ในบรรดาหนังสือกลางเแจ้งที่ผมเคยอ่านมา “พ่อเฒ่ากับเจ้าหนู” หรือ “Old mand and the boy” ของ Robert Ruark น่าจะเป็นเล่มที่ผมชื่นชอบที่สุดและเคยเขียนถึงไว้หลายครั้งแล้ว
Old man and the boy เป็นเรื่องราวของเด็กน้อยที่ใช้เวลาวันหยุดในวัยเด็กอยู่กับคุณตาผู้ซึ่งสอนให้ยิงปืน ยิงนก ตกปลา ล่ากวาง ฝึกหมา ต่อเรือ ฯลฯ ในขณะเดียวกันก็สอดแทรกเรื่องราวของธรรมชาติและการอนุรักษ์ที่ถูกต้องเข้าไปด้วยอย่างที่คนอ่านไม่รู้ตัว
Old man and the boy นี้เริ่มจากการเป็นคอลั่มน์ประจำที่ Robert Ruark เขียนให้นิตยสาร Field & Stream ตั้งแต่ปี 1953 จนจบในปี 1961 รวมทั้งหมดถึง 106 ตอน โดยที่ไม่เคยขาดเลยแม้แต่เดือนเดียว
คอลั่มน์นี้มีแฟนคลับกลุ่มคอยติดตามกันทุกเดือน เด็กก็ชอบอ่าน ผู้ใหญ่ก็ติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง ต่อมามีการรวมเล่มออกมา 2 เล่มชื่อ Old man and the boy และ Old man’s boy grows older ซึ่งผมก็ได้อ่านหมดทุกตอนหลายรอบแล้ว แต่ก็มาพบที่หลังว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ถูกรวมไว้ในสองเล่มนั้น และใน Ruark The lost classics เล่มนี้ก็คัดสรรมาให้อ่านเต็มอิ่มอีก 27 ตอน


ทุกครั้งที่ผมได้อ่านเรื่องราวของเด็กชายที่โลดแล่นไปในทุ่งโล่งและดงทึบ หรือสายน้ำที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่าและปูปลาในธรรมชาติ ผมจะรู้สึกอิจฉาคนอเมริกัน และคนชาติอื่นๆที่เขาสามารถรักษาธรรมชาติเอาไว้ได้จนสามารถออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งได้อย่างสมบูรณ์ทุกรูปแบบ และรู้สึกหดหู่กับ “การอนุรักษ์” แบบบ้านเราที่ห้ามทุกอย่าง แต่ไม่จัดการ จนล้มเหลว ยิ่งอนุรักษ์ก็ยิ่งหมด

จนกระทั่งวันนี้ที่ผมได้อ่านเรื่อง “In you own backyard” ในเล่มนี้ ผมชอบจนต้องเอามาเล่าสู่กันฟังคร่าวๆครับ

ในวันหนึ่งท่ามกลางฤดูร้อนที่น่าเบื่อไม่มีอะไรทำ เด็กชายเปิดนิตยสาร Field & Stream ให้คุณตาดู แล้วบอกว่าสักวันหนึ่งจะต้องไปยิงสิงโต ยิงแรดที่อัฟริกา ไปตกปลามาลินตัวโตที่นิวซีแลนด์ แบบในหนังสือนี้ นี่ซิของจริง ไม่ใช่นกตัวเล็กๆ กระต่าย กระรอก หรือปลาตัวกระจ้อยที่เราตกเรายิงกัน
ตาฟังแล้วก็บอกว่า เมื่อฤดูที่แล้วเธอยิงนกกระทาผิด 14 ตัวติดต่อกัน คิดว่าจะยิงสิงโตโดนเหรอ ตาเคยเป็นกะลาสีไปอัฟริกามาแล้ว สิงโตก็เคยเห็น แต่ไม่เห็นว่ามันจะน่ายิงตรงไหน กินก็ไม่ได้ นิวซีแลนด์ก็เคยไป อยู่ไกลสุดขอบโลก ไอ้ปลามาลินเนี่ยเนื้อมันไม่ได้อร่อยเลย ว่าแล้วก็ไล่เด็กน้อยไปขุดไส้เดือนเพื่อไปตกปลาเพิร์ชกัน
เด็กน้อยยิ่งหงุดหงิด เพราะกำลังอยากฝันเรื่องแรดเรื่องปลามาลินตัวโตๆ ตากลับชวนไปตกปลาเพิร์ชตัวกระจ้อยอีกแล้ว แต่ก็ขัดตาไม่ได้
ทั้งสองเอาเรือลำเล็กๆออกไปตกปลาในแม่น้ำหลังบ้าน ระหว่างนั้นคุณตาก็สมมุติให้เด็กน้อยเป็นพรานใหญ่นักสำรวจ Dr.Livingstone ที่กำลังล่องแม่น้ำกลางป่าทึบในอัฟริกาและต้องตกปลาไนล์เพิร์ชตัวยักษ์มาเลี้ยงผู้คนในคณะซาฟารีที่หิวโหย เมื่อได้ยินเสียงกระรอกตาก็สมมุติว่ามันต้องเป็นไฮยีน่าที่คอยมากินพวกเราที่กำลังจะหมดแรง
ไม่นานนักทั้งสองก็เล่นกันอย่างสนุกสนานจนเห็นพ้องต้องกันว่า ต้นไม้ที่เขย่าอยู่เพราะกระรอกนั้นน่าจะมีกอริลล่าปีนอยู่ และเมื่อกวางส่งเสียงนั่นก็น่าจะเป็นสิงโตคำราม
จากวันที่น่าเบื่อมันก็กลับกลายเป็นวันที่สนุกที่สุดวันหนึ่งของเด็กชาย
และเมื่อสบโอกาสตาก็สอนให้ว่า
“ตาไม่รู้ว่าวันหนึ่งเธอจะได้ไปยิงสิงโต ล่าแรด หรือ เย่อปลามาลินหรือเปล่า
ปัญหาก็คือคนส่วนใหญ่ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตฝันหาอะไรที่ยากเกินเอื้อมไปจนแก่เฒ่าก็อาจจะไม่ได้มัน แต่พวกเขาก็พลาดทุกอย่างดีๆที่เขาจะสนุกกับมันได้รอบตัว เพียงถ้าพวกเขาไม่มัวแต่ฝัน รอวันพรุ่งนี้ หรือคอยมองชะเง้อข้ามเทือกเขา”
ผมอยากให้คุณได้อ่าน “พ่อเฒ่ากับเจ้าหนู” กันครับ เพราะมันอาจจะเปลี่ยนแปลงความคิดของคุณได้ในหลายๆมุมไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ธรรมชาติ, การอนุรักษ์ที่ถูกต้อง ไปจนถึงเรื่องของชีวิต
แต่ที่สำคัญกว่าผมอยากชวนให้ออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งในธรรมชาติเท่าที่เราจะพอมีกันก่อนครับ หวังว่าเมื่อออกไปแล้วคุณจะเข้าใจธรรมชาติจริงๆมากขึ้น แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องอนุรักษ์กัน
แต่ผมน่ะ ตอนนี้ขอคว้าปืน .22 เอ๊ย .458 ออกไปเดินในป่าหลังบ้านก่อน เมื่อกี้นี้ผมว่าผมได้ยินเสียงขันอยู่ น่าจะเป็นเสือครับ

ตาเกิ้น
8 มกราคม 2568
พร้าว เชียงใหม่

