ได้เลยครับ

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading