Sunday, May 10, 2026
Homeความคิดและมุมมองจักรวาลที่ทับซ้อน

จักรวาลที่ทับซ้อน

-

คุณเชื่อมั๊ยครับว่า Parallel Universe หรือจักรวาลที่ทับซ้อนกันอยู่มีจริง ผมเริ่มเชื่อนะ

ตั้งแต่ปี 1954 นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Princeton นำเสนอทฤษฎีแหกคอกที่ช็อคผู้คนว่า มีจักรวาลที่เหมือนกับที่เราอยู่นี้เปี๊ยบ ขนานอยู่ในกาลเวลา โดยที่แตกสาขาไปจากจักรวาลที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ หรือบางทีจักรวาลที่เราอยู่นี้ก็อาจจะแตกตัวออกมาจากจักรวาลอื่นด้วยเหตุการบางอย่างที่มีผลลัพธ์ที่แตกต่าง (Alternate Outcome) เช่นอาจจะมีจักรวาลเส้นขนานที่ไดโนเสาร์ยังมีอยู่ขณะที่มนุษย์สูญพันธุ์ไป หรือ จักรวาลที่เยอรมันชนะสงครามโลก ฟังดูประหลาดมาก

ผมเริ่มมองเห็นจักรวาลเส้นขนานนี้ได้ลางๆ

หลายคนอ่านแล้วอาจจะเอาเข้าไปโยงเข้าไปสู่เรื่องศาสนา หรืออาจจะไปถึงเรื่องของไสยศาสตร์ เรื่องเหนือธรรมชาติไปโน่น ผมไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่ผมคิดว่าผมเจอเครื่องมือที่ใช้เดินทางสู่ Parallel Universe ได้สองสามอย่างแล้วครับ ลองตามผมมาเดินทางด้วยกันซิครับ


เรือหางยาวลำใหญ่พาเราลัดเลาะเข้าไปในลำคลองที่แทรกตัวไปสู่เทือกเขาเบื้องหน้า หมอกบางๆปกคลุมเขาที่เขียวขจีหนาแน่นไปด้วยไม้ใหญ่ สายลมเย็นที่พัดผ่านผิวหนังเราพาความสดชื่นเข้าไปถึงหัวใจ นกหลายตัวบินร่อนผ่าน สรรพเสียงของป่าดงดังแววมาจากสองข้างของลำน้ำ

เรือจอดเกยตื้นในตรงที่ลำน้ำนั้นไหลลงมาราวกับน้ำตกเล็ก เราปีนลงจากเรือ แล้วแยกย้ายกันเดินไปหามุมสงบของตัวเอง

ผมหมายตาไปที่โค้งน้ำที่สายน้ำไหลเอื่อยและปกคลุมไปด้วยร่มไม้ใหญ่ครึ้ม ผมค่อยๆคลานเข่าเข้าไป แล้วแคสสายฟลายส่งเหยื่อที่เป็นรูปแมลงตัวเล็กๆลงไปที่จุดนั้น

ทันใดนั้นผิวน้ำที่เรียบราวกับกระจกก็แตกกระจายเป็นฟองขาว

ผมเดินเลาะเลียบลำน้ำใสนั้น ที่หาดทรายเต็มไปด้วยรอยเท้าสัตว์ป่าประเภทเก้ง, กวางไปจนถึง กระทิง และช้าง น้ำที่ใสราวกับกระจกไหลโค้งไปมาตามร่องเขา ระหว่างที่เดินไปนั้นผมก็พิจารณาทุกส่วนของลำน้ำนั้นทั้งความลึก, ความเร็วของกระแสน้ำ, กอไม้ และร่องรอยอื่นๆแม้แต่แมลงตัวเล็กที่บินอยู่ใกล้ผิวน้ำ เพราะนั่นคือเครื่องหมายของปลาที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำนั้น

ผมนั่งลงมองธรรมชาติรอบตัว คงมีอีกไม่กี่ที่ในโลกนี้ที่ยังคงสภาพความสมบูรณ์เช่นนี้อยู่ การตกปลาแบบฟลายฟิชชิ่งในธรรมชาตินั้นพาเราเข้าไปสู่ธรรมชาติที่งดงามทั่วทุกมุมโลก ที่ที่เราไม่มีทางจะดิ้นรนไปหากไม่ได้ตกปลา หรือถ้าผ่านไปก็คงมองข้ามเดินเลยผ่านในไม่กี่วินาที

การใช้ความคิดที่จะอ่านเครื่องหมายต่างๆในธรรมชาติของการตกปลาแบบนี้ทำให้เราหลุดพ้นไปจากเรื่องวุ่นวายรกสมองอื่นๆทั้งหมด หากเพียงเราสามารถตัดกิเลสของการพยายามได้ปลาให้ได้จำนวนมากลง เพียงสักพักหนึ่งของการตกปลาในที่สวยงามเช่นนี้ จะทำให้สมองของเราตกตะกอนสงบนิ่ง เวลารอบตัวเราก็จะเดินไปอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่ง

เมื่อคิดย้อนออกไปสู่โลกที่คนส่วนใหญ่กำลังใช้ชีวิตกันอยู่อย่างสับสน, วุ่นวาย และรีบร้อนแล้ว ดูเหมือนว่าโลกนั้นจะอยู่ห่างไกลออกไปเหลือเกินราวกับเป็นจักรวาลที่ทับซ้อนขนานกันอยู่อย่างมิได้ต่อเชื่อมกัน


เราพายเรือแคนูล่องไปตามลำน้ำกว้างท่ามกลางป่าใหญ่ พระอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้นพ้นยอดไม้ส่องแสงอบอุ่นไปทั่ว เสียงนกยูงร้องมาไกลๆ นอกจากนั้นและเสียงลมแล้ว ทุกอย่างรอบตัวเราช่างเงียบสงัดจนเราได้ยินเสียงเรือแหวกน้ำไปเบาๆ และเสียงหยดน้ำที่หยดลงจากพายทุกครั้งที่เรายกขึ้น

ว่ากันว่า น้ำที่หยดลงจากพายก็เหมือนจะล้างความขุ่นมัวจากหัวใจเรา

หลายวันมานี้เราไม่ได้ทำอะไรมาก นอกจากพายเรือล่องตามน้ำ แดดร้อนก็ลงไปแช่ เห็นที่สวยๆก็แวะพักทำอาหาร เย็นค่ำก็จอดเรือตั้งแค้มป์ อาจจะหาอาหารที่ธรรมชาติแบ่งปันมาให้บ้าง

พอมืดลงกองไฟเล็กๆก็ให้ทั้งความสว่างและอบอุ่นให้ทุกคนล้อมวงเข้ามาแบ่งปันอาหาร, เหล้าป่า และเรื่องราวที่แต่ละคนได้พบเห็นกันมา ค่ำคืนก็งดงามไปด้วยมิตรภาพที่ปราศจากการเสแสร้ง, ดาวเต็มฟ้าและเสียงของสายน้ำที่ไหลขับกล่อมทั้งคืน

แคนูแค้มปิ้งเป็นการเดินทางที่พาเราออกไปอยู่กับความสงบ ลำน้ำบางสายไหลขนานอยู่กับถนนไม่ไกลนักแต่ก็มีป่าคั่นขวางอยู่จนทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ห่างไกลออกไปจากโลกที่เราคุ้นเคย หรืออาจจะไกลไปกว่านั้น

ในยามที่เรือแคนูล่องลอยไป น้ำใสรอบเรือมิเพียงสะท้อนเงาของเราและสรรพสิ่งรอบด้าน แต่หากยังสะท้อนความคิดให้แจ่มกระจ่าง ความคิดที่วุ่นวายและขุ่นมัวก็สลายไปพร้อมๆกับนำ้ที่หยดลงจากพายทุกครั้งที่ยกขึ้นเหนือน้ำ


พระอาทิตย์กำลังจะลับเหลี่ยมเขาเยื้องไปทางขวามือ ผมวางเป้แล้วนั่งลงมองวิวสุดสายตาด้านหน้าที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนนับไม่ถ้วน แทบไม่ต่างจากภาพที่ผมเคยเห็นเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน เวลาและการเปลี่ยนแปลงที่นี่ดูจะเดินอย่างเชื่องช้ากว่าจักรวาลที่ขนานกันอยู่มาก

มองดูแล้วนึกขำยิ่งนักที่คนจากในเมืองหลายคนมักจะใช้คำว่า “พิชิต” กับขุนเขาที่เขาตะเกียกตะกายขึ้นไปได้และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีบนนั้น ทั้งๆที่ขุนเขานั้นยังมีเรื่องราวอีกมากมายทั้งที่ผ่านมาและกลายเป็นตำนานและที่ยังคงดำเนินอยู่ต่อไป

ในป่ายังคงมีหมู่บ้านน้อยใหญ่กระจายกันอยู่ ชาวบ้านป่าล้วนจะเรียนรู้ที่จะร่วมกับป่าได้มานานมากแล้ว แต่คนเมืองอย่างผมการได้มาเดินป่าหลายๆวันให้มุมมองและความคิดที่แตกต่างจากชีวิตที่เคยอยู่ในเมืองไปมาก

ที่เชิงเขานั้น ผมนั่งสงบนิ่งอยู่นานไม่น้อย การหายใจของผมดูเหมือนจะเป็นไปอย่างสบายและเต็มปอดโดยไม่ต้องพยายาม ไม่มีอะไรที่ดูรีบร้อน ของที่จำเป็นต่อชีวิตก็เหลือเพียงไม่กี่ชิ้นที่มีติดตัว เรื่องราวที่เคยมองว่าเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ ความอยากได้อยากมีอยากเป็นที่เคยทับถมเมื่อมองจากมุมนี้ดูเหมือนจะเป็นไร้สาระสิ้นดี

ช่วงเวลานี้อาจจะเรียกว่าเวลาที่หลุดพ้น บางทีมันอาจจะเป็นเวลาที่เราหลุดพ้นสู่จักรวาลคู่ขนาน

ทฤษฎี Parallel Universe บอกว่าจะมีจักรวาลคู่ขนานเกิดขึ้น ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง หากเป็นเช่นนั้นจริงก็อาจจะมีตัวผมอีก version หนึ่งที่ยังอยู่ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ทับถมอยู่ใต้เรื่องราวที่ผมมองว่าไร้สาระ อยู่ในสังคมที่แก่งแย่งสะสมกันราวกับว่าจะมีชีวิตอยู่เป็นอมตะ ในขณะที่อีก Version ที่ผมได้ไปเดินถือคันเบ็ดฟลายอยู่ตามลำธาร, พายแคนูอยู่ในลำน้ำสวย, นั่งอยู่บนยอดเขา แล้วมานั่งเขียนบทความอยู่นี้

หากเป็นเช่นนั้นจริง ทุกคนก็คงสามารถตัดสินใจที่ทำความเปลี่ยนแปลงเพื่อนำตัวเราไปสู่จุดที่เราต้องการของจักรวาลคู่ขนานได้ไม่ยากเลย แล้วแต่ว่าคุณและผมจะตั้งใจจริงแค่ไหน

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

1 COMMENT

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading