Monday, October 5, 2026
Homeล้างพิษชีวิต Digital

ล้างพิษชีวิต Digital

-

เคยรู้สึกเบื่อตัวเองบ้างมั๊ยที่ติดนิสัยต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทุกครั้งที่มีเวลาว่างเพียงไม่กี่วินาที เคยมั๊ยครับ นั่งกับเพื่อนอยู่เป็นกลุ่ม พอมองไปรอบๆทุกคนก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์  รู้สึกผิดบ้างมั๊ยครับที่รู้ตัวว่าเสพติด Social Media  

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ผมเป็นนะครับ ผมรู้สึกไม่ดีเลยที่รู้ตัวว่าเสพติด Social Media แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ค่อยได้ มันทำให้ผมเป็นคนสมาธิสั้น คิดอะไรต่อเนื่องยาวๆไม่ได้ ทำอะไรนานๆไม่ได้ อ่านหนังสือก็แทบจะไม่จบหน้า

ที่จริงแล้วผมก็มีโอกาสได้ละวางจาก Social Media และ ชีวิต Digital อยู่บ่อยๆในเวลาที่เข้าป่าไกลๆ ทุกครั้งที่ได้ทำอย่างนั้นจะรู้สึกดีมาก แต่คราวนี้อยากจะลองในเมืองดูบ้าง

พอดีได้โอกาสพักจากงาน 2 วัน โดยที่อยู่ในเมืองกรุง ไม่ได้ไปไหน ผมก็เลยตัดสินใจปิดโทรศัพท์, ปิด iPad, ไม่เปิด Computer และไม่ใช้กล้อง Digital ตลอด 2 วัน 

ใน  2 วันนั้น ผมเอาเวลาที่ผมเคยก้มหน้าดูโทรศัพท์มาแลกเอาเวลาที่ผมสามารถทำอะไรอย่างอื่นที่ผมอยากทำมานาน แต่บอกว่า “ไม่มีเวลา” มาตลอด

ผมหยิบกล้องฟิล์มเก่าๆออกมาเดินถ่ายรูปเล่น มันทำให้ผมถ่ายรูปช้าลงและคิดก่อนถ่ายแต่ละภาพ ผมหยิบหนังสือที่ซื้อมากองโตออกมานั่งอ่าน ผมนั่งเขียนหนังสือด้วยกระดาษและปากกา (รวมทั้งบทความนี้ด้วย) ผมออกไปพบปะกับเพื่อนฝูงแล้วนั่ง  “Chat” กันต่อหน้าโดยไม่ต้องผ่านหน้าจอและคีย์บอร์ด กลับมาถึงบ้านผมก็ล้างฟิล์มที่ถ่ายมา กิจกรรมอย่างหนึ่งที่อยากทำมาตลอดหลายปีนี้แต่ “ไม่เคยมีเวลา”

กล้องเก่าที่นอนในตู้อยู่นับสิบปี

ผ่านไปสักครึ่งวันผมก็เริ่มหมดอาการ “กระตุก” ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ว่าไปแล้วผมกลับไม่ได้คิดถึง Social Media อย่าง Facebook, Instagram ฯ อะไรมากนักนะครับ

หนังสือเล่มนี้ของ Aldo Leopold ถือได้ว่าเป็น Enlightenment ของการอนุรักษ์ธรรมชาติเลยก็ว่าได้

ถามว่า 2 วันนี้คิดถึงอะไรในโลก Digital มากที่สุด อย่างแรกคงเป็น Google map เพราะทุกวันนี้เราไม่มีแผนที่ถนนในกระดาษกันแล้ว, การค้นหาสิ่งที่อยากรู้ด้วย Search Engine เป็นอีกอย่าง เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจนเราไม่เคยสังเกตจนกว่าจะไม่มีให้ใช้ 

ไม่ได้เขียนหนังสือมานาน ลายมือผมยังดูไม่จืดอ่านไม่ออกเหมือนเดิม

ที่คิดถึงมากอีกอย่างคือ Dictionary เพราะเวลาอ่าน ebook มันจะมีอยู่ในตัว ตอนนี้พออ่านหนังสือกระดาษจึงได้พบว่า Dictionary เล่มที่บ้านถูกบริจาคไปนานแล้ว และผมก็คิดว่าตอนนี้คงไม่มีใครใช้มันแล้ว

พอถึงวันที่ 3 ที่จะต้องกลับไปทำงาน ผมแทบจะไม่อยากเปิดโทรศัพท์เพื่อรับรู้ความวุ่นวายใดๆ 2 วันที่ผ่านมามันช่างสุขสงบเสียเหลือเกิน อาการสมาธิสั้นของผมก็ดูเหมือนจะบรรเทาไป

ไม่หรอกครับ ผมยังไม่สามารถตัดขาดไปจากโลก Digital ได้ ผมยังต้องทำงาน, ต้องติดต่อกับผู้คน, ผมยังชอบถ่ายภาพที่เป็น Digital ผมยังชอบที่จะถ่ายทอดความคิดให้ผู้คนได้อ่านกันใน Social Media 

แต่การหยุดพักจากโลก Digital เสียบ้าง ก็อาจจะเหมือนการถือศีลอดเพื่อให้เพ่งพิจารณาว่า อะไรสำคัญหรือไม่สำคัญ อะไรที่จำเป็นหรืออะไรที่เราเพียงแต่ทำตามๆเขาไป เมื่อหยุดนิ่งให้ฝุ่นที่ตลบรอบตัวเราจางลงบ้าง เราก็ย่อมเห็นอะไรๆชัดเจนขึ้น

ถึงแม้จะไม่สามารถปฏิเสธโลก “อันทันสมัย” นี้ได้ตลอดไป แต่ผมก็ตั้งใจแล้วว่าผมจะทำ “Digital Detox” นี้สัก 1 วันต่อสัปดาห์ แล้วเอาเวลาไปทำสิ่งที่ผมอยากทำ ถ้าวันไหนติดต่อผมไม่ได้ก็เป็นอันรู้กันนะครับ

ใครจะลองกับผมบ้างมั๊ยครับ 

หมายเหตุ: ภาพประกอบนี้ถ่ายภายหลังนะครับ เผื่อใครสงสัยครับ

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

ผู้ที่เป็นเหมือนเรา ซึ่งมีน้อยนัก

ตั้งแต่เด็กมาผมเป็นพวกเด็กวิศวะหัวสี่เหลี่ยม ชอบแต่เครื่องยนต์กลไก ไม่เคยเข้าใจความคิดของผู้คน ไม่เรียนอะไรเกี่ยวกับสังคมศาสตร์, ปรัชญา ฯ แต่พออายุมากขึ้นทำงานกับผู้คนมากเข้า ก็เริ่มสังเกตเห็น, สนใจ และให้ความสำคัญกับเรื่องราวและความสัมพันธ์ของผู้คน ผมจำได้แม่นถึงคำพูดของที่ปรึกษาชาวต่างชาติผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่เข้ามาทำงานร่วมกับผมในโครงการใหญ่อันหนึ่ง มันทำให้ผมเก็บมาคิดต่อร่วมยี่สิบปีมาแล้ว  เราคุยกันนานนับชั่วโมง แต่แก่นของการสนทนาที่ผมจำได้แม่นคือ สิ่งที่ขับเคลื่อนตัวเราแต่ละคนคือส่ิงที่เราให้คุณค่า ไม่ว่าจะเป็นหลักความคิด, เรื่องราว หรือสิ่งต่างๆรอบตัว (values)  เมื่อมีชุดของคุณค่า (set of values) ก็ก่อตัวขึ้นเป็นความเชื่อ (belives) เมื่อคนที่มีความเชื่อคล้ายกันเข้ามารวมกันเป็นกลุ่มก้อน ความเชื่อนั้นก็กลายเป็นวัฒนธรรม (Culture) ผมนั่งคิดอยู่เสมอว่าในยุคก่อนที่โลกไม่ได้เชื่อมต่อกันง่ายอย่างทุกวันนี้...

ไมค์กี้

“ใครยิงธนูเป็นช่วยสอนผมหน่อย ที่ไหนมีธนูขายบ้างช่วยบอกหน่อยครับ”  ผมเขียนข้อความประมาณนี้ลงในเว็บบอร์ด “รอบกองไฟ” ของเว็บ ThailandOutdoor เมื่อ 22 ปีก่อนด้วยความคับแค้นใจว่าหาซื้อธนูไม่ได้ และไม่มีใครสอนให้ยิง “ผมทำงานอยู่ร้านธนู” <Mike Wann> “ร้านอยู่ที่ไหนครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย” <ตาเกิ้น>  “ผมอยู่แคลิฟอร์เนียครับ 555” <Mike Wann> จากนั้นผมก็คุยกับ Mike Wann ทางข้อความอย่างเมามัน เขาให้ความรู้เรื่องธนูที่หาไม่ได้ในเมืองไทย พอผมบอกว่าอยากได้เขาก็หาคันธนูมือสองชั้นดีถอดเป็นชิ้นๆส่งมาให้ผมประกอบ แล้วก็สอนให้ผมยิงธนูจากระยะไกลจากอเมริกา ธนูคันแรกที่ Mike ส่งมาให้ผม ทำให้เกิดประกายไฟของการยิงธนูในเมืองไทย...

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading