Saturday, May 9, 2026
HomeความคิดและมุมมองSUP ธรรมชาติในมุมมองที่แตกต่างของคนภูเขา

SUP ธรรมชาติในมุมมองที่แตกต่างของคนภูเขา

-

ผมเกิดมาในสายเลือดของคนภูเขา ตั้งแต่เล็กจนโตผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะถูกกับทะเลมากนัก ตอนที่ยังเป็นเด็กทุกครั้งที่ไปทะเล ผมจะมีอาการภูมิแพ้น้ำมูกไหลจนแทบจะทำอะไรไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงการลงเล่นน้ำทะเลกลางแดดร้อนๆที่ไม่เห็นจะสนุกตรงไหน ไม่เหมือนป่าบนเขาที่อากาศเย็นสบาย

เมื่อเที่ยวป่ามากๆเข้า ผมก็พบกว่าผมหลงรักแม่น้ำ และสายน้ำเล็กในป่าดง การเดินทางที่ผมชื่นชอบที่สุดก็คือการเดินทางล่องไปตามสายน้ำพร้อมกับเพียงข้าวของที่จำเป็นในเรือแคนูแล้วพักแรมท่ามกลางความงดงามของสายน้ำ ในมุมสงบที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย 

ในขณะเดียวกัน ผมก็เคยเห็นวิถีของคนเล่น Surf และชื่นชมการใช้ชีวิตที่ใกล้ชิดเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติโดยมีอุปกรณ์น้อยนิดเรียบง่ายของพวกเขามาก แต่หากมันเป็นวิถีที่แตกต่างและยากมากสำหรับคนภูเขาอย่างผมจะเข้าไปสัมผัสได้

ครั้งแรกที่ผมเห็น SUP (Stand Up Paddle) ผมรู้สึกดูแคลนมันว่าเป็นของเล่นคนเมือง (City Boy’s Toy) ที่เอาไว้พายเล่นๆ เท่ๆ วนไปวนมาอวดกันแล้วก็กลับมาคืนที่เดิมไม่ได้เดินทางไปไหน สาเหตุหนึ่งของการดูแคลนนั้นอาจจะมาจากการที่ผมเป็นคนที่การทรงตัวแย่มาก เมื่อลองขึ้นไปยืนบน SUP ที่แรกเห็นนั้นได้เพียงไม่กี่วินาทีก็ร่วงลงน้ำไป

เมื่อสองปีที่แล้วผมได้ลอง “เล่น” SUP อีกครั้งเพราะเรามาเที่ยวพักผ่อนกันที่บ้านเล็กๆที่ชายหาดคลองวาฬ และมุมมองของผมกับ SUP ก็เปลี่ยนไป

ผมพบว่าร่างการของมนุษย์นั้นมหัศจรรย์มาก หลังจากที่พยายามยืนบนบอร์ดแล้วพายจนตกน้ำเป็นสิบครั้ง ผมก็พบว่าหากผมยืนนิ่งๆบนบอร์ด อาจจะเอาไม้พายช่วยค้ำก่อน เมื่อเริ่มแรกขาทั้งสองข้างของผมจะสั่นดิกๆเพราะพยายามทรงตัวอยู่บนบอร์ดที่แกว่งไปตามกระแสคลื่น สักพักหนึ่งก็จะเริ่มสั่งช้าลงจนยืนได้นิ่งสนิท เหมือนกับตอนที่เราให้ Gimbal ของกล้อง Auto Stabilize ตัวมันเอง หลังจากนั้นผมก็พบว่าผมสามารถทรงตัวอยู่บนบอร์ดได้ได้โดยอัตโนมัติแม้จะมีคลื่นซัดเข้าใส่ (แต่ไม่แรงจนเกินไปนะครับ ผมไม่ได้เก่งขนาดนั้น)

พอเลิกสั่น เลิกกังวลกับการตกน้ำกลางทะเลที่มองไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่ใต้นั้นบ้าง ผมก็เริ่มได้รู้สึกถึงสัมผัสของแดดอ่อนยามเช้า, สายลมเย็นที่พัดผ่านตัว, ความเงียบสงบของโลกรอบๆตัว และการยืนบนบอร์ดก็ทำให้มองเห็นได้กว้างจนเห็นความงดงามของโลกอีกใบบนชายฝั่งจากมุมมองที่แตกต่าง

ผมไม่ได้พายไปไหนไกล และไม่จำเป็นต้องไป บางครั้งก็นั่งลงชื่นชมกับความสงบเงียบที่มีแต่เสียงลมและเสียงคลื่น และเมื่อนอนลงบนบอร์ดผมก็ได้มองเห็นฟ้าที่เปิดโล่งทุกทิศทางและสัมผัสธรรมชาติอย่างที่เราไม่มีทางรู้สึกได้ในเมืองใหญ่

และนั่นก็เช่นกัน มันคือช่วงเวลาที่งดงามของการใช้ชีวิตกลางแจ้งที่ผมแสวงหา

แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ระยะทางใกล้ๆ แต่มันก็เพียงพอแล้วที่คนจากภูเขาจะได้รับรู้ความงดงามของท้องทะเลที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสมาก่อน ได้เห็นโลกในมุมมองของ “คนทะเล”​ ที่แตกต่างไป แม้จะเป็นเพียงชายขอบของวิถีของพวกเขา

และมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผมเรียนรู้ว่า ในโลกใบนี้ยังมีวิถีที่มุมมองที่แตกต่าง หากเพียงเราเปิดใจกว้างที่จะรับความแตกต่างนั้น มันก็อาจจะพาเราไปสู่สิ่งเดียวกันที่เราล้วนค้นหา

ลูกสาวผมอยากลงเล่นบ้าง
ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading