Sunday, April 5, 2026
Homeล้างพิษชีวิต Digital

ล้างพิษชีวิต Digital

-

เคยรู้สึกเบื่อตัวเองบ้างมั๊ยที่ติดนิสัยต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทุกครั้งที่มีเวลาว่างเพียงไม่กี่วินาที เคยมั๊ยครับ นั่งกับเพื่อนอยู่เป็นกลุ่ม พอมองไปรอบๆทุกคนก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์  รู้สึกผิดบ้างมั๊ยครับที่รู้ตัวว่าเสพติด Social Media  

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ผมเป็นนะครับ ผมรู้สึกไม่ดีเลยที่รู้ตัวว่าเสพติด Social Media แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ค่อยได้ มันทำให้ผมเป็นคนสมาธิสั้น คิดอะไรต่อเนื่องยาวๆไม่ได้ ทำอะไรนานๆไม่ได้ อ่านหนังสือก็แทบจะไม่จบหน้า

ที่จริงแล้วผมก็มีโอกาสได้ละวางจาก Social Media และ ชีวิต Digital อยู่บ่อยๆในเวลาที่เข้าป่าไกลๆ ทุกครั้งที่ได้ทำอย่างนั้นจะรู้สึกดีมาก แต่คราวนี้อยากจะลองในเมืองดูบ้าง

พอดีได้โอกาสพักจากงาน 2 วัน โดยที่อยู่ในเมืองกรุง ไม่ได้ไปไหน ผมก็เลยตัดสินใจปิดโทรศัพท์, ปิด iPad, ไม่เปิด Computer และไม่ใช้กล้อง Digital ตลอด 2 วัน 

ใน  2 วันนั้น ผมเอาเวลาที่ผมเคยก้มหน้าดูโทรศัพท์มาแลกเอาเวลาที่ผมสามารถทำอะไรอย่างอื่นที่ผมอยากทำมานาน แต่บอกว่า “ไม่มีเวลา” มาตลอด

ผมหยิบกล้องฟิล์มเก่าๆออกมาเดินถ่ายรูปเล่น มันทำให้ผมถ่ายรูปช้าลงและคิดก่อนถ่ายแต่ละภาพ ผมหยิบหนังสือที่ซื้อมากองโตออกมานั่งอ่าน ผมนั่งเขียนหนังสือด้วยกระดาษและปากกา (รวมทั้งบทความนี้ด้วย) ผมออกไปพบปะกับเพื่อนฝูงแล้วนั่ง  “Chat” กันต่อหน้าโดยไม่ต้องผ่านหน้าจอและคีย์บอร์ด กลับมาถึงบ้านผมก็ล้างฟิล์มที่ถ่ายมา กิจกรรมอย่างหนึ่งที่อยากทำมาตลอดหลายปีนี้แต่ “ไม่เคยมีเวลา”

กล้องเก่าที่นอนในตู้อยู่นับสิบปี

ผ่านไปสักครึ่งวันผมก็เริ่มหมดอาการ “กระตุก” ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ว่าไปแล้วผมกลับไม่ได้คิดถึง Social Media อย่าง Facebook, Instagram ฯ อะไรมากนักนะครับ

หนังสือเล่มนี้ของ Aldo Leopold ถือได้ว่าเป็น Enlightenment ของการอนุรักษ์ธรรมชาติเลยก็ว่าได้

ถามว่า 2 วันนี้คิดถึงอะไรในโลก Digital มากที่สุด อย่างแรกคงเป็น Google map เพราะทุกวันนี้เราไม่มีแผนที่ถนนในกระดาษกันแล้ว, การค้นหาสิ่งที่อยากรู้ด้วย Search Engine เป็นอีกอย่าง เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจนเราไม่เคยสังเกตจนกว่าจะไม่มีให้ใช้ 

ไม่ได้เขียนหนังสือมานาน ลายมือผมยังดูไม่จืดอ่านไม่ออกเหมือนเดิม

ที่คิดถึงมากอีกอย่างคือ Dictionary เพราะเวลาอ่าน ebook มันจะมีอยู่ในตัว ตอนนี้พออ่านหนังสือกระดาษจึงได้พบว่า Dictionary เล่มที่บ้านถูกบริจาคไปนานแล้ว และผมก็คิดว่าตอนนี้คงไม่มีใครใช้มันแล้ว

พอถึงวันที่ 3 ที่จะต้องกลับไปทำงาน ผมแทบจะไม่อยากเปิดโทรศัพท์เพื่อรับรู้ความวุ่นวายใดๆ 2 วันที่ผ่านมามันช่างสุขสงบเสียเหลือเกิน อาการสมาธิสั้นของผมก็ดูเหมือนจะบรรเทาไป

ไม่หรอกครับ ผมยังไม่สามารถตัดขาดไปจากโลก Digital ได้ ผมยังต้องทำงาน, ต้องติดต่อกับผู้คน, ผมยังชอบถ่ายภาพที่เป็น Digital ผมยังชอบที่จะถ่ายทอดความคิดให้ผู้คนได้อ่านกันใน Social Media 

แต่การหยุดพักจากโลก Digital เสียบ้าง ก็อาจจะเหมือนการถือศีลอดเพื่อให้เพ่งพิจารณาว่า อะไรสำคัญหรือไม่สำคัญ อะไรที่จำเป็นหรืออะไรที่เราเพียงแต่ทำตามๆเขาไป เมื่อหยุดนิ่งให้ฝุ่นที่ตลบรอบตัวเราจางลงบ้าง เราก็ย่อมเห็นอะไรๆชัดเจนขึ้น

ถึงแม้จะไม่สามารถปฏิเสธโลก “อันทันสมัย” นี้ได้ตลอดไป แต่ผมก็ตั้งใจแล้วว่าผมจะทำ “Digital Detox” นี้สัก 1 วันต่อสัปดาห์ แล้วเอาเวลาไปทำสิ่งที่ผมอยากทำ ถ้าวันไหนติดต่อผมไม่ได้ก็เป็นอันรู้กันนะครับ

ใครจะลองกับผมบ้างมั๊ยครับ 

หมายเหตุ: ภาพประกอบนี้ถ่ายภายหลังนะครับ เผื่อใครสงสัยครับ

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

ช่วงเวลางดงามของชีวิตกลางแจ้ง

ทุกครั้งเมื่อมีคนถามว่าทำไมต้องออกมาเดินป่าผมต้องหยุดคิดอยู่นาน และคำตอบของผมก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนพยายามหาข้อแก้ตัว จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ผมเริ่มมีคำตอบที่คิดว่าใช่ สำหรับผมแล้ว การเดินป่าคือการค้นหาช่วงเวลาเช่นนี้ สิ่งที่เราเรียกมันว่า “ช่วงเวลาที่งดงามของชีวิตกลางแจ้ง” “A beautiful moment of Outdoor Life” ซึ่งอาจจะแตกต่างออกไปในมุมความคิดของแต่ละคน

ของหวานที่ดีต่อใจ

ขนมน้ำแข็งใส “หวานจาก เค็มเคย” ถ้วยเดียว เราไม่เพียงจะได้ชิมรสชาติที่หวานผสมเค็มอย่างกลมกล่อมแตกต่าง แต่ค่าขนมของเรายังถูกส่งต่อไปอุดหนุนแหล่งผลิตอาหารพื้นบ้านที่กำลังจะสูญหายไปถึง 5 ชุมชน ใน 4 จังหวัด เป็นการทำอะไรดีๆด้วยการกินของอร่อย โดยที่ไม่ต้องออกแรงเดินทางไปไกลเลย เพราะมีคนลงแรงไปทำแทนเราแล้ว ขณะที่สังคมไทยหมุนวนอยู่กับความขัดแย้งทางการเมืองที่ถกเถียงกันทุกเรื่องยกเว้นที่จะแย่งกันทำให้ความเป็นอยู่ของคนไทยดีขึ้น ในเบื้องหลังเงียบๆ มีคนตัวเล็กๆ ร้านขนมเล็กๆ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือชุมชนที่มีมรดกทางอาหารล้ำค่าของประเทศเราให้คงอยู่ได้ด้วยการเพิ่มคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นและพยายามแปรรูปออกมาให้คนเมืองอย่างเราเข้าถึงได้ง่ายขึ้น “หวานจาก เค็มเคย”  คือตัวอย่างที่ดี ในขนมแสนอร่อยถ้วยเดียวนี้มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมดอกจากของบ้านขนาบนาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ให้รสหวานแบบกลมกล่อมเพราะเจือเอาความเค็มนิดๆมากจากน้ำกร่อยในถิ่นกำเนิดของมันมาด้วย ลูกจากที่มาจากฉะเชิงเทรา โมจิทำด้วยข้าวฝ่างจากสกลนคร...

คุณอยากให้ผู้คนจำคุณได้แบบไหน

คุณอยากให้ผู้คนจำคุณได้แบบไหน ผมอยากได้แบบนี้ วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา วงการตกปลา Fly Fishing และคนรักการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ได้สูญเสีย บุคคลที่เป็นตำนานไปอีกหนึ่งคน Flip Pallot

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading