Saturday, May 23, 2026
Homeความเชื่อที่บ้านขอบด้ง

ความเชื่อที่บ้านขอบด้ง

-

ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและเป็นคนที่สนใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวบ้านเลยเลือกไปใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ใกล้ๆชาวเขาเผ่ามูเซอดำที่บ้านขอบด้งอยู่สิบวัน จริงๆแล้วไม่ได้ถึงกลับไปอยู่กินนอนกับพวกเขาหรอกแต่พอดีคุณเจตน์ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเขาทำที่พักรีสอร์ทอยู่ติดกับหมู่บ้านเลยได้ไปใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับชาวเขาเผ่ามูเซอดำที่นั่น

บ้านขอบด้งเป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่ามูเซอดำที่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ลาหู่ (Lahu) อยู่บนดอยอ่างขางตรงเขตชายแดนไทย-พม่า ชาวเขาที่นี่ส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม บ้านที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเพิงยกพื้นคล้ายกระต๊อบทำด้วยไม้และเป็นหลังคามุงจาก ฝาผนังบ้านส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ไผ่ พวกเขาเลี้ยงสัตว์พื้นบ้านเช่น หมู ไก่ และหมา ซึ่งส่วนใหญ่จะเลี้ยงแบบปล่อยให้หากินเองในหมู่บ้าน หมูที่พวกเขาเลี้ยงจะเป็นหมูดำซึ่งหมูดำนี้จะต้องมีในหมู่บ้านแบบขาดไม่ได้ ส่วนที่เห็นในรูปข้างล่างเป็นรูปลูกหมูดำตัวเล็กๆที่กำลังน่ารักน่าชังเชียว

A4 112 (12-15-2557)a1ที่แปลกใจคือไปเจอควายที่นี่ แปลกใจเพราะที่นี่ไม่ได้ทำนาปลูกข้าวจึงไม่มีความจำเป็นต้องมีควายไถนา เข้าใจว่าชาวเขาบางคนซื้อควายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์มาเลี้ยงเพื่อให้พวกมันออกลูกออกหลาน พอลูกควายโตแล้วก็เอาไปขายเอากำไร

A5 ดอยอ่างขาง_245a

ชาวเขาที่นี่จะทำไร่สตรอเบอรี่กันเป็นส่วนใหญ่เพราะสตรอเบอรี่เป็นผลไม้ยอดฮิตของคนที่ขึ้นมาเที่ยวบนดอยอ่างขาง สตรอเบอรี่จึงทำรายได้ให้กับพวกเขาเป็นกอบเป็นกำ ถ้าไปที่บ้านขอบด้ง พอเข้าเขตหมู่บ้านก็จะเห็นไร่สตรอเบอรี่เป็นพื้นที่ใหญ่เต็มหุบเขา ช่วงที่ไม่ใช่หน้าสตรอเบอรี่พวกเขาก็จะปลูกพืชผักสวนครัวแทน

A6 427a1การที่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ใกล้ๆพวกเขาเลยได้เห็นว่าพวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร

ชาวเขาเผ่ามูเซอดำส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม แต่เทคโนโลยี่และความทันสมัยที่เกิดขึ้นในโลกก็เริ่มทำให้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไป เดี๋ยวนี้ชาวเขามีโทรศัพท์มือถือใช้ หลายบ้านมีจานดาวเทียมดูโทรทัศน์ หลายคนมีมอเตอร์ไซด์ใช้ บางคนมีรถกระบะไว้บรรทุกของ บางคนเริ่มมีบ้านตึกอยู่แทนบ้านไม้กระต๊อบแล้ว หรืออย่างน้อยหลังคาก็เปลี่ยนเป็นหลังคากระเบื้องแล้ว

เคยอ่านเจอว่าชาวเขาเผ่ามูเซอดำมีความเชื่อและนับถือผี พวกเขามีความเชื่อว่าเมื่อใดก็ตามที่คนในหมู่บ้านเกิดล้มป่วยลง นั่นเป็นเพราะผีบ้านหรือผีเรือนของพวกเขาโกรธหรือไม่พอใจ การที่จะทำให้ผีบ้านหรือผีเรือนหายโกรธหายไม่พอใจ พวกเขาจะต้องล้มหมูหลายตัวเพื่อนำไปบูชาผีบ้านผีเรือน พวกเขามีความเชื่อว่าทำเช่นนี้แล้วคนที่ล้มป่วยก็จะหายเป็นปกติ

มันเป็นความเชื่อที่มีมานาน สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่ก็เคยคิดว่าความเชื่อเรื่องผีของพวกเขาคงจะหายไปกับความทันสมัยต่างๆที่ได้เข้ามาในชีวิตของพวกเขา เพราะเทคโนโลยี่การสื่อสารเดี๋ยวนี้ทำให้พวกเขาเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารเหมือนคนในเมืองได้อย่างฉับไวและรวดเร็ว จนกระทั่งวันหนึ่งผมเดินเข้าไปในหมู่บ้าน แล้วไปเจอภาพที่ทำให้ผมรู้ว่าความเชื่อเรื่องผีของชาวเขาเผ่ามูเซอดำยังคงมีอยู่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด

A7 130a

ช่วงประมาณบ่ายสี่โมงของวันนั้นผมเดินเข้าไปในหมู่บ้านแล้วเห็นคนในหมู่บ้านเยอะมากผิดปรกติ เห็นคนหลายคนกันช่วยเอาท่อนไม้มาจุดฟืนก่อไฟจนควันโขมงเต็มไปทั่วหมู่บ้าน เห็นแล้วก็แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็เลยเดินไปตรงที่มีคนกลุ่มใหญ่กำลังมุงทำะไรกันอยู่ สิ่งที่ได้ไปเห็นได้ไปเจอมันเป็นภาพที่ไม่ค่อยน่าดูเท่าไร เห็นชาวเขากำลังช่วยกันจับหมูดำสี่ห้าตัวมัดแข้งมัดขาและมัดปาก แล้วช่วยกันหิ้วหมูไปเชือด ผมไม่กล้าเดินตามไปดูหรอก เพราะตอนที่เดินไปเจอเหตุการณ์ตอนนั้นยังรู้สึกงงและตื่นเต้นว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขากำลังจะทำอะไรกับหมูพวกนี้ (มาทราบทีหลังว่าเป็นเพราะมีคนในหมู่บ้านเกิดล้มป่วย ก็เลยมีการล้มหมูเพื่อบูชาผีบ้านผีเรือน)

A9 131a

ลังเลอยู่นานว่าควรจะเดินหนีออกไปนอกหมู่บ้านหรืออยู่ดูต่อเพราะจู่ๆก็มาเจอแบบนี้ ใจหนึ่งก็บอกให้เดินออกไปจากที่นี่เถอะเพราะไม่อยากทนเห็นพวกหมูถูกเชือดถูกฆ่าอย่างทรมาน ใจหนึ่งก็บอกว่าสิ่งที่เห็นอยู่นี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้หาดูได้ง่ายๆควรจะอยู่ถ่ายรูปต่อเพราะมันเป็นวิถีชีวิตของพวกเขา

A11 132a

ถ้าเป็นคุณหล่ะ ถ้าไปเจอแบบที่ผมเจอ คุณจะทำอย่างไร

หลายคนคงจะบอกว่าถ้าเป็นตัวเองคงจะเดินหนีไปให้ไกลจากที่นั้นเพราะไม่ต้องการเห็นความทารุณที่ป่าเถื่อน ซึ่งนั่นน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกสำหรับหลายๆคน

ส่วนผมตอนนั้นลังเลอยู่พักหนึ่งแล้วก็ตัดสินใจอยู่ดูต่อ ใจหนึ่งก็สงสารหมู จริงๆก็ไม่อยากเห็นภาพที่ไม่น่าดู เห็นแล้วมันหลอนติดตาจริงๆ ช่วยอะไรพวกหมูก็ไม่ได้ แต่อีกใจหนึ่งก็ยังอยากอยู่ดูต่อเพราะรู้ว่านี่มันเป็นวิถีชีวิตของชาวเขาที่ทำกันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายายของพวกเขาซึ่งเราไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรมันได้

A13 133a

แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองผิดยังไงไม่รู้ที่ตัดสินใจอยู่ดูต่อ เพราะนอกจากจะอยู่ดูต่อแล้วยังเข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆด้วย แม้กระทั่งวันนี้ยังรู้สึกผิดอยู่เลย รูปที่ถ่ายมาก็ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าควรเอามาให้คนดูหรือไม่ ที่ต้องคิดแล้วคิดอีกเพราะรูปที่ถ่ายนั้นค่อนข้างจะดูน่ากลัวสำหรับคนบางคนและส่วนใหญ่คงจะไม่ค่อยอยากดูรูปแบบนี้ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจแบบเข้าข้างตัวเองว่ามันเป็นเรื่องวิถีชีวิตของชาวเขาที่อาจจะมีคนบางคนอยากได้รู้ได้เห็นเพราะไม่เคยได้ไปเห็นด้วยตาตนเอง

รูปที่เอามาให้ดูผมได้ทำเป็นรูปขาวดำ เพราะถ้าเอารูปสีมาให้ดูรูปบางรูปอาจจะดูน่ากลัวเกินไปสำหรับคนบางคน

ผมคงเขียนบทความไว้สั้นๆเท่านี้ ที่เหลือจะเป็นรูปที่ถ่ายไว้พร้อมคำบรรยายประกอบรูปบางรูปเท่านั้น

A15 134a

สงสารหมูเขานะ ไม่อยากเห็นพวกเขาถูกฆ่า แต่พวกเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของชาวเขาไปแล้ว คล้ายกับวิถีชีวิตของชาวจีนที่ทุกวันตรุษจีนและวันสาร์ทจีนจะต้องมีการฆ่าหมูเป็ดไก่เซ่นไหว้เจ้าและบรรพบุรุษ

A19 222a1

เนื่องจากการฆ่าหมูเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของชาวเขาเผ่ามูเซอดำ จึงเป็นเรื่องปรกติที่จะเห็นเด็กๆอยู่ในบริเวณที่ทำการฆ่าหมูในหมู่บ้าน

A23 149a

ภาพหลายๆภาพไม่รู้จะบรรยายอย่างไรดี ถ้าใครยังมีใจที่กล้าพอที่จะดูรูปที่เหลือก็ขอให้ดูรูปกันเองนะครับ

A25 142a1

A33 154a

สมุนไพรถูกยัดใส่่ท้องหมูให้เต็มก่อนนำเอาหมูไปย่างบนกองไฟ

A41 145a1

A47 061a1

A53 086a1

ในรูปข้างบน เด็กผู้หญิงอยากดูการย่างหมูเลยปีนขึ้นไปดูบนหลังคา

A65 104a

A71 116a3

A77 136a

A81 074a

A83 160a

A89 102

ชายคนนี้พาลูกชายมาดูการย่างหมูบนกองไฟอย่างใกล้ชิด

A95 195a2

A101 201a1

A107 230a1

ผู้เฒ่านั่งมองการเชือดหมูและการย่างหมูอย่างอารมณ์ดี

A113 214a

A129 192a2

ชายคนนี้ดูมีความสุขมาก ย่างหมูไป ยิ้มและหัวเราะไป

A135 181a

A241 187a

A247 247a

A253 243a1

A257 242a

A259 260a1

A265 241a

A271 259a3                                              สงสารหมูจัง จะไม่กินหมูอีกแล้ว

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

ของหวานที่ดีต่อใจ

ขนมน้ำแข็งใส “หวานจาก เค็มเคย” ถ้วยเดียว เราไม่เพียงจะได้ชิมรสชาติที่หวานผสมเค็มอย่างกลมกล่อมแตกต่าง แต่ค่าขนมของเรายังถูกส่งต่อไปอุดหนุนแหล่งผลิตอาหารพื้นบ้านที่กำลังจะสูญหายไปถึง 5 ชุมชน ใน 4 จังหวัด เป็นการทำอะไรดีๆด้วยการกินของอร่อย โดยที่ไม่ต้องออกแรงเดินทางไปไกลเลย เพราะมีคนลงแรงไปทำแทนเราแล้ว ขณะที่สังคมไทยหมุนวนอยู่กับความขัดแย้งทางการเมืองที่ถกเถียงกันทุกเรื่องยกเว้นที่จะแย่งกันทำให้ความเป็นอยู่ของคนไทยดีขึ้น ในเบื้องหลังเงียบๆ มีคนตัวเล็กๆ ร้านขนมเล็กๆ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือชุมชนที่มีมรดกทางอาหารล้ำค่าของประเทศเราให้คงอยู่ได้ด้วยการเพิ่มคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นและพยายามแปรรูปออกมาให้คนเมืองอย่างเราเข้าถึงได้ง่ายขึ้น “หวานจาก เค็มเคย”  คือตัวอย่างที่ดี ในขนมแสนอร่อยถ้วยเดียวนี้มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมดอกจากของบ้านขนาบนาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ให้รสหวานแบบกลมกล่อมเพราะเจือเอาความเค็มนิดๆมากจากน้ำกร่อยในถิ่นกำเนิดของมันมาด้วย ลูกจากที่มาจากฉะเชิงเทรา โมจิทำด้วยข้าวฝ่างจากสกลนคร...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading