Sunday, April 5, 2026
Homeชีวิตและการเดินทางแคนูแค้มปิ้งลำน้ำน่าน

แคนูแค้มปิ้งลำน้ำน่าน

-

เรื่อง: ธัชรวี หาริกุล
ภาพ: นัท สุมนเตมีย์

“ล่องแก่งแม่น้ำน่านที่พ่อเคยไปนะ สวยมาก สองข้างลำน้ำเป็นป่าตลอดทาง น้ำใสมองเห็นพื้นล่าง ปลาเยอะแยะหากินได้แทบทุกมื้อ ที่นอนก็เป็นหาดทรายสวย ตอนเช้าๆมีนกยูงลงมารำแพนให้เห็นเลย”

ผมได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับการล่องแก่งแม่น้ำน่านมาตั้งแต่เด็กเป็นเวลาหลายสิบปีจนรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นนิยายปรัมปะรา


เท่าที่จำความได้ พ่อพาเพื่อนๆไปล่องแก่งที่น่านกันหลายครั้ง แต่ผมด้วยความที่เป็นลูกชายคนเล็กที่ห่างจากพี่ๆมากจึงเด็กเกินไปที่จะไปด้วย ทุกครั้งพี่ๆและลุงๆทั้งหลายกลับมาถึงก็จะมีเรื่องเล่ามากมายมาฝากเด็กน้อยที่นั่งคอยอยู่ที่บ้าน

เมื่อผมโตขึ้น พื้นที่ป่าในจังหวัดน่านก็กลายเป็นพื้นที่อันตรายของความขัดแย้งทางการเมืองอยู่นับสิบปี หลังจากนั้นเมื่อถามพ่อเกี่ยวกับเส้นทางสายนี้ พ่อก็บอกว่าคนที่มีเรือพาเที่ยวได้ต่างก็เลิกรากันไปหมดแล้ว

จนถึงตอนนี้ พ่อจากผมไปสองปีแล้ว ผมเองตระเวนไปทั่วสารทิศแต่กลับไม่เคยไปล่องน้ำน่าน ลำน้ำที่ฝังใจอยากไปมาแต่เด็ก

หากแต่ว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีข่าวคราวของน้ำสายนี้ว่าเปลี่ยนแปลงไปเช่นใด เพื่อนๆพ่อที่เคยไปเที่ยวด้วยกันก็จากไปหมดแล้ว รุ่นที่เด็กหน่อยก็ไม่มีใครจำได้ว่าเดินทางไปที่ไหนอย่างไรบ้าง ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้ของผม โดยส่วนตัวแล้ว เปรียบเสมือนการออกไปตามหาบางสิ่งบางอย่างในนิยายปรัมปะรา ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ามันจะยังคงมีอยู่จริง

1. สายน้ำที่ถูกลืม

ผมเข็นเรือแคนูลำใหม่สีแดงสดออกจากฝั่งแล้วกระโดดขึ้นเรือ พร้อมกับชูพายขึ้นและตะโกนลั่นลำน้ำ

“ไปแล้ว” ดูเหมือนว่านี่จะเป็นประเพณีของพวกเราที่กระทำเพื่อปลุกปลอบใจให้ฮึกเหิมทุกครั้งที่ออกสำรวจลำน้ำใหม่ๆ

_MG_9753

หมู่บ้านพระเนตรในเขตอำเภอเวียงสา เป็นหมู่บ้านสุดท้ายบนลำน้ำน่านก่อนจะไหลผ่านเข้าไปสู่ป่าใหญ่ ในทริปนี้เราโชคดีที่ได้ชาวบ้านพระเนตรสามคน พี่จร, ลุงเสริม และเจ้าโหน่งมาเป็นเพื่อนร่วมทางพาเราไป

สายน้ำน่านในช่วงแรกไหลเอื่อยผ่านไร่นาสองข้างทาง ชาวบ้านที่ตากแหตากตาข่ายอยู่ริมน้ำต่างโบกมือทักทายเรา

_MG_9870

คณะของเรามีกันทั้งหมด 8 คนออกเดินทางกันมาด้วยเรือแคนูสามลำและเรือคายัคอีกหนึ่งลำพร้อมด้วยข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดที่เราจะไปแค้มป์กันในเวลาสามวันสองคืนตลอดลำน้ำนี้

“ลุงครับ ทำไมตอนนี้หน้าแล้งแล้ว น้ำยังขุ่นอยู่เลย ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆมาเล่นน้ำ น้ำน่านใสมากจนมองเห็นพื้นล่าง”  ผมถามลุงเสริมหลังจากสังเกตน้ำรอบๆตัว

