Monday, February 2, 2026
Homeความคิดและมุมมองธรรมชาติชายขอบ กุญแจดอกสำคัญของการฟื้นฟูธรรมชาติ

ธรรมชาติชายขอบ กุญแจดอกสำคัญของการฟื้นฟูธรรมชาติ

-

หากผมบอกว่าเราอยู่ในจุดที่สามารถทำอะไรเพียงนิดเดียวจะสามารถแก้ปัญหาความแห้งแล้ง, การเผาป่า, ฝุ่นควันพิษ, น้ำท่วม, เชื่อมต่อป่าอนุรักษ์ให้สัตว์ป่าเดินหากันได้, เพิ่มรายได้เกษตรกร, แก้เศรษฐกิจตกต่ำ และยังฟื้นฟูธรรมชาติของเราได้อีกหลายล้านไร่ โดยแทบไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรมากมายเลย คุณจะสนใจฟังกันมั๊ยครับ

ลองมาฟังเรื่องกุญแจดอกเล็กที่สำคัญมากนี้ดูครับ อาจจะอ่านไม่สนุก แต่ถ้าใส่ใจธรรมชาติจริงๆ ช่วยทนอ่านกันหน่อยครับ ผมเรียกมันว่า “ธรรมชาติชายขอบ”

ตอนนี้กำลังมีความพยายามช่วยกันแก้กฎหมายสวนป่าให้สามารถปลูกไม้เศรษฐกิจยืนต้นเพื่อตัดขายได้ในพื้นที่ที่เรียกว่า คทช., สปก. โดยที่มี ส.ส. นายมานพ คีรีภูวดล เป็นผู้ผลักดันและยกร่างเสนอสภา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก

อ่านถึงตรงนี้หลายคนอาจจะแปลกใจ “อ้าว มันปลูกไม่ได้เหรอ” ก็ไม่เชิงครับ ปลูกได้ แต่ตัดใช้ประโยชน์ไม่ได้ อย่างนี้ก็ไม่มีใครปลูก และผืนแผ่นดิน 42 ล้านไร่เหล่านี้จึงถูกถางเตียนโล่ง เป็นไร่ข้าวโพด ไร่มัน ไร่อ้อย และเผากันอยู่ทุกปี ทั้งๆที่ส่วนใหญ่อุดมสมบูรณ์และมีศักยภาพเกินกว่าจะปลูกพืชเชิงเดี่ยวกันแบบนี้ 

เรามีการแก้ไข พรบ.สวนป่ากันครั้งล่าสุดเมื่อปี 2558 เป็นการแก้ไขให้ประชาชนทั่วไปสามารถขึ้นทะเบียนขอปลูกไม้เศรษฐกิจ เช่นไม้สัก, ไม้ประดู่, ไม้พะยูง ฯ และสามารถตัดใช้หรือขายได้ จากเดิมที่ปลูกแล้วตัดขายได้ยากมากหรือไม่ได้เลย แต่กฎหมายนี้มีผลเฉพาะที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ไม่ครอบคลุมถึงพื้นที่ คทช. และ สปก. 

แล้ว คทช. กับ สปก.คืออะไร 

สปก. คือพื้นที่จัดสรรปฏิรูปให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม แต่ คทช. (โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน) มาทีหลังครับ เป็นโครงการที่ต้องการแก้ปัญหาให้ชุมชนที่มีที่ทำกินอยู่ในพื้นที่ของรัฐ เช่นป่าสงวนหรือพื้นที่สาธารณะ โดยให้ใช้ประโยชน์ในการเกษตรและอยู่อาศัยโดยไม่ได้ให้กรรมสิทธิ์ที่ดิน

อ่านถึงตรงนี้อย่าไปตกหล่มอยู่ว่าที่ สปก. คทช. เป็นการบุกรุกป่าอนุรักษ์ บุกรุกธรรมชาตินะครับ เราผ่านจุดตรงนั้นมาแล้วครับ ตอนนี้ทางราชการเขาก็จัดการสำรวจพื้นที่กันชัดเจนแล้วว่าตรงไหนเป็นป่าอนุรักษ์ตรงไหนเป็น ที่ทำกิน สปก. คทช.

ถึงแม้จะมีตรงไหนไม่ชัดเจน ตรงไหนโกงกัน ก็ไม่ใช่ประเด็นที่เราจะคุยกันตรงนี้ครับ ถ้าจะดราม่าเรื่องนี้ขอเชิญที่อื่น

เราไม่ได้จะถางป่าปลูกใหม่ครับ แต่จะเปลี่ยนไร่โล้นๆให้เป็นป่าที่มีธรรมชาติกัน เข้าใจตรงกันนะครับ

ภูเขาที่มีต้นไม้สูงและพื้นที่โล่งในด้านหน้า ต้นไม้บางต้นยังคงยืนอยู่ในพื้นทุ่งที่แห้ง แลดูเหมือนถูกทำลายหรือถูกตัดแปลงไป
พื้นที่การเกษตร สปก. คทช. ทุกวันนี้จะมีสภาพอย่างนี้ครับ เพราะเขาไม่สามารถใช้ประโยชน์จากไม้เศรฐกิจยืนต้นได้

ตรงนี้เราจะคุยกันว่าจะทำยังไง ให้ที่เหล่านี้ซึ่งตอนนี้เป็นไร่โล่งๆถูกเผาเตียนๆทุกปีกลับมาเป็นป่าอีกครั้งโดยที่ชุมชนได้รายได้จูงใจจากผืนป่า รัฐไม่ต้องปลูกป่าไม่ต้องใช้งบประมาณ ไม่ต้องทะเลาะกับคนที่ต้องการที่ทำกิน และเราคนไทยทั้งประเทศได้ป่า ได้สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น หน้าฝนน้ำไม่ท่วมบ้าน หน้าแล้งไม่ต้องดมควันพิษ

จะดีหรือไม่ถ้าที่ดิน 42 ล้านไร่นี้ ซึ่งคิดเป็น 1/3 ของพื้นที่การเกษตรของประเทศไทย และเทียบเท่ากับ 57% ของพื้นที่ป่าอนุรักษ์ นี้จะกลายเป็นพื้นที่ป่าขึ้นมา แม้เพียงส่วนหนึ่งก็ยังดี 

มันดีแน่ครับ ถ้ามีการแก้ไข พรบ.สวนป่า ให้สามารถปลูกไม้ยืนต้น เพื่อตัดไม้ใช้ได้ เพราะมันจะลดการเผา การทำลายหน้าดิน การไหลหลากของน้ำฝนที่ทำให้น้ำท่วม และการปลูกไม้เศรษฐกิจก็สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร มากกว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยวระยะสั้นมาก แม้ว่ามันจะต้องมีการให้ความรู้ การสนับสนุนด้านเงินทุนและเรื่องอื่นๆให้สามารถทำกันได้ 

ไม้ชั้นดีเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาดมากครับ ขายได้ราคา ราคาขึ้นเรื่อยๆเพราะมีไม่พอความต้องการ ไม่มีปัญหาราคาตกต่ำเหมือนพืชผลทางการเกษตร

ว่าก็ว่าเถอะ ผมรู้สึกเสียดายมากที่บ้านเราที่มีอากาศอุดมสมบูรณ์ปลูกอะไรก็งอกงามเคยมีไม้ใช้กันมาหลายชั่วคน ตอนนี้ต้องนำเข้าไม้จากยุโรปทั้งๆที่เขาปลูกไม้ยากกว่าเรามาก คุณภาพก็สู้ไม้เราไม่ได้

ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ครับ ถ้าใครอยากอ่านเพิ่มเติมแนะนำให้ไปติดตามอ่านที่พี่พงศา ชูแนม ที่ทุ่มเทเรื่องการปลูกไม้เศรษฐกิจนี้มานับสิบๆปี

อ้าว งั้นแค่ให้เขาแก้กฎหมายไปก็จบ ก็ได้ป่าแล้วซิ ไม่เห็นต้องทำอะไรอีก

ยังครับ ไม่ง่ายขนาดนั้น


เรื่องมีอยู่ว่า ต่างจากที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ การปลูกต้นไม้ใหญ่ให้เต็มพื้นที่ไม่ใช่ป่า 

ภาพของป่าสวนที่มีต้นไม้อยู่ในแถวและพื้นดินมีใบไม้แห้งปกคลุมแสดงถึงพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ
ป่าไม้เสรษฐกิจเป็นเรื่องดีมาก แต่มันยังไม่ใช่ป่าธรรมชาตินะครับ ขาดอีกนิดเดียว

“ป่า” จะเป็นป่าที่สมบูรณ์ได้จะต้องมีแมลง, นก, และสัตว์ป่าประเภทต่างๆเข้ามาอยู่อาศัยและสร้างความสมดุลย์

จะให้มีแมลง มีนก มีสัตว์ป่า เข้ามาอยู่อาศัยได้จะต้องมีอาหารและที่หลบภัยให้เพียงพอ สวนป่าเศรษฐกิจที่มีไม้ยืนต้นเรียงเป็นแถวเป็นแนวและถางพื้นที่ใต้ต้นให้เตียนโล่งนั้นไม่ได้มีสิ่งเหล่านี้ 

และถ้าอยากจะให้มีแมลง มีนก มีสัตว์ป่า เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ ก็ต้องมีแรงจูงใจให้คนที่ดูแลพื้นที่ได้ประโยชน์จากมัน เขาถึงจะทำ

เรื่องนี้เขียนแนวทางขึ้นมาได้ไม่ยาก เพราะมีหลายประเทศเขาทำการวิจัยและนำมาใช้อย่างได้ผลแล้วทั่วโลก ส่วนการปฏิบัติจริงก็ต้องทุ่มใจ ลงแรงกันหน่อย

แนวทางนั้นคือการทำพื้นที่รอยต่อของแปลงปลูกป่าหรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนพื้นที่การเกษตรบางส่วนให้เป็นพื้นที่ธรรมชาติ ผมขอเรียกมันว่า “ธรรมชาติชายขอบ”

ธรรมชาติชายขอบ

ที่ประเทศอังกฤษมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์น้อยมากคิดเป็นแค่ 2.2%  ผืนดินส่วนใหญ่เป็นไร่นาที่มีเจ้าของ

รัฐบาลอังกฤษและองค์กรอนุรักษ์สนับสนุนให้ชาวไร่เว้นที่ชายขอบ (Field Margin) ประมาณ 6-8 เมตร ให้เป็นพุ่มไม้ พงหญ้า หรือปลูกดอกไม้แซม โดยที่ไม่ถาง ไม่ฉีดยา ไม่เผา พื้นที่ตรงนี้จะกลายเป็นที่อยู่ของแมลงที่เป็นอาหารของนกและสัตว์เลื้อยคลานนาๆชนิด เป็นที่ทำรังวางไข่ของนก เมื่อมีแมลง มีนก มีสัตว์เลื้อยคลานอยู่ สัตว์ผู้ล่าขนาดเล็กก็ตามมา และชายขอบตรงนี้ก็กลายเป็นที่หลบภัยและทางเดินของสัตว์ป่า

ภาพแสดงพื้นที่เกษตรที่มีป่าขอบและต้นไม้ โดยมีพุ่มหญ้าและไม้ปะปนอยู่ขอบไร่
Field Margin ในอังกฤษ กั้นระหว่างไร่นา เป็นที่อยู่อาศัยของแมลง, นก และสัตว์นานาชนิด
เส้นทางที่มีดอกไม้ป่าเต็มไปด้วยสีสันสวยงาม ล้อมรอบด้วยทุ่งนาและต้นไม้ในระยะไกล
พื้นที่ชายขอบ (Field Margin) ในอังกฤษ รัฐบาลและองค์กรอนุรักษ์สนับสนุนให้ปลูกไม้ดอกตามธรรมชาติเพื่อให้เป็นอาหารแมลงผสมเกสรเช่นผึ้ง

ที่ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเกือบทั้งประเทศเป็นไร่นา มีป่าของรัฐอยู่เพียง 5% รัฐบาลกำหนดให้ทุกขอบไร่จะต้องมีไม้ยืนต้นและไม้พุ่มให้เป็นที่อยู่อาศัย ของสัตว์ป่า เพียงเท่านี้เขาก็มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในไร่นามากมาย

ภาพถ่ายทุ่งนาที่มีแสงพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ทิวทัศน์ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สงบ การปลูกพืชในพื้นดินที่มีความสดชื่นสวยงาม
พื้นที่ชายขอบไร่ ที่รัฐบาลเดนมาร์กกำหนดให้ปลูกไม้ยืนต้นและไม้พุ่มเพื่อบังลมและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์

ล่าสุดรัฐบาลเดนมาร์กต้องการลดพื้นที่การเกษตรลงเพื่อลดการปล่อยไนโตรเจนลงแหล่งน้ำ เขาจึงออกกฎหมายบังคับให้เปลี่ยนไร่นา ประมาณ 10% ของทั้งหมดให้เป็นป่าเศรษฐกิจที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ โดยมีการจ่ายเงินสนับสนุนและชดเชยรายได้ให้ แต่ก็มีข้อแม้ว่าจะต้องปลูกต้นไม้ธรรมชาติและไม้พุ่มชนิดที่เขากำหนดเป็นพื้นที่ 15 เมตรระหว่างชายขอบที่ดินกับแปลงปลูกป่า

ทุ่งนาเขียวขจีที่มีต้นไม้และน้ำอยู่ด้านหลังในยามเย็น
นอกจากป่าชายขอบแล้ว เขายังสร้างแหล่งน้ำที่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์ป่าอีกด้วย

และยังมีประเทศอื่นๆทำเช่นนี้อีกมากมายมานานนับสิบนับร้อยปีแล้ว 

ภาพแสดงโครงสร้างของขอบแปลงเกษตร ซึ่งประกอบด้วยต้นไม้ ช่องว่าง และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชพันธุ์ในพื้นที่เกษตรกรรม
ป่าชายขอบ (Field Margin) เป็นสิ่งที่มีการศึกษาและใช้จริงในยุโรปอย่างได้ผลมาแล้วหลายสิบปี

ลองมาดูอีกตัวอย่างหนึ่งในอเมริกาซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ป่าบ้าง

Aldo Leopold คนที่ผมขอเรียกว่านักปราชญ์แห่งวงการอนุรักษ์เคยกล่าวไว้ว่า เราสามารถอยู่กับผืนแผ่นดินอย่างยั่งยืนได้โดยการใช้ประโยชน์ 5 อย่างผสมผสานกันไปคือ การเกษตร, ป่าไม้, สัตว์ป่า, ลดการพังทลายของดินใกล้แหล่งน้ำ และ ขายวิวทิวทัศน์ และเขาก็ได้ทำการทดลองให้เห็นจริงไว้หลายโครงการ เช่น Riley Game Cooperative รัฐวิสคอนซินในช่วงปี 1931-1939

ในขณะที่เป็นอาจารย์ด้าน Wildlife Management อยู่ที่ University of Wisconsin, Aldo Leopold เข้าไป ที่ ชุมชน Riley เพื่อช่วยออกแบบพื้นที่ไร่นาที่ถูกใช้ประโยชน์อย่างหนักจนไม่มีธรรมชาติหลงเหลือ เพื่อช่วยชาวนาที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนักในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำและการลักลอบเข้ามาล่าสัตว์ โดยการสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มชาวนากับกลุ่มนักล่าสัตว์ในเมือง

ต้องเล่าย้อนไปสักหน่อยว่าก่อนหน้านี้ Aldo Leoplod ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้รุ่นแรกของอเมริกาไปทำงานที่ฝั่งตะวันตกของอเมริกานานเกือบ 20 ปี เมื่อกลับมาที่วิสคอนซินบ้านเกิดอีกครั้ง เขาก็พบว่า ธรรมชาติที่เคยมีอยู่กลายเป็นไร่นาไปหมดแล้ว และสัตว์ป่าที่เคยมีก็หายไปด้วย เขาจึงมุ่งเป้าที่จะฟื้นฟูธรรมชาติและสัตว์ป่าให้กลับมาอีกครั้งในพื้นที่การเกษตร 

ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนพื้นหญ้า กำลังดูสิ่งของในมือ มีเครื่องชั่งน้ำหนักตั้งอยู่ข้างหน้า และในฉากหลังมีรถยนต์และเก้าอี้สนาม
Aldo Leopold คนที่ผมขอเรียกว่านักปราชญ์แห่งวงการอนุรักษ์ เขาถือได้ว่าเป็นบิดาของวิชาการจัดการสัตว์ป่าในโลกนี้

เขาจัดตั้ง Riley Game Cooperative ขึ้น ความร่วมมือนี้เป็นการลงทุนจากนักล่าสัตว์ชาวเมือง ส่วนชาวนาลงทุนด้วยที่ดิน ทั้งสองฝ่ายช่วยกันลงแรงและความคิด

Leopold ออกแบบแนวพุ่มไม้ให้เชื่อมต่อกันระหว่างไร่เพื่อให้เป็นที่หลบภัย วางไข่ และเส้นทางเดินของนกไก่ฟ้าที่เป็นเป้าหมายหลัก ประกอบกับการปล่อยนกคืนสู่ธรรมชาติในช่วงแรก และการปลูกอาหารเสริม ฯ โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากจากที่ไม่มีไก่ฟ้าอยู่ในพื้นที่เลย จนมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากในเวลา 5-8 ปี จนสามารถให้ล่าใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่ต้องปล่อยนกเพิ่มอีก และนอกจากนี้ก็ทำให้นกและสัตว์ป่าอื่นๆได้ผลพลอยได้และเพิ่มจำนวนขึ้นเองตามธรรมชาติด้วย

แผนที่ของโครงการ Riley Game Cooperative ระบุพื้นที่ 171.5 เอเคอร์ ในเคาน์ตี้ Dane, รัฐวิสคอนซิน แสดงข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของพื้นที่ ป่าไม้ และน้ำ
แผนผังของ Riley Game Cooperation ที่เห็นได้ว่ามีแนวไม้พุ่มเป็นแหล่งอาหารและที่หลบภัยให้กับนกและสัตว์ต่างๆ

แล้วจะทำยังไงต่อ 

กลับมาที่บ้านเรากันบ้าง จุดเริ่มต้นที่จะพลิกฟื้นธรรมชาติขึ้นมาได้คือการกำหนดให้มีพื้นที่ธรรมชาติชายขอบนี้ใน พรบ.สวนป่า เป็นเงื่อนไขของการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ 

ไม่ได้มากมายเลย หากเราจะขอให้กันพื้นที่ของแปลงปลูกป่าเศรษฐกิจที่ชายขอบ ประมาณ 6-8 เมตรให้เป็นพื้นที่ธรรมชาติชายขอบ เมื่อคำนวนดูแล้ว ในพื้นที่ขนาด 20 ไร่ หากกันพื้นที่ขอบ กว้าง 6 เมตรก็จะคิดเป็นเพียง 12.9%ของพื้นที่เท่านั้น 

ไม่ได้มากมายเลย หากเราจะขอให้กันพื้นที่ของแปลงปลูกป่าเศรษฐกิจที่ชายขอบ ประมาณ 6-8 เมตรให้เป็นธรมชาติชายขอบ เมื่อคำนวนดูแล้ว ในพื้นที่ขนาด 20 ไร่ หากกันพื้นที่ขอบ กว้าง 6 เมตรก็จะคิดเป็นเพียง 12.9%ของพื้นที่เท่านั้น

พื้นที่ธรรมชาติชายขอบข้างละ 6 เมตร จะกลายเป็น 12 เมตรระหว่างรอยต่อของที่ 2 แปลง เมื่อมีการปล่อยให้เป็นธรรมชาติ ไม่พ่นยา ไม่ถาง ไม่เผา และอาจจะมีการปลูกพืชธรรมชาติที่หลากหลายให้เป็นอาหารทั้งกับคนและสัตว์ป่าเสริมเข้าไป พื้นที่ตรงนี้จะมีความหลากหลายทางธรรมชาติ เป็นที่อยู่ของแมลงผสมเกสร เป็นแหล่งอาหารและทำรังวางไข่ของนกนานาชนิด เป็นทางเดินและที่หลบภัยของสัตว์ป่าที่สามารถเดินเชื่อมระหว่างป่าอนุรักษ์ที่ถูกตัดขาดออกจากกันเป็นเกาะ

ภาพจากมุมสูงแสดงพื้นที่เกษตรกรรมที่มีลานกีฬาและลำธารเล็กๆ รายล้อมด้วยต้นไม้
พื้นที่ธรรมชาติชายขอบ ทำหน้าที่เป็นเหมือนถนนสำหรับสัตว์ป่า เชื่อมพื้นที่อนุรักษ์ที่เป็นเกาะเข้าหากันได้

เมื่อจะมีการแก้กฎหมาย หากจะมีการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการใช้ที่ดินนี้ ต้องกันพื้นที่ 12.9% เพื่อสร้างธรรมชาติชายขอบที่มีประโยชน์มหาศาลเป็นการแลกเปลี่ยนกัน ก็น่าจะเป็นเรื่องสมเหตุสมผลมิใช่หรือแต่ไม่ใช่เท่านั้น เราควรจะสร้างแรงจูงใจให้คนที่อยู่กับผืนแผ่นดินได้ประโยชน์จากพื้นที่ชายขอบนี้ด้วย

การสร้างพื้นที่ธรรมชาติชายขอบนี้อาจจะเป็นข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือ การสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถลงทุนปลูกไม้เศรษฐกิจซึ่งจะต้องลงทุนระยะยาวในรูปแบบกองทุน

หากเราจะสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรผู้ใช้ประโยชน์จากที่ดินให้หันมาดูแลพื้นที่ชายขอบนี้ให้มีธรรมชาติและสัตว์ป่าให้เพิ่มจำนวนขึ้น เราก็ควรให้สิทธิในการใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่าบางชนิดที่ไม่ใช่สัตว์ใกล้สูญพันธุ์และเพิ่มจำนวนได้รวดเร็ว เช่น ไก่ป่า, กระต่ายป่า, นกกระทา, หมูป่า หรือแม้แต่เก้ง ถ้าเขาดูแลและทำให้มันเพิ่มจำนวนขึ้นได้จริง (เข้าใจให้ดีก่อนนะครับว่าพื้นที่ที่เราพูดถึงนี้ปัจจุบันคือไร่ข้าวโพดที่เตียนโล่ง ไม่มีสัตว์อะไรหลงเหลืออยู่เลย มีตัวอะไรเพิ่มขึ้นมา ถือว่าเป็นบวกทั้งนั้นครับ) 

A lush green landscape featuring a line of flowering bushes and trees alongside an open field under a clear blue sky.
ในอังกฤษเป็นตัวอย่างที่ดีมากในการสร้างแรงจูงในให้เจ้าของที่ดินฟื้นฟูธรรมชาติเพื่อได้ใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่า

เราจะได้อะไรอีกจากธรรมชาติชายขอบ ?

นอกจากเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าแล้ว ป่าชายขอบนี้เมื่ออยู่ริมชายน้ำ ก็จะลดการพังทะลายของดิน กรองตะกอนที่จะไหลลงไปสู่ลำธารและแหล่งน้ำ 

ป่าชายขอบจะกลายเป็นธรรมชาติใกล้บ้านที่คนในพื้นที่หาอาหารธรรมชาติเช่นผักป่า หน่อไม้ หรือเห็ดได้ตลอดปี เมื่อมีดอกไม้ธรรมชาติก็สามารถทำอาชีพเสริมเช่นการเลี้ยงผึ้งได้อีก

เมื่อป่าฟื้นฟูขึ้นแทนที่ไร่อันเตียนโล่ง สัตว์ป่าเริ่มกลับมาอยู่ แน่นอนพื้นที่ก็ย่อมสวยงามขึ้น และนั่นก็คือโอกาสของการใช้พื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ป่าชายขอบเองอาจจะกลายเป็นเส้นทางเดินป่าที่ต่อเชื่อมกันเป็นระยะทางไกลๆท่ัวประเทศไทย

นอกจากนี้ นี่คือโอกาสในสร้างอาชีพอีกมากมายในการจัดการธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดการป่าไม้, การจัดการสัตว์ป่า, การท่องเที่ยวชุมชน ฯลฯ เรามีคนที่เรียนจบเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเหล่านี้กันมาเยอะมาก และนี่คือโอกาสที่เขาจะได้แสดงฝีมือทำให้มันเกิดขึ้นจริงๆ

ลองดู VDO นี้นะครับ ว่าประเทศที่มีการจัดการสัตว์ป่าที่เหมาะสม เขาสามารถสร้างงานที่มีความหมายได้ขนาดไหน

ทั้งเรื่องอาหารธรรมชาติที่หาได้จากชายขอบ, การใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่า, อาชีพเสริมต่าง และการท่องเที่ยว ล้วนเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เสริมไประหว่างการลงทุนระยะยาวกับการปลูกไม้เศรษฐกิจที่จะต้องใช้เวลานับสิบปี

ที่สำคัญที่สุด เมื่อทุกแปลงมีป่าชายขอบต่อๆกันไปมันก็จะกลายเป็นทางเดินธรรมชาติที่เชื่อมต่อป่าอนุรักษ์ที่เคยถูกตัดขาดจากกัน ทำให้สัตว์ป่าที่เคยติดเกาะสามารถเดินผ่านไปหากันได้ ลดปัญหาสัตว์ป่าล้นบางพื้นที่และปัญหาเลือดชิดลงไป


แล้วเราจะทำให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

สิ่งแรกที่ควรทำคือการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของป่าชายขอบนี้ และผนวกมันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ พรบ.สวนป่าก่อนที่กฎหมายนี้จะผ่านออกมา มันคือกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูให้เราก้าวเดินต่อไป 

การเพิ่มพื้นที่ป่าชายขอบเข้าไปใน พรบ.สวนป่านี้เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันสามารถพลิกฟื้นธรรมชาติของประเทศไทยได้เลยทีเดียว โอกาสเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน

นอกจากแก้กฎหมายที่เป็นขั้นแรกแล้วยังมีอย่างอื่นต้องทำกันอีกมาก

อย่างแรก และปัญหาใหญ่ที่สุดคือการสร้างความเช้าใจเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติและการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติที่ถูกต้องให้กับคนในสังคม 

เราควรเข้าใจกันก่อนว่า การอนุรักษ์ธรรมชาตินั้นต้องควบคู่ไปกับความสมดุลย์ทางเศรษฐศาสตร์ด้วย นั่นคือต้องมีการใช้ประโยชน์ มีผลตอบแทนจากการอนุรักษ์ ถ้าผลตอบแทนของการมีป่าสูงกว่าไร่ข้าวโพด เขาก็จะปลูกป่าแทน แต่ต้องแยกกันว่าพื้นที่ส่วนหนึ่งคือพื้นที่สงวน ไม่ควรแตะต้อง ซึ่งตอนนี้เราก็มีอยู่แล้วคืออุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต่างๆ 

แต่พื้นที่ที่เราพูดถึงกันอยู่นี่ไม่ใช่เขตสงวน เขตอนุรักษ์ แต่มันคือพื้นที่การเกษตร ที่เราต้องการจะฟื้นฟูธรรมชาติจากศูนย์ขึ้นมาแล้วใช้ประโยชน์ผืนแผ่นดินให้คุ้มค่าขึ้น

เราต้องแก้ไขความเข้าใจที่สร้างกันมาสุดโต่งอีกหลายๆอย่าง เช่นการทำไม้ใช้ไม้เป็นเรื่องผิด ทั้งๆที่ไม้ที่จัดการถูกต้องคือวัสดุที่เป็นมิตรต่อโลกที่สุดแล้ว มันดูดซับคาร์บอนในระว่างที่เติบโตแปรรูปโดยใช้พลังงานน้อย เป็นมิตรกว่าปูนกว่าเหล็กที่เราใช้กันมากนัก

ที่ยากกว่าคือการที่จะเรียนรู้และยอมรับการใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่า เพราะเราถูกสอนมาว่าเป็นเรื่องผิดมาตลอดชีวิต (ผมก็เช่นกัน)  แต่จริงๆแล้วในโลกนี้มีเพียงไม่กี่ประเทศที่คิดเหมือนเราทำแบบเรา และประเทศเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ล้มเหลวในการจัดการสัตว์ป่าทั้งสิ้น ส่วนประเทศอื่นๆที่เขามีการจัดการสัตว์ป่าที่เหมาะสมและใช้ประโยชน์จากมันกลับมีสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น สัตว์ป่าขยายพันธุ์ได้ในธรรมชาติอย่างมีความสุขกว่าแบบเราๆมาก เอาไว้ค่อยเขียนเรื่องนี้กันอีกหลายๆตอนนะครับ 

จากนั้นก็คงเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวกับโครงสร้างราชการที่ต้องเข้ามาจัดการ 

พื้นที่เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอนุรักษ์อย่างเช่นกรมอุทยาน เพราะมันอยู่นอกเขตพื้นที่อนุรักษ์ อาจจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตร แต่กระทรวงเกษตรนั้นมุ่งเน้น ไม่ได้มีพันธกิจในด้านการอนุรักษ์, ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์ธรรมชาติ นอกจากนี้บุคลากรที่มีความรู้ทางด้านนี้เช่นการจัดการป่าไม้, การจัดการสัตว์ป่าล้วนแล้วแต่อยู่ในกรมอุทยานและกรมป่าไม้ทั้งสิ้น หากจะเดินหน้าได้คงต้องคิดกันใหม่ว่าใครจะเป็นเจ้าของงาน

บทความเล็กๆนี้ ผมอยากจะนำเสนอแนวความคิดที่อาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าของการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติได้ โดยหวังว่าจะมีผู้เห็นด้วยและช่วยกันผลักดันให้ สส.ที่ผมชื่นชมว่ามีความตั้งใจดีที่จะแก้ไข พรบ.สวนป่านี้ให้พิจารณาเพิ่มเติมการฟื้นฟูธรรมชาติเข้าไปด้วยทำให้สมบูรณ์ขึ้นไปอีก

ผู้ชายจำนวนสี่คนในชุดทางการกำลังยืนอยู่ในห้องประชุม พร้อมกับเอกสารที่มีข้อความอยู่ในมือ
ส.ส. นายมานพ คีรีภูวดล เป็นผู้ผลักดันและยกร่างเสนอต่อรองประธานสภาในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมนำเสนอแนวคิดนี้ช้าไปหน่อย แต่หวังว่าจะไม่ช้าเกินไป

นี่คือความหวังของการฟื้นฟูธรรมชาติครับ

ตาเกิ้น

สิงหาคม 2568

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

ช่วงเวลางดงามของชีวิตกลางแจ้ง

ทุกครั้งเมื่อมีคนถามว่าทำไมต้องออกมาเดินป่าผมต้องหยุดคิดอยู่นาน และคำตอบของผมก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนพยายามหาข้อแก้ตัว จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ผมเริ่มมีคำตอบที่คิดว่าใช่ สำหรับผมแล้ว การเดินป่าคือการค้นหาช่วงเวลาเช่นนี้ สิ่งที่เราเรียกมันว่า “ช่วงเวลาที่งดงามของชีวิตกลางแจ้ง” “A beautiful moment of Outdoor Life” ซึ่งอาจจะแตกต่างออกไปในมุมความคิดของแต่ละคน

ของหวานที่ดีต่อใจ

ขนมน้ำแข็งใส “หวานจาก เค็มเคย” ถ้วยเดียว เราไม่เพียงจะได้ชิมรสชาติที่หวานผสมเค็มอย่างกลมกล่อมแตกต่าง แต่ค่าขนมของเรายังถูกส่งต่อไปอุดหนุนแหล่งผลิตอาหารพื้นบ้านที่กำลังจะสูญหายไปถึง 5 ชุมชน ใน 4 จังหวัด เป็นการทำอะไรดีๆด้วยการกินของอร่อย โดยที่ไม่ต้องออกแรงเดินทางไปไกลเลย เพราะมีคนลงแรงไปทำแทนเราแล้ว ขณะที่สังคมไทยหมุนวนอยู่กับความขัดแย้งทางการเมืองที่ถกเถียงกันทุกเรื่องยกเว้นที่จะแย่งกันทำให้ความเป็นอยู่ของคนไทยดีขึ้น ในเบื้องหลังเงียบๆ มีคนตัวเล็กๆ ร้านขนมเล็กๆ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือชุมชนที่มีมรดกทางอาหารล้ำค่าของประเทศเราให้คงอยู่ได้ด้วยการเพิ่มคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นและพยายามแปรรูปออกมาให้คนเมืองอย่างเราเข้าถึงได้ง่ายขึ้น “หวานจาก เค็มเคย”  คือตัวอย่างที่ดี ในขนมแสนอร่อยถ้วยเดียวนี้มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมดอกจากของบ้านขนาบนาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ให้รสหวานแบบกลมกล่อมเพราะเจือเอาความเค็มนิดๆมากจากน้ำกร่อยในถิ่นกำเนิดของมันมาด้วย ลูกจากที่มาจากฉะเชิงเทรา โมจิทำด้วยข้าวฝ่างจากสกลนคร...

คุณอยากให้ผู้คนจำคุณได้แบบไหน

คุณอยากให้ผู้คนจำคุณได้แบบไหน ผมอยากได้แบบนี้ วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา วงการตกปลา Fly Fishing และคนรักการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ได้สูญเสีย บุคคลที่เป็นตำนานไปอีกหนึ่งคน Flip Pallot

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading