Wednesday, October 7, 2026
Homeความคิดและมุมมองเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับน้ำผึ้ง

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับน้ำผึ้ง

-

จากการที่ผมได้มีโอกาสมาอบรมเรื่องการเลี้ยงผึ้งก็เลยได้เก็บเกร็ดความรู้เกี่ยวกับน้ำผึ้งมาฝากกันครับ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่เป็นความรู้ที่เชื่อถือได้อย่างมากเพราะจดจำมาจากผู้ชำนาญครับ ยาวหน่อยนะครับ

  1. เท่าที่ผมรู้ ไม่มีสูตรสำเร็จในการทดสอบน้ำผึ้งแท้จากน้ำผึ้งปลอมปน(เลี้ยงผึ้งด้วยน้ำตาล หรือผสมน้ำตาล) หรือน้ำผึ้งปลอมแบบปลอมแท้ๆ(น้ำตาลต้มผสมสารอื่น) การทดสอบเช่นหยดในกระดาษทิชชู่, หยดในน้ำ, ดูการแยกตกผลึกฯ ล้วนไม่สามารถบอกได้ทั้งสิ้นเพราะน้ำผึ้งแท้ๆจากดอกไม้ชนิดต่างๆจะมีคุณสมบัติต่างๆกันไป ส่วนของปลอมก็อาจจะทำเหมือนของจริงได้มากกว่าของจริงแม้กระทั่งที่ใส่ในรวงผึ้งมาก็ยังทำปลอมได้ คนที่ชำนาญจริงๆ(คนที่อยู่กับน้ำผึ้งทุกวัน) จึงจะสามารถดูและชิมออกว่าเป็นน้ำผึ้งแท้และมีอะไรปนหรือไม่ ดังนั้นอยากได้น้ำผึ้งแท้จริงทำได้อย่างเดียวคือซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้Honey 2
  2. จากข้อมูลที่ผมได้รับมาน้ำผึ้งป่าและน้ำผึ้งเลี้ยง มีส่วนประกอบและคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างกัน แต่ความสะอาดของกระบวนการอาจจะแตกต่างกันมากและส่งผลถึงคุณภาพของน้ำผึ้งได้มากกว่า (อ่านข้อ 5 นะครับ) อันนี้บอกตรงๆครับว่ายังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์นักเพราะมีตัวแปรหลายอย่างเช่นความหลากหลายของน้ำหวานที่ไม่มีข้อสรุปและมีเรื่องของความเชื่อเข้ามามีส่วนอยู่มาก
  3. การตีผึ้งป่าไม่สามารถตีผึ้งแบบอนุรักษ์ได้ครับ น้ำผึ้งจะเก็บอยู่ส่วนบนสุดของรัง การเก็บน้ำผึ้งก็คือจะต้องตัดเอามาทั้งรังไม่ใช่แค่ส่วนเดียว การตีผึ้งจะทำให้นางพญาผึ้งตายเพราะหนีไม่ทัน (ปรกตินางพญาผึ้งที่อยู่ในรังจะบินไม่ได้ยกเว้นจะมีการเตรียมตัวอพยพก่อนหลายวัน) เมื่อขาดนางพญาสังคมผึ้งนั้นก็จะล่มสลายไป
  4. น้ำผึ้งแท้จากดอกไม้ชนิดต่างจะมีสี, รส, กลิ่นต่างๆกันไป เช่นน้ำผึ้งจากดอกลำใยจะมีสีใสและหวานหอมไม่ตกผลึก น้ำผึ้งจากดอกกาแฟก็หอมนุ่มนวล น้ำผึ้งจากดอกสาบเสือก็หวานนุ่มและไม่ค่อยมีกลิ่นนัก น้ำผึ้งจากดอกทานตะวันและน้ำผึ้งจากต้นยางพาราจะมีการตกผลึกได้ง่ายมากไม่ใช่ว่าเป็นน้ำผึ้งปลอมนะครับ ไม่มีการสรุปชัดเจนนะครับว่าน้ำผึ้งจากดอกอะไรจะมีประโยชน์มากกว่ากัน เอาเป็นว่าลองชิมดูว่าชอบแบบไหนครับ

    การปาดคอนผึ้งก่อนสลัดน้ำผึ้งออกจากรัง ทำให้ได้น้ำผึ้งออกมาโดยไม่ทำลายตัวอ่อนของผึ้ง
    การปาดคอนผึ้งก่อนสลัดน้ำผึ้งออกจากรัง ทำให้ได้น้ำผึ้งออกมาโดยไม่ทำลายตัวอ่อนของผึ้ง
  5. คุณภาพของน้ำผึ้งอาจจะแตกต่างกันแม้จะเก็บจากป่าหรือเลี้ยงมาด้วยวิธีการคล้ายๆกัน สิ่งที่สำคัญก็คือความชื้น,ความสะอาด และการปลอมปนของสารเคมี

ความชื้นเป็นตัวแปรสำคัญมากของน้ำผึ้ง น้ำผึ้งที่มีความชื้นต่ำกว่า 20% จะเก็บได้นานเพราะแบคทีเรียไม่สามารถเจริญเติบโตได้ น้ำผึ้งก็จะไม่บูดเสีย ปรกติผึ้งจะไปดูดน้ำหวานจากดอกไม้, แปลงด้วยเอนไซม์แล้วนำไปเก็บไว้ในช่องรวงรัง จากนั้นก็จะทำการไล่ความชื้นออก เมื่อได้ที่แน่ใจว่าจะไม่บูดเสียแล้วจึงปิดปากช่องด้วยไขผึ้ง ความชื้นของน้ำผึ้งที่ได้มาจึงขึ้นกับช่วงเวลาของการเก็บด้วยว่าเป็นเวลาทีผึ้งไล่ความชื้นเสร็จแล้วหรือยัง การตีผึ้งป่าที่ยังไม่ได้ที่ หรือการเก็บน้ำผึ้งเลี้ยงเร็วหรือถี่เกินไปก็อาจจะได้น้ำผึ้งที่มีความชื้นสูงและบูดเสียได้ นี่อาจจะเป็นที่มาส่วนหนึ่งของความเชื่อที่ว่าน้ำผึ้งเดือนห้าคือน้ำผึ้งที่ดีที่สุดก็เพราะผึ้งไล่ความชื้นเสร็จแล้ว ส่วนน้ำผึ้งที่ผ่านโรงงานนั้นก็จะผ่านกระบวนการไล่ความชื้นโดยเครื่องจักรจนอยู่ในมาตรฐานความชื้นต่ำกว่า 20%

ต่อจากความชื้นก็จะเป็นเรื่องความสะอาดซึ่งจะมีผลมาจากกระบวนการเก็บน้ำผึ้ง การเก็บน้ำผึ้งป่านั้นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้จะจะใช้การบีบคั้นน้ำผึ้งออกรังผึ้ง ในรังผึ้งนั้นนอกจากจะมีน้ำผึ้งแล้วยังมีเกสรดอกไม้, ไข่และตัวอ่อนอยู่ปนๆกันและถูกคั้นออกมาด้วยกัน และถ้าอุปกรณ์หรือพื้นที่ไม่สะอาดก็อาจจะมีเชื้อราหรือเชื้อโรคอื่นๆปนเปื้อนมาได้ง่ายๆ ส่วนน้ำผึ้งจากฟาร์มเลี้ยงแม้จะมีวิธีการสลัดน้ำผึ้งที่สะอาดกว่ามากแต่ก็อาจจะปนเปื้อนจากกระบวนการที่ไม่สะอาด หรือยาที่ใช้รักษาโรคผึ้งตกค้างอยู่ได้ หรือก็อาจจะมีน้ำตาลที่ใช้เลี้ยงผึ้งเจือปนเข้ามาอย่างกึ่งจงใจ ในฟาร์มและโรงงานใหญ่ๆจะมีการตรวจสอบสิ่งปนเปื้อนเหล่านี้ก่อนที่จะรับซื้อเข้าสู่กระบวนการ

6) อายุการเก็บน้ำผึ้ง แม้จะมีความชื้นอยู่ในระดับที่ดีไม่บูด แต่การเก็บน้ำผึ้งไว้นานๆคุณค่าทางโภชนาการก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆไม่เหมือนไวน์นะครับ อายุการเก็บน้ำผึ้งไว้ก็ไม่ควรเกินหนึ่งปีแล้วกินให้หมดดีกว่าครับHoney 4

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

ผู้ที่เป็นเหมือนเรา ซึ่งมีน้อยนัก

ตั้งแต่เด็กมาผมเป็นพวกเด็กวิศวะหัวสี่เหลี่ยม ชอบแต่เครื่องยนต์กลไก ไม่เคยเข้าใจความคิดของผู้คน ไม่เรียนอะไรเกี่ยวกับสังคมศาสตร์, ปรัชญา ฯ แต่พออายุมากขึ้นทำงานกับผู้คนมากเข้า ก็เริ่มสังเกตเห็น, สนใจ และให้ความสำคัญกับเรื่องราวและความสัมพันธ์ของผู้คน ผมจำได้แม่นถึงคำพูดของที่ปรึกษาชาวต่างชาติผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่เข้ามาทำงานร่วมกับผมในโครงการใหญ่อันหนึ่ง มันทำให้ผมเก็บมาคิดต่อร่วมยี่สิบปีมาแล้ว  เราคุยกันนานนับชั่วโมง แต่แก่นของการสนทนาที่ผมจำได้แม่นคือ สิ่งที่ขับเคลื่อนตัวเราแต่ละคนคือส่ิงที่เราให้คุณค่า ไม่ว่าจะเป็นหลักความคิด, เรื่องราว หรือสิ่งต่างๆรอบตัว (values)  เมื่อมีชุดของคุณค่า (set of values) ก็ก่อตัวขึ้นเป็นความเชื่อ (belives) เมื่อคนที่มีความเชื่อคล้ายกันเข้ามารวมกันเป็นกลุ่มก้อน ความเชื่อนั้นก็กลายเป็นวัฒนธรรม (Culture) ผมนั่งคิดอยู่เสมอว่าในยุคก่อนที่โลกไม่ได้เชื่อมต่อกันง่ายอย่างทุกวันนี้...

ไมค์กี้

“ใครยิงธนูเป็นช่วยสอนผมหน่อย ที่ไหนมีธนูขายบ้างช่วยบอกหน่อยครับ”  ผมเขียนข้อความประมาณนี้ลงในเว็บบอร์ด “รอบกองไฟ” ของเว็บ ThailandOutdoor เมื่อ 22 ปีก่อนด้วยความคับแค้นใจว่าหาซื้อธนูไม่ได้ และไม่มีใครสอนให้ยิง “ผมทำงานอยู่ร้านธนู” <Mike Wann> “ร้านอยู่ที่ไหนครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย” <ตาเกิ้น>  “ผมอยู่แคลิฟอร์เนียครับ 555” <Mike Wann> จากนั้นผมก็คุยกับ Mike Wann ทางข้อความอย่างเมามัน เขาให้ความรู้เรื่องธนูที่หาไม่ได้ในเมืองไทย พอผมบอกว่าอยากได้เขาก็หาคันธนูมือสองชั้นดีถอดเป็นชิ้นๆส่งมาให้ผมประกอบ แล้วก็สอนให้ผมยิงธนูจากระยะไกลจากอเมริกา ธนูคันแรกที่ Mike ส่งมาให้ผม ทำให้เกิดประกายไฟของการยิงธนูในเมืองไทย...

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading