ที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดแสนอร่อยเจ้าประจำของผมที่เมืองประจวบ มีแผงขายข้าวแช่อยู่ คนขายเป็นคุณยายใจดี เราคุยกันทุกครั้งที่ผมแวะไป และก็สั่งข้าวแช่ของแกมากิน ครั้งนี้ก็เช่นกัน

“เหลืออยู่แค่ 5 ชุด เหมาเลยมั๊ย” คุณยายถาม ครั้งนี้เรามากันหลายคนข้าวแช่ 5 ชุดจึงแทบจะแย่งกันกิน
ข้าวแช่ของยาย ก็คล้ายๆกับข้าวแช่ที่หลายๆคนคุ้นเคยแถวเพชรบุรี ไม่ได้มีกับหลายอย่างประดิษประดอยแบบข้าวแช่ที่ขายกันแพงๆในเมืองกรุง เครื่องมีเพียง 2 อย่างคือลูกกระปิทอด กับปลาหวาน แต่อร่อยมากครับ ข้าวและน้ำข้าวแช่นั้นหอมมาก แกเคยเล่าให้ฟังว่าที่หอมอย่างนี้เพราะอบด้วยดอกชมนาดที่ออกดอกในช่วงหน้าแล้งอย่างนี้และต้องเก็บตอนเย็นจึงจะหอมที่สุด และยังคุยว่าข้าวแช่ของแกนั้นเคยได้รับรางวัลจากการประกวดด้วย

อร่อยมาก ชุดหนึ่งไม่น้อยเลย แทบจะอิ่มได้หนึ่งมื้อ ผมกินไปก็คิดในใจว่าถ้าไม่ได้อยู่ไกลถึงประจวบ ผมคงแวะมากินสักอาทิตย์ละ 3 วัน 5 วัน
ตอนจะกลับผมจ่ายเงินค่าข้าวแช่ เป็นเงิน 150 บาท ชุดละ 30 บาท
ครั้งนี้แปลกไปจากครั้งก่อนๆ คุณยายรับเงินจากผมแล้วยกมือไหว้ท่วมหัว ผมสังเกตเห็นว่าน้ำตาคลอ
“ขอบคุณนะที่ช่วยเหมายาย เมื่อกี้ยังกังวลอยู่เลยว่าถ้าขายไม่หมด ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปทำทุนซื้อของ”
ผมตกใจที่ได้ยินอย่างนั้น พอชวนคุยต่อ แกก็บอกว่าเดี๋ยวนี้คนมาเที่ยวน้อย แกขายไม่ค่อยดี ทุนที่มีก็หดลงเรื่อยๆ นี่ก็หวังว่าช่วงสงกรานต์จะมีคนมาเที่ยวบ้างจะได้ขายได้
ที่เขียนเล่ามานี่ไม่ได้ชวนให้สงสารยายนะครับ
แต่ถ้าถามว่าชวนให้ไปกินข้าวแช่มั๊ย ใช่ครับ อยากชวนไปกินกัน ไม่ใช่แค่ข้าวแช่ของยาย แต่เป็นอาหารพื้นถิ่น ข้าวของพื้นบ้านอะไรอีกมากมาย ที่ดีงาม แต่คนในสังคมยุคใหม่นี้มองข้ามไม่เห็นคุณค่า แต่กลับยอมจ่ายแพงๆกับอะไรที่ไร้สาระมาก เช่นกาแฟแก้วหนึ่ง หรือซูชิหนึ่งคำที่แพงกว่าข้าวแช่ 5 ชุด
ของดีๆอร่อยๆเหล่านี้จะคงอยู่ได้ก็ด้วยทางเดียว คือสังคมเราเห็นคุณค่าของมัน
ในอีกด้านหนึ่งที่ทำให้ต้องเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะเกิดคำถามในใจ (หรือจะเรียกว่าความคับแค้นใจก็ได้) ว่าระหว่างของดีๆและผู้คนที่น่ารักเหล่านี้ กับ Taylor Swift ที่พยายามแย่งตัวมาเล่นคอนเสิร์ตเพียง “ชั่วข้ามคืน” อะไรกันแน่ คือสิ่งที่คนเรียกกันพร่ำเพรื่อว่า “Soft Power” ของเมืองไทย และยายแกเคยได้ประโยชน์อะไรจากโครงการนั้นบ้างมั๊ย?
เงินหมื่นดิจิตอลที่จะแจกกันกว่าห้าแสนล้านบาท หวังว่าจะถึงมือคนอย่างยายให้ทำทุนกัน แต่ว่าหลังจากนั้นมันจะหมุนวนมาอุดหนุนข้าวแช่ของแกอีกบ้างมั๊ย หรือจะไหลเข้า “ร้านค้าเล็กๆ”ที่มีอยู่ทั่วไทย “ชั่วข้ามคืน”รอบเดียวหมด

ตั้งใจมากินก๋วยเตี๋ยวเป็ดกับข้าวแช่อร่อยๆ แต่กลับออกมาด้วยคำถามคาใจว่า ระบบเศรษฐศาสตร์ “ชั่วข้ามคืน” ที่รัฐบาลนี้ทำอยู่ ทำเพื่อใครกันแน่ เขาเคยเห็นผู้คนที่ต้องดิ้นรนเลี้ยงปากท้องอยู่ในสายตากันบ้างมั๊ย
หรือว่าที่เขาทำก็เพราะคนไทยส่วนใหญ่ชอบแบบนั้น “ชั่วข้ามคืน” ?
ป.ล. ถ้าใครอยากไปชิมข้าวแช่และก๋วยเตี๋ยวเป็ด ร้านนี้อยู่ข้างโรงแรมยุติชัย ใกล้สถานีรถไฟประจวบครับ