“เดี๋ยวนี้มีท่าดูดทรายตั้งแต่ในเมืองจนมาถึงเวียงสานี่ ถ้าตอนสงกรานต์เขาหยุดดูดทรายไม่กี่วันน้ำก็ใสเหมือนเมื่อก่อน” คำตอบนั้นทำให้เข้าใจได้ถึงความเปลี่ยนแปลง

พายเรือออกจากหมู่บ้านมาราวชั่วโมงเศษ บรรยากาศสองข้างทางเร่ิมเปลี่ยนเป็นป่ามากขึ้นและเราก็ได้มาพบกับแก่งแรก

“แก่งนี้ชื่อแก่งพวก  เรือพวกผมมาล่มกันตรงนี้หลายลำแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะล่มตอนขาขึ้นทวนน้ำ ขาล่องแบบนี้ไม่เท่าไหร่หรอก”​ลุงเสริมนายท้ายเรือของผมบอก

_MG_9941

เรือโยนไปตามคลื่นที่ทำให้เห็นราวกับว่าแม่น้ำทั่งสายกำลังเดือด น้ำสาดเข้าเรือพอให้เปียกกันบ้าง แต่เรือของเราผ่านแก่งพวกไปทีละลำโดยที่ไม่มีใครลงไปว่ายน้ำเล่น ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะฝีมือการพายเรือของพี่จรและเจ้าโหน่งที่เป็นฝีพายเรือแข่งประจำหมู่บ้าน ส่วนลุงเสริมนั้นก็ช่ำชองลำน้ำสายนี้มามากกว่าใครเพื่อน

_MG_0969

แม่น้ำน่านเคยเป็นเส้นทางหลักทางเดียวที่จะไปมาหาสู่เมืองน่านได้ก่อนที่จะมีถนน ผู้เดินทางจะต้องล่องผ่านแก่งมากมาย ใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางถึงเมืองอุตรดิตถ์ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางใต้ลงไป เมื่อถนนสะดวกขึ้นย่นเวลาเดินทางเหลือเป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมงและมีเขื่อนสิริกิตติ์ขวางลำน้ำ เส้นทางนี้ก็ถูกลืมเลือนจนแทบจะไม่มีใครผ่าน เช่นเดียวกับสายน้ำอื่นๆอีกมากมาย

เราพายเรือเกาะหมู่คุยกันเฮฮาไปเรื่อยสลับกับการล่องแก่งต่างๆเป็นระยะๆ แก่งค้าเป็นแก่งใหญ่อีกแห่งสร้างความตื่นเต้นให้กับพวกเรา จนเรือแคนูลำหนึ่งเกือบจะเอียงคว่ำ แม้จะรอดมาได้อย่างปลอดภัยแต่ก็รับน้ำเข้าไปเกือบเต็มลำเรือ

ก่อนเย็นวันนี้เราจอดเรือปลงแค้มป์กันที่ “เกาะละกอ” เกาะกลางน้ำที่มีหาดทรายเรียบอยู่ทางหน้าเกาะและแก่งเล็กสองข้างซ้ายขวา ห้อมล้อมไว้ด้วยป่าใหญ่สองข้างลำน้ำ สายน้ำน่านที่จุดนี้ใสขึ้นบ้างเพราะห่างไกลมาพอควร

IMG_5905

หลังจากจัดเตรียมแค้มป์ ผมและมิตรสหายนั่งลงแช่น้ำท่ามกลางสายแดดยามเย็นที่กำลังจะลับเหลี่ยมเขา ผมนอนลงปล่อยให้น้ำไหลผ่านทุกส่วนของร่างกายพัดพาเอาความร้อน, ความเหนื่อยล้า หรือแม้แต่ความทุกข์ความกังวลทั้งหลายออกไปจากตัวและจากใจ เวลาเช่นนี้คือช่วงเวลาที่ผมชอบที่สุดของการเดินทางไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าหรือล่องเรือ

เมื่อลุกขึ้นนั่งผมสัมผัสได้ถึงความสงบของธรรมชาติรอบๆตัว จะมีก็เพียงเสียงนกร้อง, เสียงน้ำไหล และเสียงปลาที่กระโดดขึ้นผิวน้ำเป็นครั้งคราว ทุกครั้งที่ได้สัมผัสบรรยากาศเช่นนี้ผมจึงเข้าใจได้ว่าทำไมผมจึงต้องดั้นด้นออกมานอนกลางดินกินกลางทรายอยู่ร่ำไป

_MG_0259

ดูเหมือนผมจะค้นพบแล้วว่าแคนูแค้มปิ้งเป็นการเดินทางที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการแสวงหาความสุขสงบท่ามกลางธรรมชาติ และยังมีสายน้ำอีกมากมายในประเทศไทยที่รอจะให้เราเที่ยวและสำรวจเส้นทาง

_MG_0282

2. แม่น้ำแห่งชีวิต

พี่จรและโหน่งพายเรือออกไปเก็บข่ายที่วางไว้ไม่ห่างจากแค้มป์ตั้งแต่เมื่อคืน

พอกลับเข้าฝั่งมาก ก็ได้ปลาตะเพียนแดง, ปลาสร้อยตัวโตๆ และปลาตะโกก มาพอที่จะให้เราเป็นอาหารสดกันในวันนี้

IMG_5995

“ช่วงหน้าแล้งนี่ผมก็ออกมาหาปลาเกือบทุกวันนะ ก็มีแต่หมู่บ้านผมนี่แหละที่หาปลากินกันอยู่ในแม่น้ำน่าน” พี่จรเล่าให้ฟังขณะที่นั่งแกะปลาออกจากข่าย แม่น้ำน่านสายนี้หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้านพระเนตรทั้งไร่นาและเป็นแหล่งอาหารมาเนิ่นนาน

IMG_6024

เส้นทางในวันที่สองนี้เราผ่านป่าลึกเข้าไปเรื่อยๆ ไม่มีไร่ข้างทางให้เห็น การเดินทางยามเช้าให้โอกาสเราสัมผัสความสงบและงดงามของลำน้ำน่าน  หมอกจางๆปกคลุมลำน้ำและเนินเขาสอง

ข้างปรากฏเป็นภาพงามอยูรอบตัว เสียงนกร้องระงมไปทั้งป่าสองข้างทาง สลับด้วยเสียงขันของไก่ป่าเป็นระยะๆ เงียบเสียจนเราได้ยินเสียงเรือแหวกน้ำดังราวกับน้ำไหลรินจากซอกเขา, เสียงพายที่จ้วงน้ำ หรือแม้กระทั่ง เสียงหยดน้ำที่หยดจากพาย

ในสภาวะเช่นนี้ความเงียบสงบภายในย่อมเกิดขึ้นพร้อมๆกับภายนอก และเป็นโอกาสเหมาะที่เราจะได้รับฟังความฝันที่ซ่อนอยู่ในใจเราเองบ้าง

“ตรงนี้ชื่อแก่งชะลัง” ลุงเสริมบอกเมื่อเราผ่านแก่งเล็กๆแห่งหนึ่ง สองข้างเป็นหาดทราย หนานุ่มน่านอนพักไม่ใช่น้อย

_MG_0953

“ตรงนี้นกยูงมักจะออกมาให้เห็นเป็นประจำ แต่ต้องเช้าๆกว่านี้หน่อย ถ้าพายเรือกันมาเงียบๆได้เห็นแน่”​ลุงเสริมชี้ไปที่หาดกว้างสองข้างแก่ง ดูเหมือนเรื่องเล่าจากพ่อเมื่อเกือบสี่สิบปีก่อนยังคงจะมีเหลืออยู่ให้ค้นหา

เราแวะจอดข้างทางเพื่อให้ลุงเสริมได้กรอกน้ำที่ไหลรินมาจากลำห้วย ในยามหน้าแล้งเช่นนี้ลำห้วยสายย่อยที่ไหลมาลงสู่แม่น้ำน่าน ต่างแห้งเหือดไปเกือบหมดแล้ว จะมีเพียงบางห้วยเท่านั้นที่ยังพอมีน้ำซึมผ่านทรายออกมาให้ต่อกระบอกต่อรางไว้ให้คนผ่านทางได้ดื่มกิน

สายลมเย็นพัดสวนทางมาทำให้ต้องเพิ่มแรงพายอีกไม่น้อย แต่ก็เพิ่มความสดชื่นให้กับเราในยามที่แดดส่องจ้าขึ้นเรื่อยๆ

ปลาขึ้นจิบน้ำให้เห็นตลอดทาง สังเกตจากวงน้ำที่แตกกระจายพอทำให้ผมตาดเดาได้ว่าแต่ละตัวมีขนาดใช้ได้ทีเดียว

“ปลาเยอะจริงๆครับ” ผมพูดขึ้น

“ก็พอหากินได้ไม่เคยขาดนะ ยิ่งมาปีนี้ปลาเยอะมาก น้ำจากในเขื่อนล้นสูงขึ้นมาท่วมแก่งหลวง ปลาในเขื่อนเลยว่ายย้อนขึ้นมาทางเหนือน้ำได้เยอะ พวกผมพอได้หากินกัน” ลุงเสริม นายท้ายเรือของผมตอบมาเรียบๆ

_MG_0923

เรือหาปลาที่เป็นคนบ้านเดียวกับลุงเสริมวิ่งสวนมาและหยุดทักทาย สอบถามว่าพวกเราจะไปเที่ยวไหนกัน

“พาเปิ้นไปแอ่วแก่งโน้น” ผมเห็นรอยยิ้มเต็มลำเรือเมื่อลุงเสริมบอกว่าเราจะไปไหน ภาพคนพายเรือไปเที่ยวแก่งไกลโพ้นยังเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีให้เห็นในแม่น้ำน่านตอนนี้

ผมมองเห็นปลาแทบจะเต็มท้องเรือ ทั้งปลาคัง และปลากรายตัวใหญ่ๆ,ปลากาดำตัวอ้วนพี และยังมีปลาสร้อยอีกเต็มถุงใหญ่ ว่าก็ว่าเถอะผมไม่เคยเห็นปลาสร้อยที่ไหนตัวโตเท่าที่นี่มาก่อน

ก่อนแยกจากกันคนในเรือก็ส่งปลากาดำตัวโตให้เราไปเป็นเสบียงหนึ่งตัว การแบ่งปันและความสัมพันธ์ที่งดงามเช่นนี้ดูเหมือนจะหาได้ยากมากแล้วในสังคมของเมืองใหญ่

แก่งกระโทยเป็นแก่งที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของลำน้ำช่วงนี้ แก่งที่กว้างและเต็มไปด้วยหินก้อนย่อมๆ จนทำให้น้ำที่ใสอยู่แล้วนั้นเป็นประกายระยิบระยับเมื่อต้องแสงแดดเกิดเป็นทิวทัศน์ที่งดงามนัก

_MG_0965

_MG_0525

“นั่นไงผาชู้” ลุงเสริมชี้ให้ดูยอดเขาสูงที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวโด่งดังแห่งหนึ่งของจังหวัดน่านในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ผมเองก็เคยยืนอยู่ที่นั่นและมองลงมาเห็นแม่น้ำน่านทางเบื้องล่างพลางสงสัยว่านี่คือแม่น้ำน่านที่พ่อเคยเล่าให้ฟังหรือเปล่า การเดินทางครั้งนี้ก็ให้โอกาสเราได้มองเห็นผาชู้ด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไป

_MG_0665

ผ่านแก่งมาไม่นานเราก็มาถึงผาขวาง แนวหินใหญ่ที่ขวางลำน้ำให้เปลี่ยนทิศอ้อมโค้งไปรอบหิน เมื่อปีนขึ้นไปก็เป็นจุดชมวิวในมุมสูงที่สามารถมองเห็นลำน้ำน่านไปจนสุดสายตา ในขณะที่ร่มเงาของไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามผาขวางก็เป็นมุมพักผ่อนให้เราลงเล่นน้ำและผูกเปลนอนเอาแรงกันอีกพักใหญ่

_MG_0510

เย็นวันนั้นเราปลงแค้มป์กันที่ “วังแคว่น”  ที่มีหาดทรายนุ่มหนาให้เรากางเต๊นท์นอนกันอย่างสบาย

สุงเสริมก่อไฟนึ่งข้าวเหนียว ขณะที่พี่จรหั่นปลากาดำตัวใหญ่ โหน่งก็เอาปลาสร้อยตัวเขื่องๆที่ได้มาเสียบไม้ปิ้งกับกองไฟ

_MG_0707

_MG_0219 _MG_0822

เราล้อมวงกันบนหาดริมน้ำและข้างกองไฟ

“ข้าวเหนียวนี่จากนาผมเองนะ” พี่จรวางกระติบใส่ข้าวเหนียวที่สุกมาร้อนลงข้างหน้า

ปลากากลายมาเป็นแกงส้มและลาบปลารสเด็ด ปลาสร้อยปิ้งหอมกรุ่นถูกรูดลงจากไม้มาที่กลางวง

“นี่ครับเกลือจากบ่อเกลือเมืองน่าน” พี่จรวางเกลือหนึ่งกำมือลงข้างๆปลา

เกลือจากแหล่งธรรมชาติในอำเภอบ่อเกลือของจังหวัดน่านนั้นรสชาติต่างไปจากเกลือทะเลที่เราคุ้นเคย ยิ่งจิ้มเข้ากับปลาย่างใหม่ๆหอมกรุ่นและข้าวเหนียวร้อนๆแล้วยิ่งเข้ากันดีเหลือเกิน จนคุณบี เชฟใหญ่ของเราจากเมืองกรุงยังปฏิเสธที่จะเอากับข้าวที่เตรียมมาออกมาทำ

เราเข้าล้อมวงกันราวกับญาติมิตร คว้าข้าวเหนียวมาปั้น แบ่งปลาปิ้งให้แก่กัน และซดน้ำแกงจากหม้อใบเดียวกัน การที่พายเรือด้วยกันมาแล้วสองวันดูเหมือนจะทำให้ช่องว่างที่มีอยู่อย่างเห็นได้ชัดในวันแรกที่เราได้พบเจอกับเพื่อนชาวบ้านพระเนตรเริ่มลดน้อยลง

_MG_0267

อาหารริมน้ำน่านมื้อนั้นล้วนแล้วแต่มาจากความเอื้ออาทรของธรรมชาติที่ยังคงอยู่ หากเพียงเราไม่โลภจนทำร้ายธรรมชาติด้วยการตักตวงกันจนเกินไป วิถีชีวิตที่พึ่งพาธรรมชาติอย่างเรียบง่ายและงดงามเช่นนี้ก็คงจะดำรงอยู่และมีโอกาสให้คนเมืองได้ไปสัมผัสบ้าง

“พ่อผมเคยมาล่องแก่งที่นี่ตั้งแต่ปี 2517 เล่าให้ผมฟังมาตลอดว่าป่าที่นี่สวยมาก ตอนนั้นป่าน่าจะทึบกว่านี้มากซิครับ” ผมถามลุงเสริมผู้ที่อยู่กับลำน้ำน่านมาตลอดชีวิต

“โอ้ ทึบกว่านี้มากเลยคุณ สัตว์ป่าก็เยอะมาก สมัยนั้นผมกำลังเป็นหนุ่มก็มาหาปลาตลอดแม่น้ำนี่แหละ”

จากที่ผมเห็นป่าสองข้างทางลำน้ำโปร่งโล่งไปมาก ในช่วงต้นของการเดินทางหลายแห่งกลายเป็นไร่ข้าวโพด ในปีนี้ที่ข้าวโพดราคาดีดูเหมือนว่าไร่ก็จะคืบคลานเข้ามาอีก

“สัตว์ป่าเดี๋ยวนี้ก็ยังมีให้เห็นนะ เก้ง กวาง เลียงผา ยิ่งหมูป่า ไก่ป่านี่เยอะมาก นกยูงก็เห็นลงมาริมน้ำกันอยู่บ่อยๆ เดี๋ยวนี้เป็นเขตอนุรักษ์แล้ว ดูเหมือนสัตว์จะกลับเยอะขึ้นมามาก ถ้าเราพายเรือมาเงียบๆอย่างนี้ตอนเช้าๆน่าจะมีโอกาสเห็นได้บ้าง” ลุงเสริมกล่าวต่อ

แม้จะประกาศพื้นที่เป็นเขตอนุรักษ์แต่นั้นรักษาพื้นที่ป่าไว้ได้ก็ไม่ได้แก้ปัญหาปากท้องของชาวบ้านที่ต้องอยู่ต้องกินในโลกที่ “ค่าครองชีพ” สูงขึ้นทุกวัน ทุกอย่างในเขตอนุรักษ์ดูเหมือนจะเป็นสิ่งต้องห้ามไปหมดจนคนในพื้นที่ย่อมต้องสงสัยว่าอนุรักษ์ไว้ให้ใครและเขาผู้ที่เคยพึ่งพาอาศัยธรรมชาติมาตลอดจะได้อะไรจากมัน คำถามเช่นนี้หากไม่มีคำตอบย่อมนำไปหาความขัดแย้งบนความย่อยยับของธรรมชาติ

หากจัดการให้ดี การท่องเที่ยวด้วยการล่องเรือพายและแค้มปิ้งจะสามารถพาคนเข้ามาชื่นชมธรรมชาติของน้ำน่านโดยไม่ต้องก่อสร้างอะไรให้ทำลายความงามของลำน้ำสายนี้ หากการล่องเรือนี้สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ นั่นก็ย่อมเป็นเหตุผลที่ดีที่จะทำให้ทุกคนช่วยกันรักษาธรรมชาติที่ยังเหลืออยู่ให้ยั่งยืน

_MG_0736

ในเวลาเกือบสี่สิบปีที่ผ่านมา น้ำน่านอาจจะเปลี่ยนไปบ้างแต่ก็ดูเหมือนจะไม่มากนัก แต่ในช่วงเวลาที่เนิ่นนานเช่นนั้น โลกภายนอกได้เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้  ผมได้แต่หวังว่าการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำน่านต่อจากนี้ไปจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

3. สายน้ำที่เห็นและเป็นไป

เราพายเรือเกาะกลุ่มกันไปคุยกันไปท่ามกลางแสงแดดอ่อนของยามเช้าและเสียงต่างๆของธรรมชาติที่อยู่รอบตัว  เราเหลือระยะที่ต้องเดินทางกันอีกไม่ไกลแล้วในวันนี้

_MG_0915

“สวยมากนะ น่าแปลกใจที่ทำไมไม่มีคนมาเที่ยวเลย” คุณนัท ช่างภาพของเราชื่นชมกับทิวทัศน์ที่งดงามเบื้องหน้า

“ก่อนมา ผมเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าที่นี่จะสวยนะเพราะไม่เคยใครพูดถึงมาก่อนเลย แต่พอมาแล้วประทับใจมากเลย ไม่ใช่แค่วิวนะ แต่มีเรื่องราว มีชีวิต ลงตัวมากๆ” คุณบีผู้ซึ่งพายคายัคเดี่ยวมาตลอดสามวันเห็นด้วย สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้นก็เพราะมิตรภาพที่ได้รับจากเจ้าถิ่นอย่างพี่จร, ลุงเสริมและโหน่งที่ช่วยให้เราได้สัมผัสชีวิตจริงๆของลำน้ำแห่งนี้

_MG_0875

“อืมม์ ผมว่ามันมันขึ้นกับวิธีที่เราเดินทางด้วยนะ ถ้าคนมาเที่ยวด้วยเรือเครื่อง ก็คงไม่ทันได้เห็นไม่ทันได้รับรู้ความงามที่อยู่รอบๆตัว เสียงเครื่องที่ดังก็คงกลบเสียงธรรมชาติรอบตัวไปหมด” นั่นคือข้อสังเกตของผมเอง และนั่นคือเหตุผลที่ผมเลือกที่จะพายเรือเที่ยว

“มันก็เหมือนการใช้ชีวิตนั่นแหละ รีบไปก็ถึงเร็ว แต่ไม่ทันได้ชื่นชมอะไร” อันนี้ผมไม่ได้พูดแค่บอกกับตัวเองในใจ

“ข้างหน้านี่แก่งระยาง ผมว่าหัวหน้่าเก็บกล้องก่อนดีกว่า แก่งนี้ผมเรือมาล่มสองครั้งแล้ว” ลุงเสริมเตือนผมก่อนที่เราจะเข้าแก่งเบื้องหน้า

แก่งระยางเป็นแก่งที่ยาวหลายร้อยเมตร ยาวที่สุดตั้งแต่เราล่องแม่น้ำน่านมา กระแสน้ำไหลคดโค้งไปตามแนวหิน แต่เราผ่านกันไปได้ด้วยความตื่นเต้นพอให้เลือดสูบฉีด

_MG_0934

เราพายเรือกันอีกพักใหญ่ก็เริ่มเห็นถนนที่ลัดเลาะลงมาจากไหล่เขา ลุงเสริมก็ชี้ไปที่โค้งน้ำข้างหน้า

“นั่นถึงแก่งหลวงแล้ว ต้องจอดตรงนี้แหละ ไปต่อไม่ได้แล้ว”

ตามที่ชื่อบอก แก่งหลวง คือแก่งใหญ่ขวางลำน้ำน่าน ก้อนหินใหญ่และแนวผาบังคับให้สายน้ำไหลคดโค้งอย่างรุนแรง จนยากที่เรือจะผ่านได้

จากแก่งหลวง น้ำน่านไหลลงไปอีกกว่าสามสิบกิโลเมตรไปยังเขื่อนสิริกิติ์

เราจบการเดินทางในครั้งนี้กันที่แก่งหลวง แต่ไม่แน่นักครั้งต่อไปเราอาจจะได้เดินทางต่อลงไปจนถึงสุดสายน้ำที่บ้านปากนายเหนือเขื่อน

IMG_6283

_MG_0856

ในขณะที่เราเก็บเรือขึ้นผูกบนหลังคารถเตรียมตัวออกเดินทางกลับบ้านกัน ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาจากความทรงจำ

“ถ้าตอนนี้พ่ออายุสักสี่สิบกว่านะ พ่อจะไปหาซื้อเรือพาคนเที่ยวล่องแก่งแม่น้ำน่าน มันสวยจริงๆเลย แต่พ่ออายุมากเกินไปที่จะไปทำอย่างนั้นแล้ว” พ่อพูดกับผม เมื่อหลายปีก่อน

พ่อผมมีชีวิตที่ดีสมบูรณ์แต่ถึงกระนั้นก็มีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้พ่อไม่ได้ออกตามความฝันที่เคยมี และหนึ่งในเหตุผลนั้นก็คือการที่ต้องทำงานส่งลูกชายคนเล็กที่เรียนจบช้ากว่าลูกคนอื่นๆมาก

ความคิดนั้นทำให้ผมต้องคว้าโทรศัพท์มาโทรออกไปยังเบอร์ที่คุ้นเคย

“สวัสดีค่ะพ่อ พ่ออยู่ไหนแล้ว เย็นนี้กลับมาทานข้าวหรือเปล่าค่ะ” เสียงใสของลูกสาวผมตอบมา

“พ่อกำลังจะออกเดินทางจากน่านครับ น่าจะถึงบ้านตอนค่ำๆ

พ่อไปล่องแก่งน้ำน่านมาแล้วนะ สวยมาก สองข้างลำน้ำเป็นป่าเป็นเขาสูง น้ำใส ปลาเยอะแยะเลย ที่นอนก็เป็นหาดทรายสวย มีนกยูงด้วย เอาไว้โรงเรียนหยุดพ่อจะพาหนูมาเที่ยวนะ”

ธัชรวี หาริกุล
บันทึกจากการเดินทาง เดือนมีนาคม 2555

IMG_6159 (1)
ภาพโดย นัท สุมนเตมีย์

ข้อมูลการเดินทาง

เส้นทางล่องแม่น้ำน่านจากหมู่บ้านพระเนตรซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีถนนเข้าไปถึงแม่น้ำไปจนถึงแก่งหลวงเป็นระยะทาง 36 กิโลเมตร สามารถพายเรือได้ในเวลา สองวันหนึ่งคืน หรือถ้าจะให้มีเวลาชื่นชมธรรมชาติมากขึ้นก็ สามวันสองคืน

การเดินทางสู่บ้านพระเนตร จากจังหวัดน่าน ใช้เส้นทางสาย 101 มาถึงอำเภอเวียงสาระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จากนั้นใช้เส้นทางสาย 1026 อีกประมาณ 6 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายตรงข้ามวัดพระเนตร

สามารถนำเรือไปลงได้ที่ท่าน้ำของหมู่บ้าน และฝากรถไว้ที่นั่น ถ้าไม่มีเรือไปเองสามารถว่าจ้างเรือชาวบ้านไปได้แต่ขอแนะนำว่าให้เป็นเรือพายไม่ใช่เรือเครื่อง

ระยะทางรถยนต์จากบ้านพระเนตรถึงแก่งหลวงประมาณ 75 กิโลเมตรสามารถจ้างรถให้ไปรับกลับมาได้

การเดินทางสามารถขอคำแนะนำและความช่วยเหลือในการติดต่อผู้นำทาง, จ้างเรือและรถรับส่งได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลส้าน โทร 054-690-122, 054-690-141 จะได้รับการช่วยเหลืออย่างดี

ขอขอบคุณ

  • คุณชูชาติ บัติปัน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลส้าน และเจ้าหน้าที่ อ.บ.ต.ส้านทุกท่านที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านข้อมูลเส้นทางและการประสานงานตลอดการเดินทาง
  • คุณพิษณุ คำเต็ม ให้คำแนะนำและข้อมูลเส้นทาง
  • เรือแคนูและอุปกรณ์แค้มปิ้งจากร้าน ThailandOutdoor Shop ในสนามกอล์ฟออลสตาร์ ใกล้แยกเหม่งจ๋าย โทรศัพท์ 084 388 2007 www.ThailandOutdoorShop.com

บันทึกหลังการเดินทาง

หกเดือนหลังจากการเดินทางครั้งนี้ เราเดินทางกลับไปล่องน้ำน่านอีกครั้งกับเพื่อนฝูงที่รู้ใจกลุ่มใหญ่

ผมได้พาลูกสาวไปล่องน้ำน่าน และนายป๊อปก็เอาเรือไปล่องแก่งหลวงได้ตามที่ตั้งใจIMG_8207

IMG_0418 IMG_8197

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

7 COMMENTS

  1. เป็นบทความที่งดงามครับ น่าจะได้อ่านก่อนไปแม่น้ำน่าน555 (มัวแต่ไปทำอะไรอยู่)

    • อ่านก่อนไม่ได้หรอกครับ พี่เพิ่งเอาลงเว็บหลังจากที่เราไปแม่น้ำน่านเมื่อต้นปีครับ

  2. เป็นทริปในฝันที่อยากไปครับ อยากไปล่องเรือแคมป์ปิ้งมันเป็นความฝันที่ฝังใจมานานมาก คงเป็นเพราะตอนเด็กๆผมชอบดูหนังแนวผจญภัยอย่าง อินเดียนน่า โจน , หนังคาวบอย ประมาณนี้ แล้วเมื่อประมาณสามปีก่อน ผมได้ติดตาม thailandoutdoor ผ่านทาง youtube Channel เลยมีโอกาศได้ดูตอนที่ไปแม่น้ำเงา ตาผมลุกวาว แล้วบอกกับตัวเองว่าซักวันจะไปให้ได้ ตอนนี้ก็เที่ยวป่า นอนริ่มทะเลไปก่อน ขอบคุณครับที่แบ่งปั่นเรื่องราว

  3. น่านในความทรงจำผมมีเพียงเรื่องไปออกค่ายแถวหมู่บ้านหนึ่งใกล้ๆ ต้นน้ำน่าน

    บันทึกนี้ทำให้อยากกลับไปอีก ไปสัมผัสในอีกมุมใหม่ ผมชอบแม่น้ำมากแต่ยังไม่เคยออกไปพายเรือเสียที หวังว่าจะมาได้เขียนบันทึกตอบตาเกิ้นบ้าง

Leave a Reply to นัตCancel reply

LATEST POSTS

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

ช่วงเวลางดงามของชีวิตกลางแจ้ง

ทุกครั้งเมื่อมีคนถามว่าทำไมต้องออกมาเดินป่าผมต้องหยุดคิดอยู่นาน และคำตอบของผมก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนพยายามหาข้อแก้ตัว จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ผมเริ่มมีคำตอบที่คิดว่าใช่ สำหรับผมแล้ว การเดินป่าคือการค้นหาช่วงเวลาเช่นนี้ สิ่งที่เราเรียกมันว่า “ช่วงเวลาที่งดงามของชีวิตกลางแจ้ง” “A beautiful moment of Outdoor Life” ซึ่งอาจจะแตกต่างออกไปในมุมความคิดของแต่ละคน

ของหวานที่ดีต่อใจ

ขนมน้ำแข็งใส “หวานจาก เค็มเคย” ถ้วยเดียว เราไม่เพียงจะได้ชิมรสชาติที่หวานผสมเค็มอย่างกลมกล่อมแตกต่าง แต่ค่าขนมของเรายังถูกส่งต่อไปอุดหนุนแหล่งผลิตอาหารพื้นบ้านที่กำลังจะสูญหายไปถึง 5 ชุมชน ใน 4 จังหวัด เป็นการทำอะไรดีๆด้วยการกินของอร่อย โดยที่ไม่ต้องออกแรงเดินทางไปไกลเลย เพราะมีคนลงแรงไปทำแทนเราแล้ว ขณะที่สังคมไทยหมุนวนอยู่กับความขัดแย้งทางการเมืองที่ถกเถียงกันทุกเรื่องยกเว้นที่จะแย่งกันทำให้ความเป็นอยู่ของคนไทยดีขึ้น ในเบื้องหลังเงียบๆ มีคนตัวเล็กๆ ร้านขนมเล็กๆ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือชุมชนที่มีมรดกทางอาหารล้ำค่าของประเทศเราให้คงอยู่ได้ด้วยการเพิ่มคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นและพยายามแปรรูปออกมาให้คนเมืองอย่างเราเข้าถึงได้ง่ายขึ้น “หวานจาก เค็มเคย”  คือตัวอย่างที่ดี ในขนมแสนอร่อยถ้วยเดียวนี้มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมดอกจากของบ้านขนาบนาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ให้รสหวานแบบกลมกล่อมเพราะเจือเอาความเค็มนิดๆมากจากน้ำกร่อยในถิ่นกำเนิดของมันมาด้วย ลูกจากที่มาจากฉะเชิงเทรา โมจิทำด้วยข้าวฝ่างจากสกลนคร...

คุณอยากให้ผู้คนจำคุณได้แบบไหน

คุณอยากให้ผู้คนจำคุณได้แบบไหน ผมอยากได้แบบนี้ วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา วงการตกปลา Fly Fishing และคนรักการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ได้สูญเสีย บุคคลที่เป็นตำนานไปอีกหนึ่งคน Flip Pallot

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading